Home Business เมื่อไวรัสหายไป ผู้ใช้ Netflix จะหายตาม ? ...หรือ ราชาแห่ง Streaming กำลังจะผ่านจุดพีคไปแล้ว

เมื่อไวรัสหายไป ผู้ใช้ Netflix จะหายตาม ? …หรือ ราชาแห่ง Streaming กำลังจะผ่านจุดพีคไปแล้ว

โดย สวภพ ยนต์ศรี AFPT™ Senior Wealth Manager บลจ.ทิสโก้

หนึ่งในบริษัทที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากเหตุการณ์การiแพร่ระบาดของไวรัสที่เริ่มเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ก็คือบริษัท Netflix ผู้ให้บริการ Streaming รายใหญ่ของโลก ซึ่งจากเหตุการณ์ Lockdown ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้ Netflix กลายมาเป็นช่องทางรับชมความบันเทิงของผู้คนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับบ้าน และจากที่เป็นบริการที่ได้รับความนิยมอย่างมหาศาลอยู่แล้วนั้น เหตุการณ์แพร่ระบาดของไวรัสก็ยิ่งนำมาสู่การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของจำนวนผู้ใช้งาน โดยในปี 2020 Netflix มีจำนวนสมาชิกเพิ่มสูงขึ้นถึง 37 ล้านคน คิดเป็นการเติบโต 31% เมื่อเทียบกับปี 2019 และถึงแม้ว่าในปีที่แล้ว Netflix จะต้องเผชิญกับคู่แข่งรายสำคัญที่ก้าวเข้ามาสู่ตลาด ทั้งบริการ Disney+ หรือ Apple TV+ แต่ด้วยเนื้อหารายการที่ยังคงได้รับความนิยมจากผู้ชม ซึ่งพิสูจน์ได้จากข้อมูลการค้นหาหนังและซีรีส์ทั่วโลกจาก Google เนื้อหาที่ได้รับการค้นหาลำดับต้นๆ ส่วนใหญ่ยังสามารถรับชมได้จาก Netflix โดยเฉพาะซีรีส์ ซึ่งคงไม่แปลกถ้าหาก Netflix ยังคงจะเปรียบเสมือนเป็นราชาแห่งบริการ Streaming

ตัดภาพมาที่ปี 2021 เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายน บริษัทได้ทำการประกาศผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2021 ปรากฏว่าในช่วง 3 เดือนแรกของปี Netflix มีจำนวนผู้ใช้งาน เพิ่มขึ้น 3.98 ล้านคน ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ได้ทำการประเมินไว้ที่ 6.2 ล้านคน และถือว่าเป็นจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสแรกที่น้อยที่สุดในรอบ 5 ปีเลยทีเดียว

- Advertisement -

แผนภาพที่ 2: การเติบโตของสมาชิกผู้ใช้งาน Netflix ในไตรมาสแรกของปี 2021 มีการเติบโตที่น้อยที่สุดในรอบ 5 ปี

เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีอื่นๆ

นอกจากนี้บริษัทยังได้มีการประเมินตัวเลขจำนวนผู้ใช้งานที่จะเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 2 ของปี 2021 อยู่ที่เพียง 1 ล้านคน และจากตัวเลขผู้ใช้งานของ Netflix ที่น้อยกว่าคาด ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงทันทีถึง -11% ในช่วงหลังเวลาทำการซื้อ – ขายปกติ และเมื่อตลาดทราบการประกาศผลการดำเนินงาน ราคาหุ้นของ Netflix ก็ปรับตัวลดลง ถึงแม้ว่ากำไรต่อหุ้น (EPS) ของบริษัทจะออกมาดีกว่าที่มีการคาดการณ์โดยนักวิเคราะห์ก็ตาม (3.75 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหุ้น เทียบกับ 2.97 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหุ้น ที่นักวิเคราะห์คาด)

ซึ่งแน่นอนว่าสาเหตุที่จำนวนผู้ใช้ Netflix เติบโตได้น้อยลง เนื่องจากมาตรการการผ่อนคลาย Lockdown โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่มีการเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนจนใกล้ที่จะสามารถกลับมาดำเนินชีวิตในรูปแบบปกติ และบริษัทใหญ่ๆ หลายแห่งก็เริ่มมีการยกเลิกการ Work from Home ซึ่งนั่นก็จะทำให้จำนวนเวลาที่ผู้คนรับชม Netflix เมื่อต้องอยู่แต่กับบ้านนั้นลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่หากถามว่าจำนวนสมาชิกที่มีอยู่เดิมของ Netflix จะถึงขั้นลดลงหรือไม่นั้น จากผลสำรวจในสหรัฐฯ ยังระบุว่ามีจำนวนไม่มากนักที่จะตัดสินใจยกเลิกบริการของ Netflix ถ้าหากเหตุการณ์ไวรัสแพร่ระบาดสิ้นสุดลง ซึ่งหากเทียบกับบริการที่เป็นคู่แข่งรายอื่นๆ ก็จะเห็นว่า Netflix ยังเป็นบริการที่จะสามารถครองใจผู้ชมได้สูงต่อไปเมื่อวิถีชิวิตกลับมาเป็นปกติ

