จีนอาจผ่อนท่าทีต่อการใช้ชิปจากสหรัฐฯ หลังมีรายงานว่ารัฐบาลปักกิ่งส่งสัญญาณว่าอาจอนุญาตให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของประเทศ รวมถึง Alibaba และ ByteDance ซื้อชิป RTX PRO 5500 รุ่นใหม่ของ Nvidia เพื่อรองรับงานประมวลผลประสิทธิภาพสูงและ AI ท่ามกลางการแข่งขันด้านเซมิคอนดักเตอร์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่ยังดำเนินต่อไป
รายงานระบุว่า กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ได้ขอให้บริษัทหลายแห่ง รวมถึง Alibaba และ ByteDance แจ้งแผนการจัดซื้อ RTX PRO 5500 ทั้งจำนวนที่ต้องการและวัตถุประสงค์ในการใช้งาน พร้อมส่งสัญญาณกับบริษัทบางแห่งว่ารัฐบาลมีความตั้งใจที่จะอนุมัติการซื้อ
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการประกาศอนุมัติอย่างเป็นทางการ และ Reuters ระบุว่ายังไม่สามารถตรวจสอบรายงานดังกล่าวได้อย่างอิสระ ขณะที่ Alibaba และ ByteDance ยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อรายงานดังกล่าว
จับตา RTX PRO 5500 ช่องทางใหม่ของ Nvidia ในจีน
RTX PRO 5500 เป็น GPU ระดับ Professional Workstation รุ่นใหม่บนสถาปัตยกรรม Blackwell มีหน่วยความจำ GDDR7 ขนาด 84GB ออกแบบมาสำหรับงานประมวลผลประสิทธิภาพสูง ทั้ง AI Agent, Generative AI, Simulation และงานกราฟิกระดับมืออาชีพ
จุดที่ตลาดกำลังจับตาคือ RTX PRO 5500 อาจเป็นอีกช่องทางที่ทำให้ Nvidia สามารถเข้าถึงลูกค้าในจีนได้ ท่ามกลางข้อจำกัดด้านการส่งออกชิป AI ประสิทธิภาพสูงของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม สถานะของชิปรุ่นดังกล่าวภายใต้กฎควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ยังต้องติดตามความชัดเจนเพิ่มเติม จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าบริษัทจีนจะสามารถนำเข้าชิปดังกล่าวได้โดยไม่มีข้อจำกัด
Nvidia ระบุว่า บริษัทสหรัฐฯ ยังคงเผชิญข้อจำกัดทั้งจากมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ และข้อจำกัดของจีนต่อการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ
จีนยังเดินหน้าสร้างชิป AI ของตัวเอง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่จีนยังคงเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ โดยเฉพาะชิปประมวลผลขั้นสูงที่มีความสำคัญต่อการพัฒนา AI
Alibaba เองกำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและชิป AI ของตัวเอง เพื่อรองรับความต้องการประมวลผลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีจีนรายอื่นต่างเพิ่มการลงทุนในชิปและ Data Center เช่นเดียวกัน
ดังนั้น หากรัฐบาลจีนอนุญาตให้บริษัทเทคโนโลยีซื้อ RTX PRO 5500 จริง ก็ไม่ได้หมายความว่าจีนกำลังลดความสำคัญของยุทธศาสตร์พึ่งพาชิปภายในประเทศ แต่อาจสะท้อนว่าความต้องการกำลังประมวลผลสำหรับ AI เพิ่มขึ้นเร็วจนบริษัทจีนยังจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศควบคู่กับการพัฒนาชิปของตัวเอง
สำหรับ Nvidia ความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจเปิดโอกาสให้บริษัทกลับมาเข้าถึงความต้องการบางส่วนในตลาดจีน หลังธุรกิจชิปประมวลผลระดับสูงเผชิญข้อจำกัดจากทั้งวอชิงตันและปักกิ่ง
สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือ จีนจะอนุมัติการซื้อจริงหรือไม่ จะมีการกำหนดโควตาหรือเงื่อนไขเพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึงท่าทีของสหรัฐฯ ต่อการส่งออก RTX PRO 5500 ซึ่งจะเป็นตัวชี้ว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นเพียงการผ่อนคลายเฉพาะกรณี หรืออาจกลายเป็นช่องทางใหม่ของ Nvidia ในตลาด AI จีน

