Home Business Auto Safety Car Seat เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก อย่าให้ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์

Safety Car Seat เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก อย่าให้ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์

โดย:ภาคภูมิ วรรณแสง บรรณาธิการ Auto-Business Today

“อุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากเคราะห์กรรม แต่เกิดจากการกระทำโดยประมาท” เป็นป้ายที่เตือนใจได้เป็นอย่างดี เรามีโอกาสเห็นป้ายเตือนนี้บนถนนในต่างจังหวัดหลายสาย คนไทยส่วนใหญ่มองเรื่องการใช้อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยเป็นเรื่องตลกขบขันหรือเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย ในการเดินทางเราจะมองข้ามเรื่องการปรับเบาะให้เหมาะสม การคาดเข็มขัดนิรภัยรวมถึงการใช้เบาะนั่งสำหรับเด็ก แต่กลับยกมือไหว้ท่วมหัวขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ทั้งๆ ความปลอดภัยอยู่แค่เอามือเอื้อมไปคาดเข็มขัดนิรภัยนั้น ในรถรุ่นใหม่ๆ แม้จะมีถุงลมนิริภัย 8 ใบ 10 ใบ มันก็ไม่ช่วยอะไรถ้าไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เพราะถุงลุมจะทำงานก็ต่อเมื่อคาดเข็มขัดนิรภัยไม่เช่นนั้นขณะทีถุงลมพองตัวอย่างรวดเร็วมันจะทำอันตรายให้เจ็บหนักมากกว่า

               Child Seat หรือ Car Seat จะเรียกอย่างไรก็ได้เอาที่สะดวก แต่หน้าที่ของมันคือทำให้เด็กเล็กสามารถเดินทางไปบนรถยนต์ได้อย่างปลอดภัย แต่ในความรู้สึกของคนไทยส่วนใหญ่มองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ราคาแพง ฟุ่มเฟือย กลับมอบความไว้วางใจเรื่องความปลอดภัยให้กับเครื่องรางของขลังหรือแม่ย่านางรถ และคิดว่าอ้อมกอดของพ่อแม่ปลอดภัยกว่า แต่ในความเป็นจริงนั้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุเด็กที่อยู่ในอ้อมกอดของผู้ใหญ่มักจะบาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิต เพราะเมื่อเกิดปะทะจะมีน้ำหนักตัวของผู้ใหญ่กระแทกซ้ำเข้าไปอีก

- Advertisement -

               การแบ่งมาตรฐานเบาะนั่งสำหรับเด็กตามมาตรความปลอดภัย ECE นั้น หลักๆ มีอยู่สองข้อบังคับ เริ่มจากมาตรฐาน ECE R44/04 และที่เพิ่งประกาศใช้ในปี 2013 คือมาตรฐาน ECE R129 ( i-Size ) เพิ่มเติมในเรื่องความปลอดภัยให้สูงขึ้น สิ่งที่เหมือนกันคือ การทดสอบการชนด้านหน้าด้วยความเร็ว 50 กม./ชม. ทดสอบการชนจากด้านหลังด้วยความเร็ว 30 กม./ชม. สิ่งที่เพิ่มเติมตามมาตรฐานใหม่คือ ทดสอบการชนด้านข้างด้วยความเร็ว 24 กม./ชม. และใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับแรงกระแทกตามสรีระของตัวเด็กมากถึง 32 จุด เพื่อให้ได้ค่าละเอียดมากที่สุด

