Home Business เพิ่งตื่น! เจดีเซ็นทรัล เผยทิศทางธุรกิจ ปี 64 ประกาศชัดพร้อมสู้แล้ว

เพิ่งตื่น! เจดีเซ็นทรัล เผยทิศทางธุรกิจ ปี 64 ประกาศชัดพร้อมสู้แล้ว

ปี 2563 ต้องเรียกว่าเป็นปีที่ทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซทุกค่ายเติบโตขึ้นอย่างมาก ซึ่งทั้งลาซาด้า ช้อปปี้ ต่างก็ออกมาแท็กทีมบอกว่าเป็นปีที่เริ่มมีรายได้กลับมาบ้าง จากที่ทำตลาดอย่างหนักมาตลอด (ลาซาด้าเริ่มทำตลาดในไทย 8-9 ปี ช้อปปี้ทำตลาดในไทยมา 5-6 ปี)

ส่วนเจดีเซ็นทรัล แม้จะเข้าตลาดมารายสุดท้าย แถมยังได้อานิสงส์จากสินค้าในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ปมาเสริมฐานความแข็งแรง

แต่ก็ต้องเรียกว่าเห็นการขยับตัวน้อยมากกว่าช่องทางอีคอมเมิรซ์ของเซ็นทรัลออนไลน์เสียอีก ด้านผู้บริหารก็ได้คนการตลาดฝีมือดีจาก Gojek มาช่วยเดินหน้ากลยุทธ์มากขึ้น งานนี้เรียกว่าผู้บริโภคอาจจะเห็นสีสันใหม่ๆ เกิดขึ้น แต่ก็ไม่อยากให้คาดหวังมากนัก

- Advertisement -

คุณวินเซนต์ หยาง ประธานกรรมการบริหาร (CEO) JD CENTRAL กล่าวว่า ภาพรวมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยเพิ่มขึ้น 8% จากปี 2019-2020 และมีจำนวนการใช้จ่ายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้น 20% เฉลี่ย 48 ล้านคนที่มีการใช้จ่ายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ

นอกจากนี้ ผู้บริหารของเจดี เซ็นทรัลเองยอมรับว่าด้วยกระแสการเติบโตของอีคอมเมิร์ซในปีที่ผ่านมาทำให้มีการเติบโตขึ้น 169% ถือว่าเป็นตัวเลขที่ดี เพราะทางเซ็นทรัลออนไลน์เอง สร้างยอดขายตลอดปี 2020 เติบโตถึง 200% หรือเพิ่มขึ้น 3 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2019

ทางด้านของค่าเฉลี่ยต่อบิล (Average Order Value) อยู่ที่ 2,198 บาท รายได้โดยเฉลี่ยของผู้ใช้งาน (Average Revenue per user) อยู่ที่ 8,605 บาท อัตราการกลับมาซื้อซ้ำ (Repurchase Rate) อยู่ที่ 67%

การแข่งขันกันเองภายในธุรกิจออนไลน์ของเซ็นทรัลนั้น เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะทั้งสองแพลตฟอร์มถือว่ามีจุดต่างกันไม่มาก นั่นคือเป็นสินค้าในเครือเซ็นทรัลเหมือนกัน (แต่เจดีจะมีสินค้าจากธุรกิจ B2B และ B2C มาเสริม) และจับกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์เหมือนกัน ราคาสินค้าก็ไม่ได้ลดกระหน่ำหรือโปรโมชั่นว้าวแบบแพลตฟอร์มอื่น แต่ยืนพื้นในการขายสินค้าระดับราคาที่มีทั้งแบบถูกกว่าการเดินทางไปซื้อที่ห้าง และราคาเท่ากับที่ร้านค้าทั่วไป ผู้ซื้อต้องลองเทียบราคากันเอง แต่ที่ได้แน่นอนคือแบรนด์ที่มั่นใจได้ว่าเป็นของแท้จากผู้ผลิตตรง

คุณก่อลาภ สุวัชรังกูร ประธานบริหารฝ่ายการตลาด เจดีเซ็นทรัล กล่าวเสริมว่า เดิมกลุ่มสินค้าที่มีการเติบโตจะเป็นกลุ่มคอมพิวเตอร์ แท็ปเลต โฮม ทำให้คาดการณ์ว่าผู้ใช้งานแพลตฟอร์มเราส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย แต่ในปี 2020 ที่ผ่านมา ผู้คนใช้จ่ายออนไลน์มากขึ้น ทำให้มีการสั่งซื้อสินค้าในกลุ่ม FMCG เพิ่มเพื่อความสะดวกสบาย ลดการเดินทาง 

ปัจจุบัน เจดีเซ็นทรัลจึงมีสัดส่วนลูกค้าทั้งชายและหญิงอยู่ที่ 50/50 รวมไปถึงเรามีความโดดเด่นในการดูแลลูกค้าทั้งการติดตั้งสินค้าเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ (โฮม) ทำให้การสั่งซื้อสินค้าภายในบ้านยังคงเติบโต ตามมาด้วยกลุ่มเฮลท์แอนด์บิวตี้ ที่มีการเติบโตดีขึ้น อาจเป็นเพราะสินค้าเพื่อสุขภาพของเรามีราคาที่เหมาะสม ทำให้การแข่งขันในกลุ่มนี้มีมากขึ้นตามมาด้วยกลุ่มอาหารสัตว์ ก็เพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจ เชื่อว่าจะเป็นการลดการออกจากบ้านและสั่งออนไลน์เพิ่ม

