HomeBusinessส่องทิศทางการลงทุน-ปัจจัยสำคัญ คาดแนวโน้มดอกเบี้ยไทยเริ่มลด เม.ย.นี้

ส่องทิศทางการลงทุน-ปัจจัยสำคัญ คาดแนวโน้มดอกเบี้ยไทยเริ่มลด เม.ย.นี้

นายปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ เปิดเผยว่า ภาพเศรษฐกิจโลกดีกว่าหลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ติดตามภาคการผลิตเริ่มกลับมา ภาคบริการเติบโตได้ดี หากดูประเทศใหญ่เศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัว โดยเงินเฟ้อชะลอลงทำให้ธนาคารกลางประเทศหลักเริ่มลดดอกเบี้ยได้ในกลางปีนี้ เช่นเดียวกับไทยอาจลดดอกเบี้ย เดือนเม.ย.นี้ จากการเริ่มเห็นสัญญาณเศรษฐกิจไทยระดับต่ำ ภาคบริโภคชะลอลง ส่งออกเริ่มฟื้นตัว โดยช่วงนี้เศรษฐกิจซึม ซึ่งเงินเฟ้อติดลบต่ออีก 2 เดือน จาก 5 เดือนที่ผ่านมา คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)จะลดต่อเนื่อง 2 ครั้ง เดือนเม.ย. และเดือนมิ.ย.นี้ จากปัจจุบัน 2.50% เป็น 2% ปีนี้

ทั้งนี้ เศรษฐกิจโลกดูดีกว่าคาด มาจากผลกระทบของดอกเบี้ยขาขึ้น ,ความเสี่ยงของภาคธนาคารที่เพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ แม้ว่าความเสี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะลดลง ในประเทศอื่นๆ มองว่าเศรษฐกิจยุโรปจะเสี่ยงต่อภาวะถดถอย แต่นโยบายการเงินเริ่มมีพื้นที่ว่างมากขึ้น และญี่ปุ่นปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี โดยแนะจับตากระแสการกู้ยืมเงินเยนไปลงทุนในสินทรัพย์สกุลอื่นอย่างใกล้ชิด แต่เชื่อว่าญี่ปุ่นจะดำเนินนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งจะไม่ทำให้กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายผันผวนมากนัก ด้านเศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัวในระยะสั้น แต่ระยะยาวยังเผชิญความเสี่ยงจาก 3 วิกฤติ ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ ภาวะเงินฝืด และวิกฤตการจ้างงาน

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกในไตรมาส 2 ปี 67 มีแนวโน้มชะลอตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าอัตราการเติบโตจะสูงกว่าที่นักวิเคราะห์เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า ซึ่งอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯอยู่ในทิศทางชะลอตัว ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีโอกาสลดดอกเบี้ยได้ในปีนี้ ในส่วนของเศรษฐกิจจีนเริ่มเห็นการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายด้าน โดยหากเศรษฐกิจจีนเติบโตตามแผนของรัฐบาลจะส่งผลบวกต่อทั้งเศรษฐกิจและตลาดหุ้นของเอเชียโดยเฉพาะไทย

- Advertisement -

ขณะที่การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 67 จะขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านการเบิกจ่ายภาครัฐเป็นหลัก ส่วนการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นอีกปัจจัยที่อาจเกิดขึ้นซึ่งจะช่วยหนุนเศรษฐกิจไทยเช่นกัน คาดว่าจะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นไทยในไตรมาสที่ 2 ปี 67 โดยประเมินว่าดัชนีเป้าหมายที่ 1,550 จุด จากปัจจุบันอยู่ใกล้ๆ 1,400 จุด แนะนำกลุ่มพาณิชย์ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มขนส่ง และ กลุ่มสาธารณูปโภค

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News