ทำความรู้จักกับ Safety Car Seat

  • การแบ่งตามระดับอายุและน้ำหนักตัวของเด็ก นั่นก็เพราะว่าสรีระของเด็กในอายุเท่ากันแต่ละคนมีน้ำหนักไม่เท่ากัน การใช้น้ำหนักตัวหรือความสูงเป็นตัวกำหนดที่ดีกว่าอายุ ปัจจุบันผู้ผลิตเบาะเด็กแต่ละยี่ห้อมีการปรับเปลี่ยนการออกแบบ เพื่อให้สามารถใช้งานได้ยาวนานมากขึ้นหมายความว่าสามารถรวมช่วงอายุของเด็กได้หลายช่วงอายุ เพื่อลดค่าใช้จ่ายเพราะสามารถใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น ต้องดูเรื่องของน้ำหนักตัวและอายุควบคู่กันไป เราแบ่งตามช่วงอายุหรือน้ำหนักได้ดังนี้
    • Group 0+              แรกเกิด – 13 กก.   ( แรกเกิด – 15 เดือน )
    • Group 0+/1           แรกเกิด – 18 กก.   ( แรกเกิด – 18 เดือน )
    • Group 1                9 – 18 ก.ก.            ( 9 เดือน – 4 ปี )
    • Group 2/3             15 – 36 ก.ก.          ( 3.5 ปี – 12 ปี )
  • วิธีการติดตั้งเบาะเด็กกับตัวรถ มีการติดตั้งสองแบบหลักๆ ด้วยกัน เบาะเด็กบางรุ่นติดตั้งได้แบบเดียว เบาะเด็กบางรุ่นก็สามารถติดตั้งได้ทั้งสองแบบ ลองมาดูว่าแต่ละแบบมีการติดตั้งอย่างไร
    • ติดตั้งด้วยการใช้เข็มขัดนิรภัยของตัวรถในการยึดเบาะเด็กเข้ากับเบาะรถยนต์ การติดตั้งแบบนี้จะมีความยุ่งยากนิดหน่อย เพราะจะใช้เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดเป็นตัวยึดเบาะ สิ่งสำคัญก็คือต้องยึดเบาะให้แน่นมากๆ ต้องไม่ให้เบาะเด็กขยับได้เพื่อความปลอดภัย
    • ISOFIX เป็นการติดตั้งที่ง่าย สะดวกรวดเร็ว และมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เราะจะเห็นว่ารถยนต์ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาเบาะนั่งแถวที่สองจะมีจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็กแบบ ISOFIX มาให้ด้วย
    • เบาะที่ติดตั้งได้ทั้งสองรูปแบบคือ ยึดด้วยเข็มขัดนิรภัย และ ISOFIX รถยนต์รุ่นใหม่ๆ มักจะมีจุดยึดแบบนี้มาให้เป็นมาตรฐาน ถ้าซื้อแบบที่ใช้ได้ทั้งสองแบบจะเหมาะกับผู้ที่มีรถหลายคันหรือต้องเดินทางด้วยรถผู้อื่นด้วย

เลือกเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กอย่างไรให้เหมาะสม?

               อาจจะดูเป็นเรื่องยากสักหน่อยสำหรับผู้ปกครองที่ยังไม่คุ้นเคยกับการใช้เบาะนั่งสำหรับเด็ก อาจจะดูเป็นเรื่องยากสักหน่อย เพราะมีด้วยกันหลายค่ายหลายยี่ห้อและมีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน แต่เราจะมาสรุปง่ายๆ จากประสบการณ์ที่ใช้มาตั้งแต่ลูกสาวเกิดจนอายุ 8 ปีให้ฟังดังนี้

  • เด็กแรกเกิดถึง 4 ปี : เป็นช่วงอายุที่ต้องเดินทาง เช่น ไปหาหมอ การเดินทางของเด็กเล็กช่วงนี้ต้องมีสัมภาระเยอะ เช่นเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก รถเข็นเด็ก ยังไม่นับรวมของใช้อื่นๆ เช่นนม, น้ำร้อน, แพมเพิส, เสื้อผ้า และของใช้กระจุกกระจิกมากมาย ในครอบครัวเล็กๆ เช่นมีกัน 3 คนพ่อแม่ลูกก็เดินทางได้สบายๆ บางครั้งต้องพาลูกไปหาหมอคนเดียวก็เป็นเรื่องง่าย เพียงการเลือกเบาะนั่งในช่วงอายุขนาดนี้ควรเลือกแบบที่ใช้งานร่วมกับรถเข็นได้เลย ช่วงแรกเกิดถึงประมาณ 15 เดือน จะใช้ลักษณะเป็นกระเช้าที่ง่ายต่อการเคลื่อนย้าย เช่น เวลาไปหาหมอแล้วลูกหลับเราก็ปล่อยให้เค้าหลับไป ระหว่างนั้นเราก็เตรียมรถเข็นรวมถึงสัมภาระต่างๆ ให้เรียบร้อย แล้วก็ยกกระเช้าจากบนรถมาประกอบกับรถเข็น…แค่นั้น!! ชีวิตเป็นเรื่องง่ายมาก คุณก็สามารถพาเค้าไปไหนต่อไหน จะป้อนข้าว เปลี่ยนเสื้อผ้า ปล่อยเค้าเล่นไประหว่างทำธุระหรือรอหมอ เวลากลับเข็นมาขึ้นรถย้ายกระเช้าเข้าประจำที่เก็บของเก็บรถเข็นก็พร้อมเดินทาง ราคาในปัจจุบันถูกลงกว่าเมื่อสิบปีที่แล้วเยอะมาก ซื้อครั้งเดียวใช้ได้ทั้งเบาะนิรภัยและรถเข็น
  • อายุ 4 – 12 ปี เป็นจุดเปลี่ยนเบาะนั่งนิรภัยอีกครั้ง ซึ่งเด็กอายุขนาดนี้ไม่จำเป็นต้องใช้รถเข็นอีกต่อไป เบาะนั่งจะสามารถปรับขนาดได้ตั้งแต่อายุประมาณ 4 – 12 ปี หรือตั้งแต่น้ำหนัก 15 – 36 กก.

