Home Business Apple เตรียมติดอีกหนึ่งอาวุธให้ธุรกิจ ด้วยบริการ “‘Buy Now, Pay Later”

Apple เตรียมติดอีกหนึ่งอาวุธให้ธุรกิจ ด้วยบริการ “‘Buy Now, Pay Later”

โดย สวภพ ยนต์ศรี

AFPT™ Senior Wealth Manager บลจ.ทิสโก้

แม้ว่ารายได้จากการขาย iPhone ของ Apple ในการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาสล่าสุด (Q1/2021 ตามปีปฏิทิน) จะสามารถเติบโตได้มากถึง 65.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากความนิยมของมือถือรุ่น iPhone 12 ที่ยังคงได้การตอบรับเป็นอย่างดี ไม่เพียงเท่านั้นยังมีรายงานข่าวว่า Apple เตรียมที่จะเพิ่มกำลังการผลิตมือถือรุ่นใหม่ iPhone 13 ที่เตรียมจะประกาศเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้อีกราว 20% จากเดิม 75 ล้านเครื่อง เป็น 90 ล้านเครื่อง แต่ดูเหมือนว่า Apple ก็ยังคงไม่หยุดนิ่งในการเดินหน้าขยายธุรกิจของตัวเอง โดยเฉพาะรายได้ที่มาจากการบริการส่วนอื่นๆ เช่น App Store, Apple Music หรือ Apple TV+ ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนรายได้ราว 20% ของบริษัท ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์การทำธุรกิจของ Apple ที่จะมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้จากการบริการในส่วนนี้ให้มากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากปัจจุบันผู้ใช้มือถืออาจจะมีการเปลี่ยนมือถือรุ่นใหม่ช้าลงกว่าเดิม หรือ อาจมีมือถือบางรุ่นหรือบางปียอดขายไม่ได้เป็นไปตามที่ตั้งเป้าไว้มากนัก และล่าสุดสำนักข่าว Bloomberg ก็ได้ทำการรายงานข่าว โดยระบุว่า Apple เตรียมที่จะเสริมอีกหนึ่งอาวุธให้กับธุรกิจบริการของตัวเอง ซึ่งก็คือการเปิดบริการผ่อนชำระสินค้าผ่าน Apple Pay “Buy Now, Pay Later” ที่น่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการเพิ่มรายได้ให้กับ Apple มากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม

- Advertisement -

โดยบริการ “Buy Now, Pay Later” จะทำให้ผู้บริโภคที่ทำการชำระค่าสินค้าผ่านบริการ Apple Pay สามารถเลือกการชำระค่าสินค้าเป็นแบบผ่อนชำระได้ โดย Goldman Sachs ที่เป็นพันธมิตรธุรกิจร่วมกับ Apple มาตั้งแต่การเปิดตัวบัตรเครดิต Apple Card ตั้งแต่ปี 2019 จะเข้ามาร่วมเป็นแหล่งเงินทุนในการให้กู้ยืมเงินในแบบผ่อนชำระ และ Apple ยังมีแผนที่จะให้ผู้ใช้สามารถเลือกการชำระแบบปลอดดอกเบี้ยได้ หากผ่อนชำระทุกสองสัปดาห์ หรือเลือกผ่อนชำระแบบหลายเดือนพร้อมดอกเบี้ย ซึ่งบริการดังกล่าวจะช่วยดึงดูดผู้บริโภคให้หันมาใช้งาน Apple Pay มากยิ่งขึ้น และ Apple ก็จะได้รายได้เพิ่มขึ้นจากการเก็บส่วนแบ่งค่าสินค้าที่มีการชำระผ่านบริการ Apple Pay แน่นอนว่าในช่วงเริ่มต้น Apple อาจเริ่มการรับบริการ “Buy Now, Pay Later” ด้วยการซื้อสินค้าของตัวเองหรือการใช้ Apple Card ก่อน แต่ในท้ายที่สุดบริการนี้ผู้ใช้จะสามารถใช้บัตรเครดิตอะไรก็ได้ในการผูกติดกับบริการ Apple Pay เผื่อผ่อนชำระสินค้า

