HomeBusiness'กรุงไทย-กสิกรไทย' ลดดอกเบี้ยเงินกู้เช็กเงื่อนไขใครบ้างมีสิทธิ เริ่ม 16 พ.ค.นี้

‘กรุงไทย-กสิกรไทย’ ลดดอกเบี้ยเงินกู้เช็กเงื่อนไขใครบ้างมีสิทธิ เริ่ม 16 พ.ค.นี้

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทยพร้อมสนับสนุนแนวนโยบายของภาครัฐในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ตามแนวทางของสมาคมธนาคารไทยในการลดภาระดอกเบี้ยให้กับลูกค้ากลุ่มเปราะบาง ทั้งลูกค้าบุคคลและผู้ประกอบการ SME รายย่อย และแนวทางการแก้อย่างหนี้ยั่งยืนและการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ของธนาคารแห่งประเทศไทย

ธนาคารกรุงไทย จึงมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MRR MLR และ MOR 0.25% ต่อปี เป็นเวลา 6 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม – 15 พฤศจิกายน 2567 ให้กับลูกค้ากลุ่มเปราะบาง 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.ลูกค้าสินเชื่อบุคคลรายย่อยที่ยังอยู่ในมาตรการความช่วยเหลือของธนาคารฯ ทั้งสินเชื่อบ้าน และสินเชื่อส่วนบุคคล 2.ลูกค้าสินเชื่อบ้านที่มีวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท และ 3.ลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการ SME รายย่อยที่มีรายได้กิจการต่อเดือนไม่เกิน 2 ล้านบาทและมีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 10 ล้านบาท

ทั้งนี้ จากมาตรการดังกล่าว ธนาคารสามารถช่วยลดภาระทางการเงินให้กับลูกค้าได้มากกว่า 3 แสนบัญชี คิดเป็นวงเงินสินเชื่อรวมมากกว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งธนาคารจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้อัตโนมัติสำหรับลูกค้ากลุ่มเปราะบางทั้ง 3 กลุ่มที่มียอดสินเชื่อกับธนาคาร ณ 31 มีนาคม 2567 โดยลูกค้าไม่ต้องลงทะเบียน หรือติดต่อธนาคารแต่อย่างใด

- Advertisement -

“ธนาคารเล็งเห็นความเดือดร้อนของลูกค้ากลุ่มเปราะบางทุกกลุ่ม จึงมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมออกมาในครั้งนี้ จากก่อนหน้านี้ ธนาคารได้ออกมาตรการอื่นๆ เช่น มาตรการ “สินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน” เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มข้าราชการลดภาระทางการเงิน โดยมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางครั้งนี้ ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่สามารถฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจ ให้มีโอกาสฟื้นตัว ปรับตัว ซึ่งเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐ ที่มีทั้งมาตรการระยะสั้นรองรับการเปลี่ยนผ่าน และมาตรการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะกลางและระยะยาว เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและการสร้างรายได้ที่พอเพียงและยั่งยืน”

นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า จากปัญหาสภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่และไม่ทั่วถึง ธนาคารตระหนักถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่มีต่อลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง จึงออกนโยบายช่วยเหลือปรับลดดอกเบี้ย 0.25% สำหรับเงินกู้ (Loan) ที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2567 เพื่อสะท้อนความห่วงใยของธนาคารที่มีต่อลูกค้า และความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบางให้สามารถฟื้นตัวได้ดีขึ้น รวมถึงสนับสนุนเศรษฐกิจไทยให้เข้าสู่ภาวะสมดุลและสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยลูกค้าที่ได้รับความช่วยเหลือทั้งลูกค้าบุคคลและ SME มีจำนวนประมาณ 200,000 ราย วงเงินสินเชื่อรวมประมาณ 82,000 ล้านบาท

ลูกค้ากลุ่มเปราะบางของธนาคารกสิกรไทยจะได้รับความช่วยเหลือมี 2 กลุ่ม โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
1.ลูกค้าบุคคลที่ใช้ผลิตภัณฑ์ “สินเชื่อบ้าน” หรือ “สินเชื่อบ้านช่วยได้” ที่มีวงเงินอนุมัติรวมกับธนาคารกสิกรไทย ไม่เกิน 2,000,000 บาท ตามข้อมูลธนาคาร ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน ตามการประเมินของธนาคาร ณ วันที่ธนาคารพิจารณาอนุมัติสินเชื่อดังกล่าวครั้งล่าสุด

2.ลูกค้า SME ที่มียอดค้างชำระเงินกู้กับธนาคารกสิกรไทย และวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนกับธนาคารกสิกรไทย รวมกันแล้วไม่เกิน 2,000,000 บาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 และมียอดขายไม่เกิน 200,000 บาทต่อเดือน ตามการประเมินของธนาคาร ณ วันที่ธนาคารพิจารณาอนุมัติสินเชื่อดังกล่าวครั้งล่าสุด

โดยลูกค้ากลุ่มเปราะบางทั้ง 2 กลุ่มที่จะได้รับความช่วยเหลือ ต้องมีสถานะหนี้เป็นปกติ และยังไม่ได้รับการช่วยเหลือตามมาตรการอื่นๆ ของธนาคาร นอกจากนี้ถ้าลูกค้ากลุ่มเปราะบางใช้ผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ประเภท ทั้งสินเชื่อบ้าน และ สินเชื่อ SME และเข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าว จะได้รับการลดดอกเบี้ยทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้การคัดเลือกลูกค้าขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของธนาคารเป็นที่สิ้นสุด

นายรุ่งเรือง กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยมีความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือและยืนหยัดเคียงข้างลูกค้าบุคคลและ SME มาอย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์ ทั้งในช่วงวิกฤตโควิด-19 รวมถึงช่วงที่ต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจที่มีความผันผวน ด้วยการช่วยเหลือลูกค้าเชิงรุกผ่านมาตรการต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าสามารถผ่านพ้นทุกวิกฤต และเดินหน้าต่อไปอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่ได้รับการพิจารณาจากธนาคารในโครงการความช่วยเหลือนี้จะได้รับการปรับลดดอกเบี้ยแบบอัตโนมัติ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ และไม่ต้องลงทะเบียน ซึ่งธนาคารจะดำเนินการส่ง SMS แจ้งให้ลูกค้าท่านนั้นทราบ (โดยไม่มีการแนบ Link) ตามเบอร์โทรศัพท์ที่ได้ให้ไว้กับธนาคาร และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE @kbanklive หรือลูกค้าบุคคลติดต่อได้ที่ K-Contact Center 02-8888888 ลูกค้า SME ติดต่อได้ที่ K-BIZ Contact Center 02-8888822 ได้ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News