แผนภาพที่ 3: การคาดการณ์จำนวนสมาชิกผู้ใช้งานของ Netflix ที่จะมีการยกเลิกใช้บริการ เมื่อเหตุการณ์ไวรัสแพร่ระบาดสิ้นสุดลง ซึ่งมีจำนวนค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับบริการของคู่แข่งรายอื่นๆ

สำหรับมุมมองของ Netflix เองมองว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้จำนวนผู้ใช้ไม่เป็นไปตามคาด คือปัญหาด้านการถ่ายทำที่ส่งผลกระทบกับสตูดิโอใหญ่ ทำให้ไม่สามารถผลิตเนื้อหาใหม่ๆ ได้ โดยบริษัทคาดว่าทุกอย่างจะเริ่มกลับมาเป็นปกติในช่วงปลายปีนี้ และนอกจากนั้นยังมีกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่จะใช้ในการเพิ่มรายได้ เช่น การระมัดระวังในการปรับเพิ่มขึ้นของราคาสมาชิกที่อาจส่งผลให้จำนวนผู้ใช้ลดลง นอกจากนี้บริษัทยังอาจจะยกเลิกการแชร์ Password สำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ได้เป็นสมาชิกครอบครัวเดียวกัน และการทบทวนการปล่อยซีรีส์แบบรวดเดียวจบเหมือนเช่นที่ผ่านมา เป็นการค่อยๆ ทยอยปล่อยเนื้อหาทีละตอน ซึ่งจะช่วยดึงดูดการเป็นสมาชิกของผู้ชมได้นานขึ้น และช่องทางการเพิ่มรายได้ในรูปแบบใหม่ๆ ที่ Netflix กำลังพยายามผลักดัน คือการขายสินค้าที่ระลึกจาก Original ซีรีส์ของตัวเอง เหมือนกับที่ Disney+ ทำสำเร็จกับตัวละคร Baby Yoda จากซีรีส์ The Mandalorian หรือ HBO ที่ประสบความาสำเร็จกับตัวละครจากซีรีส์เรื่อง Game of Thrones

โดยการเทขายหุ้นที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้จากประเด็นจำนวนผู้ใช้ แต่หากย้อนกลับมาดูสถานะการเงินของบริษัทจะเห็นว่า Netflix เริ่มมีความแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในปลายปีที่แล้วบริษัทประกาศว่าปัจจุบันบริษัทกำลังใกล้จะกลายเป็นบริษัทที่มีสถานะ Free-cash-flow โดยที่ไม่ต้องการพึ่งพาการระดมทุนหรือกู้ยืมเงินเพื่อใช้การ Operation ของบริษัทในแต่ละวันอีกต่อไป และบริษัทยังประกาศแผนการซื้อหุ้นคืนวงเงิน 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการประกาศผลการดำเนินงานที่ผ่านมา

สุดท้ายแล้วนักวิเคราะห์จาก Bloomberg ประเมินว่า ถึงแม้ Netflix ต้องเผชิญกับคู่แข่งรายอื่นๆ รวมถึงศัตรูตัวฉกาจ คือการกลับไปใช้ชีวิตนอกบ้านของผู้คน แต่ด้วยความแข็งแกร่งของ Netflix ในด้านเนื้อหา การปลอดโฆษณา และการเก็บค่าสมาชิกแบบไม่ต้องจ่ายเพิ่มเพื่อดูเนื้อหาบางรายการ ด้วยจุดแข็งนี้อาจจะไม่ได้ทำให้จำนวนผู้ใช้งานเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดดังเช่นในอดีต แต่ก็ยังดีพอที่จะสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมที่มีจำนวนมหาศาล ซึ่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่นๆ แล้วอย่างน้อย Netflix ก็จะยังสามารถรักษาตำแหน่งราชาแห่ง Streaming เอาไว้ได้

อ่าน : ไทยพาณิชย์ อัดซอฟต์โลนเพิ่ม เร่งฟื้นฟูช่วยเหลือเอสเอ็มอีทุกราย

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News