ทางด้านของแผนการตลาดในปี 2021 นั้น เรายังคงเน้นกลุ่ม High Target เช่นเดิม เพราะเจดีเซ็นทรัลเติบโตจากลูกค้ากลุ่มนี้ รวมทั้งด้านอีโคซิสเต็มส์และโซลูชั่นก็ยังคงเน้นใน 4 เรื่อง คือ

  • JOY TECHNOLOGY เน้นการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อช่วยให้ผู้ขายสามารถจัดการร้านค้าออนไลน์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยปีนี้จะมีไฮไลท์อย่าง ฟีเจอร์ใหม่ที่จะเปิดตัว One-click Solution ที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ขายเพียงการคลิกครั้งเดียว ระบบ QPS Model ให้คะแนนร้านค้าโดยแบ่งเป็น ด้าน คือ 1.คุณภาพ (Quality) เน้นคุณภาพของสินค้า คุณสมบัติตรงตามที่ประกาศลงสินค้าไว้ 2. ราคา (Price) ราคาที่คุ้มค่าที่สุดสมเหตุผล และมีโปรโชมั่นให้ลูกค้าได้เลือก และ 3. การบริการ (Service) ตั้งแต่การสอบถาม สั่งซื้อ ไปตลอดจนบริการหลังการขาย
  • JOY RETAIL SOLUTION โซลูชั่นเพื่อสนับสนุนผู้ขาย (Seller) ให้สามารถเลือกใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็น Service Analysis ระบบช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการให้บริการ Competitor Analysis วิเคราะห์คู่แข่ง Industry Analysis วิเคราะห์ภาพรวมของอุตสาหกรรม และมี JOY University ที่จะคอยช่วยเหลือผู้ขาย SME สอนการใช้งานเครื่องมือต่างๆ แบบละเอียดทีละขั้นตอน ถึงแม้จะไม่ถนัดการใช้งานเทคโนโลยีก็จะสามารถเรียนรู้จนใช้ได้อย่างชำนาญ
  • JOY MARKETING จะเพิ่มในส่วนของระบบ CRM สิทธิประโยชน์ของ E-Voucher และมีพาร์ทเนอร์ใหม่ๆเข้าร่วมมากยิ่งขึ้น การพัฒนาในส่วนของ Online Marketing Ad Solutions ให้ผู้ขายสามารถใช้งานได้สะดวกขึ้น จัดการโฆษณาร้านค้าของตัวเองในทุกแพลตฟอร์ม ได้จากช่องทางหลัก
  • JOY FULFILLMENT ยังคงเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และเน้นการให้บริการเป็นสำคัญ ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มอัตราการส่งของให้ถึงมือลูกค้าภายในวันถัดไปแบบ 100%

การแข่งขันของธุรกิจอีคอมเมิร์ซนั้น ยังคงเรียกว่าเป็นช่วงกอบโกยของทุกแพลตฟอร์มที่มีช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์แบบครบวงจร การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำและคนพูดถึงก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะเพิ่มการสั่งซื้อมากขึ้น

การขยับตัวของเจดีเซ็นทรัลนั้น เรียกได้ว่า ช้ามากหากนับเวลาตั้งแต่เปิดตัวเข้ามาให้บริการในประเทศไทย ใช้พรีเซ็นเตอร์ชื่อดังมาช่วยเสริมภาพลักษณ์ แต่ก็ยังไปได้ไม่สุดนัก เพราะมาช้ากว่ารายอื่นแม้ว่า เจดี จะเป็นเบอร์ 2 ในจีนและมีเทคโนโลยีดีแค่ไหน นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำได้แบบเดียวกันในไทย เห็นได้จากหลายแพลตฟอร์มที่ต้องปิดตัวไป

วงการอีคอมเมิร์ซของประเทศไทยจะเรียกว่าอยู่ในยุคของการเติบโตและผูกขาดกับรายที่เข้ามาก่อนและทุ่มตลาดเต็มที่ก็ว่าได้ เพราะสองยักษ์ที่เข้ามาก่อนนั้น “เผาเงิน” ดุมาก จนปี 2020 นี่แหละถึงเรียกว่าไม่ต้องดุขนาดนั้น คนก็ใช้งานออนไลน์เพราะออกจากบ้านไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามกันต่อไปว่าแพลตฟอร์มไหนจะได้เป็นเบอร์หนึ่งตัวจริง เพราะไม่ว่าใครก็ “เคลม” ตัวเองว่าเป็นผู้นำและเจ้าตลาดไม่ต่างกัน คงต้องรอดูกันไปอีกสักพักว่าใครจะถึงฝั่งฝันเป็นเบอร์หนึ่งก่อนกัน

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News