HomeBusinessAutoภาษี EV แม้จะมาช้า ก็ยังดีกว่าไม่มา ค่ายรถเตรียมเปิดตัวรถ EV อย่างคึกครื้นตลอดปี 2565

ภาษี EV แม้จะมาช้า ก็ยังดีกว่าไม่มา ค่ายรถเตรียมเปิดตัวรถ EV อย่างคึกครื้นตลอดปี 2565

โดย:ภาคภูมิ วรรณแสง บรรณาธิการ Auto-Business Today

               ก่อนปีใหม่มีนโยบายที่จะผลักดันในเรื่องของการสนับสนุนรถ EV ให้เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาอันใกล้ แต่จนแล้วจนรอดก็เลื่อน เลื่อน และเลื่อน มาจนถึงกลางเดือนแห่งความรัก แม้จะมาช้าสักหน่อยแต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ฝันลมๆ แล้งๆ หลักใหญ่ใจความยังคงคล้ายกับแนวนโยบาลเดิม มีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมไม่มากนัก ซึ่งแนวนโยบายนี้จะทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเลือกใช้รถพลังงานไฟฟ้า

  • แบ่งตามกลุ่มรถและระดับราคาจะแบ่งได้ดังนี้

1.สำหรับรถยนต์ ราคาจำหน่ายไม่เกิน 2 ล้านบาท

- Advertisement -

1.1 ลดภาษีศุลกากรสูงสุด 40% เดิมนั้นรถยนต์นำเข้าจากจีน เสียภาษี 0% ญี่ปุ่น 20% เกาหลี 40% ยุโรปและอเมริกา 80% ถ้าลดสูงสุด 40% อาจจะทำให้รถจากญี่ปุ่นและเกาหลีเหลืออัตราภาษีเท่ากับรถนำเข้าจากจีนคือ 0% จะทำให้ตลาดคึกคักมากขึ้น เนื่องจากรุ่นรถจากญี่ปุ่นและเกาหลีมีตัวเลือกที่น่าสนใจหลายรุ่นมาก

1.2 ได้รับเงินอุดหนุน ตั้งแต่ 70,000 – 150,000 บาท โดยจะแบ่งตามเงื่อนไขของ “ขนาดความจุแบตเตอรี่ สำหรับรถยนต์ที่ใช้แบตเตอรี่ขนาดความจุต่ำกว่า 30 kWh จะได้เงินอุดหนุน 70,000 บาท ความจุแบตเตอรี่เกิน 30 kWh จะได้รับเงินอุดหนุน 150,000 บาท

1.3 ลดภาษีสรรพสามิต จาก 8% เหลือ 2%

2.สำหรับรถยนต์ราคาจำหน่าย 2-7 ล้านบาท

2.1 ลดภาษีศุลกากรสูงสุด 20%

2.2 ลดภาษีสรรพสามิต จาก 8% เหลือ 2%

***สำหรับผู้ประกอบการในประเทศ

***สำหรับรถที่จำหน่ายในปี 2565-2566 ต้องผลิตชดเชย 1.5 เท่าในปี 2567-2568

ผลิตรถรุ่นใดชดเชยก็ได้สำหรับกลุ่มราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ถ้าเป็นรถที่มีราคาตั้งแต่ 2-7 ล้านบาทต้องผลิตรถรุ่นเดียวกับที่นำเข้า

3. รถกระบะราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท

3.1 ภาษีสรรพสามิต เหลือ 0%

3.2 ได้รับเงินอุดหนุน 150,000 บาท สำหรับรถที่มีความจุแบตเตอรี่เกิน 30 kWh

***สำหรับผู้ประกอบการในประเทศ

***สำหรับรถที่จำหน่ายในปี 2565-2566 ต้องผลิตชดเชย 1.5 เท่าในปี 2567-2568

4.รถจักรยานยนต์ราคาไม่เกิน 150,000 บาท

4.1 ได้รับเงินอุดหนุน 18,000 บาท ทั้งรถ CBU และ CKD

***สำหรับผู้ประกอบการในประเทศ

***สำหรับรถที่จำหน่ายในปี 2565-2566 ต้องผลิตชดเชย 1.5 เท่าในปี 2567-2568

               หลังจากประกาศออกมาผู้ผลิตรถยนต์เริ่มทยอยขานรับนโยบายนี้ นั่นหมายความว่าเจ้าตลาดเดิมในกลุ่มของรถ EV จะขยับได้ก่อนนั่นก็คือกลุ่มนำเข้าจากจีน ฝั่งเกาหลีเองก็มีรถที่น่าสนใจไม่น้อย แต่การจะลงมาเล่นเต็มตัวต้องเผื่อไลน์การผลิตในปีที่สามนับจากนี้เป็นการลงทุนที่ไม่น้อยเหมือนกัน เพราต้องผลิตชดเชยถึง 1.5 เท่าสำหรับยอดขายสะสม ฝั่งรถยุโรปที่มีราคาตั้งแต่ 2-7 ล้านดูเหมือนบางค่ายจะไม่น่ากังวลมากนักเพราะมีการเตรียมความพร้อมมาระยะหนึ่งแล้ว ส่วนฝั่งญี่ปุ่นเองที่ดูเหมือนจะไม่ขยับอะไรมากนักในช่วงก่อนหน้านี้ แต่จู่ๆ พอหลังปีใหม่ก็มีการขยับตัวสวนทางกับนโยบายที่เคยให้ไว้ก่อนหน้านี้ และเป็นค่ายที่มีความพร้อมมากเพราะรถหลายๆ รุ่นสามารถปรับไลน์การผลิตในบ้านเราได้ไม่ยากนัก และดูเหมือนจะเป็นเสือซุ่มที่น่ากลัวเพราะสามารถพลิกเกมกลับได้ไม่ยากเย็น ในงานมอเตอร์โชว์ปีนี้จะได้เห็นความคึกคักของรถยนต์ในกลุ่มนี้ แล้วเราจะนำรถรุ่นที่น่าสนใจมารายงานอย่าต่อเนื่อง เพราะรถไฟฟ้ามาแน่และมาเร็วกว่าที่คิด!

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News