เมื่อไหร่ถึงไม่ต้องใช้เบาะนั่งนิรภัย?

               ต้องทำความเข้าใจว่า “เด็ก ไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก” เพราะฉะนั้นร่างกาย กระดูก หรืออวัยวะต่างๆ ยังไม่เติบโตเต็มที่ เด็กแรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 10 เดือน ศีรษะจะมีน้ำหนักราว 30% ของน้ำหนักตัว เด็กแรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 18 เดือนควรจะต้องหันหน้าไปทางท้ายรถ ถ้าให้เด็กเล็กนั่งหันหน้าไปทางหน้ารถแบบผู้ใหญ่เมื่อเกิดอุบัติเหตุ น้ำหนักของศีรษะเด็กที่มีมากเมื่อเกิดแรงกระแทกอาจจะทำให้กระดูกคอได้รับบาดเจ็บหนักได้ การที่ให้เด็กนั่งหันหน้าไปทางทางรถเมื่อเกิดการชนมันจะมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทั่วแผ่นหลัง ท้ายทอย สะโพก ช่วยให้เด็กปลอดภัยมากขึ้น เด็กเล็กควรนั่งลักษณะนี้ให้นานที่สุดหรือมากกว่า 18 เดือน จนกว่าร่างการและสรีระของเด็กจะเติบโตเต็มที่ แล้วเมื่อไหร่เด็กจะพร้อมใช้เข็มขัดนิรภัยแบบผู้ใหญ่? เด็กจะพร้อมใช้เข็มขัดนิรภัยของผู้ใหญ่ก็ต่อเมื่อนั่งและคาดเข็มขัดนิรภัยแบบผู้ใหญ่ สายเข็มขัดต่อพาดผ่านร่องไหล่หรือไหปลาร้าพอดี ซึ่งน้ำหนักของเด็กจะมากกว่า 36 กก. หรือมีส่วนสูงมากกว่า 140 ซม.ขึ้นไป ถ้าสายเข็มขัดยังอยู่ระหว่างลำคอหรือคางแสดงว่าความสูงยังไม่พอ ซึ่งเด็กวันนี้อาจจะไม่ต้องนั่งเบาะนิรภัยแบบเต็มตัว อาจจะนั่งในแบบของบูสเตอร์หรือเป็นแค่เบาะรองนั่ง เพื่อปรับความสูงให้สามารถใช้เข็มขัดนิรภัยแบบผู้ใหญ่ได้

               เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า นอกเหนือจากความปลอดภัยแล้วเรื่องของความสะดวกสบายของผู้ปกครองก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กันในการเดินทาง อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้สามารถใช้งานได้หลายปี และถ้าดูแลรักษาดีๆ สามารถขายต่อเป็นมือสองได้อีก ลองศึกษาจากผู้แทนจำหน่ายแต่ละยี่ห้อถึงความเหมาะสมในการใช้งาน ราคาในปัจจุบันมีเริ่มต้นไม่แพงไปจนถึงของแบรนด์เนมซึ่งมีจุดเด่นแตกต่างกันไป

               ความปลอดภัยของลูกหลานคุณอยู่ที่ทัศนะคติของผู้ปกครองและเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก การบาดเจ็บหรือเสียชีวิตไม่ใช่เพราะโชคชะตาหรือเค้าทำบุญมาน้อย แต่เป็นเพราะความไม่เข้าใจและทัศนะคติด้านลบของผู้ปกครอง กับอุปกรณ์นิรภัยเหล่านี้

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News