HomeBusinessไทยปักธง ‘ชิปเมดอินไทยแลนด์’ ตั้งเป้าดึงลงทุน 2.5 ล้านล้านบาท ดันรายได้อุตสาหกรรมแตะ 5 ล้านล้านต่อปี

ไทยปักธง ‘ชิปเมดอินไทยแลนด์’ ตั้งเป้าดึงลงทุน 2.5 ล้านล้านบาท ดันรายได้อุตสาหกรรมแตะ 5 ล้านล้านต่อปี

ไทยเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ครั้งใหญ่ บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์เห็นชอบยุทธศาสตร์แห่งชาติฉบับแรก วางโรดแมป 3 ระยะสู่เป้าหมาย “ชิปเมดอินไทยแลนด์” ตั้งเป้าดึงเงินลงทุนกว่า 500,000 ล้านบาทภายในปี 2573 และ 2.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2593 พร้อมผลักดันรายได้อุตสาหกรรมแตะ 5 ล้านล้านบาทต่อปี และสร้างงานใหม่กว่า 230,000 ตำแหน่ง

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้เห็นชอบ “ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ”

ถือเป็นการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมชิปของไทยอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การออกแบบชิป การผลิตต้นน้ำ การประกอบและทดสอบ ไปจนถึงการต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

- Advertisement -

โรดแมป 3 ระยะ สร้างซัพพลายเชนชิปครบวงจร

ยุทธศาสตร์แบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 ระยะ

ระยะแรก ภายในปี 2573 ไทยจะเร่งยกระดับฐานการประกอบและทดสอบชิปเดิมไปสู่ Advanced Packaging พร้อมวางรากฐานการผลิตชิปต้นน้ำ

ระยะที่สอง ภายในปี 2583 จะเน้นดึงนักลงทุนรายใหญ่ในกิจการออกแบบชิปและ Wafer Fabrication รวมถึงเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเติมเต็มห่วงโซ่อุปทาน

ระยะที่สาม ภายในปี 2593 ตั้งเป้าให้ไทยมีซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์ครบวงจร พร้อมสร้างบริษัทไทยขึ้นเป็น Local Champion และมีบทบาทมากขึ้นในตลาดโลก

ปักธง 3 เทคโนโลยีหลัก

ไทยจะให้ความสำคัญกับเซมิคอนดักเตอร์ 3 กลุ่มที่สอดคล้องกับฐานอุตสาหกรรมเดิมและความต้องการของตลาดโลก ได้แก่

Photonics เทคโนโลยีด้านแสงและการรับส่งข้อมูล ซึ่งมีความสำคัญต่อ AI ดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบสื่อสารความเร็วสูง

Power Semiconductor ชิปสำหรับควบคุมและแปลงพลังงาน ซึ่งเป็นหัวใจของรถยนต์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน ระบบไฟฟ้า และดาต้าเซ็นเตอร์

และ Sensor ซึ่งสามารถต่อยอดจากศักยภาพด้าน MEMS ของไทย ไปสู่อุตสาหกรรม IoT ระบบอัตโนมัติ ยานยนต์ อุปกรณ์อัจฉริยะ และการแพทย์

นอกจากนี้ ไทยยังต้องการเพิ่มขีดความสามารถด้าน IC Design และ Advanced Packaging เพื่อเพิ่มมูลค่าในอุตสาหกรรมและลดการพึ่งพากิจกรรมประกอบขั้นพื้นฐานเพียงอย่างเดียว

ใช้ 5 กลไกดึงนักลงทุนชิประดับโลก

แผนยุทธศาสตร์จะขับเคลื่อนผ่าน 5 กลไกหลัก ได้แก่ สิทธิประโยชน์และแพ็กเกจสนับสนุนการลงทุนแบบเฉพาะราย การพัฒนาบุคลากรทักษะสูง การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและงานวิจัย การเตรียมความพร้อมด้านไฟฟ้า น้ำ และพลังงานสะอาด รวมถึงการปรับปรุงกฎระเบียบและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ

ภาครัฐยังเตรียมสนับสนุนศูนย์ออกแบบชิป เครื่องมือออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์ประกอบและทดสอบขั้นสูง รวมถึงการสร้างผู้ประกอบการเทคโนโลยีไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“Siam Silica” ปั้นคนด้านชิป 86,600 คน

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือแผนงาน Siam Silica ซึ่งถูกวางให้เป็นกลไกด้านกำลังคนสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

ภายในปี 2573 ตั้งเป้าผลิตและพัฒนาบุคลากรรวม 86,600 คน แบ่งเป็นกำลังคนสมรรถนะสูง 84,900 คน และบุคลากรวิจัยระดับสูงประมาณ 1,700 คน

การพัฒนาจะครอบคลุมทั้งการออกแบบชิป การผลิตชิปต้นน้ำ การประกอบและทดสอบ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ วัสดุขั้นสูง ตลอดจนเทคโนโลยีควอนตัม เพื่อเพิ่มจำนวนวิศวกร นักวิจัย ช่างเทคนิค และผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมนี้

Infineon เปิดโรงงานไทย 1 ต.ค. จ้างงานกว่า 5,000 คน

หนึ่งในสัญญาณสำคัญของการลงทุนระลอกใหม่ คือ Infineon Technologies ผู้ผลิตชิปรายใหญ่จากเยอรมนี เตรียมเปิดโรงงานแห่งแรกในประเทศไทยที่จังหวัดสมุทรปราการ วันที่ 1 ตุลาคม 2569

โรงงานดังกล่าวจะเป็นฐานผลิต Power Module ขั้นสูง พร้อมศูนย์วิจัยและพัฒนา และเมื่อดำเนินงานเต็มโครงการ คาดว่าจะสร้างงานให้บุคลากรไทยมากกว่า 5,000 ตำแหน่ง

นอกจาก Infineon ยังมีบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกหลายรายเลือกไทยเป็นฐานการผลิตในช่วงที่ผ่านมา เช่น Analog Devices, Foxsemicon, ZDT, Terahop และ MPI

ข้อมูลของบีโอไอระบุว่า ในช่วงปี 2566 ถึงเดือนมิถุนายน 2569 มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงรวม 879 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 909,000 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ไทยไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่กำลังพยายามต่อยอดฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์เดิม ไปสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยโจทย์สำคัญต่อจากนี้คือการเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และการสร้างผู้ประกอบการไทยให้มีบทบาทในซัพพลายเชนโลกมากขึ้น

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News