สำหรับวิธีการใช้บริการที่มีการเปิดเผยออกมาในเบื้องต้นระบุว่า ผู้ใช้งานจะต้องได้รับการอนุมัติการใช้งานผ่าน Application iPhone Wallet App และจะต้องยืนยันตัวตนด้วย Local ID Card ในการสมัครใช้บริการ แต่ยังไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาว่า Apple จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ยในอัตราเท่าไหร่ ซึ่งหากมองไปที่บริษัทอื่นๆ ที่เปิดให้บริการในลักษณะนี้พบว่า บริการผ่อนชำระของ บริษัท Affirm Holdings Inc. มีการเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุดกว่ารายอื่นๆ อยู่ที่ราว 30% ต่อปี

และสำหรับบริการผ่อนชำระแบบปลอดดอกเบี้ยของ Apple นั้น มีบริษัทคู่แข่งที่อยู่ในตลาดอยู่แล้ว อาทิ บริษัท Afterpay Ltd, Sezzle Inc. รวมถึงบริการผ่อนชำระแบบ 4 งวด ของบริษัท PayPal และแน่นอนว่าเมื่อยักษใหญ่อย่าง Apple ขยับก็ย่อมส่งผลต่อบรรดาบริษัทที่ทำธุรกิจลักษณะนี้โดยตรง ซึ่งในช่วงคืนวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 ที่มีข่าวนี้นำเสนอออกมาปรากฏว่าราคาหุ้นของ บริษัท Affirm Holdings Inc. ปรับตัวลดลงราว 10% PayPal ปรับลดลง 0.6%. และบริษัท Afterpay ปรับลดลง 9.6% ในช่วงเปิดทำการซื้อขายของวันที่ 14 กรกฎาคม 2564

โดยข้อมูลในปัจจุบันพบว่า ร้านค้าปลีกในสหรัฐฯ จำนวนถึง 85% ที่รับชำระการซื้อสินค้าและบริการด้วย Apple Pay ซึ่งการเปิดตัวบริการ “Buy Now, Pay Later” นั้นจะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเพิ่มฟีเจอร์ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่มีการเปิดตัวบริการ Apple Pay ในปี 2014 นอกจากนี้ในปี 2020 Apple ยังได้เข้าซื้อกิจการบริษัท Mobeewave Inc., บริษัท Startup ที่มีเทคโนโลยีในการทำให้มือถือมีระบบรองรับการชำระเงินด้วยการแตะจากบัตรเครดิตหรือแตะจากมือถือเครื่องอื่น ซึ่งถือเป็นการปูทางในการเสริมฟีเจอร์ระบบรับชำระเงินต่างๆ ของ Apple Pay ได้อีกในอนาคต

สำหรับข่าวนี้ หากมองในมุมด้านลบก็อาจดูเหมือนว่าการขยายธุรกิจของ Apple อาจจะสวนทางกับนโยบายของ ปธน. Joe Biden ที่ประกาศว่าจะพยายามลดการผูกขาดการค้าของบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ ลง และหากมองตัวอย่างไปที่จีนก็มีเหตุการณ์ที่รัฐบาลใช้นโยบายให้บริษัทเทคโนโลยีห้ามทำธุรกิจที่เกี่ยวกับการเงินหลายประเภทเพื่อลดการผูกขาดการค้า แต่หากว่ามองในมุมบวกการเปิดบริการ “‘Buy Now, Pay Later” ของ Apple ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่า Apple นั้นเป็นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ อยู่เสมอ พร้อมกับการคิดค้นผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ถึงแม้ราคาหุ้น Apple จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้วอย่างต่อเนื่องในช่วงหลัง แต่การไม่หยุดนิ่งของ Apple ก็เท่ากับโอกาสในการเติบโตที่ไม่หยุดนิ่งเช่นเดียวกัน ดังนั้น หากมองไปที่ภาพของการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวนั้น การมองหากองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่และมีหุ้น Apple อยู่ในกองทุนก็ถือว่ายังมีความน่าสนใจในการลงทุนที่ไม่เคยลดน้อยลงแต่อย่างใด

อ่าน : ส่องธีมการลงทุนรับการเปิดเมือง กองทุน REITs ไทยจะเป็นอย่างไร เมื่อเทียบกับกองทุน REITs โลก

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News