นายอุตตม สาวนายน รัญมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือการแก้ไขปัญหาบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ก่อนที่จะเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ว่า โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง
นายอุตตม เปิดเผยว่า ได้หารือกันเพื่อเดินหน้าการฟื้นฟูกิจการของ บริษัทการบินไทย ที่จะต้องมีการจัดทำแผนการฟื้นฟูฯ ไปยื่นต่อศาล โดยเวลานี้กระทรวงการคลังขายหุ้นของการบินไทยออกไปให้เหลือต่ำกว่า 50% แล้ว จึงถือว่าการบินไทยไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ ซึ่งทำให้กระทรวงการคลังและคมนาคมก็หลุดจากการเป็นผู้กำกับดูแล
อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เป็นรัฐบาลทั้ง 2 กระทรวงก็ได้ร่วมมือกันไม่มีการแบ่งแยกว่าใครจะมีสิทธิเข้าไปดูแล กระบวนการฟื้นฟูฯ มากกว่า เป็นการร่วมมือกัน ตามมติ ครม. ที่ให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าทีมในส่วนของรัฐบาล ไม่ต้องกังวลว่ากระทรวงการคลังจะนำรูปแบบการแก้ไขปัญหาการบินไทยไปสู่แนวคิดก่อนหน้านี้ ที่จะให้กระทรวงการคลังเข้าไปค้ำประกันเงินกู้ให้การบินไทย และเจรจาเจ้าหนี้นอกศาล ขณะนี้กลับไปตรงนั้นไม่ได้แล้ว มันเลยกระบวนการตรงนั้นไปหมดแล้ว
แหล่งข่าว กล่าวว่า การหารือในครั้งนี้ยังมีความสับสนว่ากระบวนการภายหลังกระทรวงการคลังได้ขายหุ้นเพื่อปลดล็อกการบินไทยออกจากการเป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว จะต้องเริ่มตั้งคณะกรรมการชุดใดก่อนระหว่างคณะกรรมการ(บอร์ด)การบินไทย กับคณะผู้จัดทำแผนฟื้นฟูฯ ซึ่งการพิจารณาตรงนี้ติดอยู่ตรงนี้ และกำลังหาทางว่าจะมีแนวทางใดทำได้อีก ซึ่งทั้ง 2 กระทรวงกำลังปรึกษาหารือกัน
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เกี่ยวกับรายชื่อของการเลือกผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการบริษัท การบินไทย นั้นถือว่าเป็นอำนาจของเจ้าหนี้ หรือ ลูกหนี้ ส่วนจะมีกี่คนอันนี้ส่วนตัวไม่ทราบจริงๆ ส่วนที่มีการถามว่าเป็นจำนวน 15 คน หรือไม่นั้นไม่รู้ตัวเลขนี้มาจากไหน
ผู้สื่อข่าวถามว่า รายชื่อที่กำลังมีการคัดเลือกเวลานี้จะเป็นผู้ที่จะมาเป็นคณะกรรมการชุดใหม่ของการบินไทย หรือเป็นคณะผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ นายวิษณุ กล่าวว่า “ก็ไม่รู้ พูดกันคนละเรื่องอยู่เวลานี้”
ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรนั้น นายวิษณุ กล่าวว่าก็ยังไม่รู้ แต่กรอบระยะเวลาที่ยื่นต่อศาลจะต้องเร็ว ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะเจ้าหนี้เขาอาจจะไม่รอเราก็ได้
“เดี๋ยวรอดูก็แล้วกัน ครม.พรุ่งนี้น่าจะมีอะไรบางอย่าง”

