รัฐบาลจับมือ กกร. เร่งขับเคลื่อน “Reinvent Thailand” เชื่อม 7 กลุ่มธุรกิจเป้าหมายเข้าสู่กลไก กรอ. เปลี่ยนข้อเสนอภาคเอกชนสู่การปฏิบัติจริง ตั้งเป้าเศรษฐกิจไทยเติบโตไม่น้อยกว่า 3% ต่อปี ดันสัดส่วนการลงทุนแตะอย่างน้อย 30% ของ GDP พร้อมวางเป้าไทยขึ้นสู่ 20 อันดับแรกด้านขีดความสามารถในการแข่งขันของโลก
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หารือร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. เพื่อกำหนดแนวทางขับเคลื่อนโครงการ Reinvent Thailand หลังนำข้อเสนอจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศที่ได้จากงาน The Bangkok Business Summit 2026 มาพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย
เป้าหมายสำคัญคือการเชื่อมข้อเสนอจากภาคธุรกิจเข้าสู่กลไก คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. เพื่อให้แต่ละเรื่องมีหน่วยงานรับผิดชอบ กรอบเวลาที่ชัดเจน และสามารถติดตามผลได้อย่างต่อเนื่อง
ดัน 7 ธุรกิจเป็น “กองหน้า” เศรษฐกิจไทย
Reinvent Thailand กำหนด 7 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย ได้แก่
- เกษตรและการแปรรูปอาหาร
- ยานยนต์
- การค้าปลีกและการค้า
- อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
- การแพทย์และเวลเนส
- การท่องเที่ยว
- เศรษฐกิจสร้างสรรค์
โดยภาครัฐวางให้ทั้ง 7 กลุ่มทำหน้าที่เป็น “กองหน้า” เชื่อมกับ “กองกลาง” 4 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัลและ AI พลังงาน และระบบการเงิน เพื่อเร่งให้การลงทุนและการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเกิดขึ้นจริง
ตั้งเป้า GDP โตไม่น้อยกว่า 3% ลงทุน 30% ของ GDP
เอกนิติระบุว่า รัฐบาลต้องการยกระดับประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 โดยใช้ยุทธศาสตร์ Investment-led Growth หรือการลงทุนเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจ
กรอ. ตั้งเป้าให้เศรษฐกิจไทยเติบโตไม่น้อยกว่า 3% ต่อปี เพิ่มสัดส่วนการลงทุนเป็นอย่างน้อย 30% ของ GDP และผลักดันอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยเข้าสู่ 20 อันดับแรกของโลก
อีกเป้าหมายสำคัญคือการเชื่อมการลงทุนจากต่างประเทศเข้ากับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs เพื่อสร้าง Local Champion และดึงธุรกิจไทยเข้าสู่ Supply Chain ของอุตสาหกรรมใหม่ เพิ่มการจ้างงาน และกระจายประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ
เดินหน้า 3 ระยะ คัด Quick Wins ทำก่อน
แนวทางขับเคลื่อน Reinvent Thailand จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่
Stabilize Today แก้ปัญหาเร่งด่วน ลดต้นทุน และปลดล็อกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อภาคธุรกิจ
Transition Now ช่วยผู้ประกอบการปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยี รูปแบบธุรกิจ และมาตรฐานใหม่
Invest for Tomorrow วางรากฐานด้านอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทักษะแรงงาน และโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว
ขณะเดียวกัน จะคัดเลือกข้อเสนอที่สามารถดำเนินการได้ทันที หรือ Quick Wins ควบคู่กับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง โดยกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด และกรอบเวลาที่ชัดเจน
รายงานจากหลายสำนักระบุว่า ภาครัฐและเอกชนเตรียมเร่งสรุปข้อเสนอที่พร้อมดำเนินการ เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของ กรอ. ภายในประมาณ 1 เดือน
ดึง SME ไทยเข้าห่วงโซ่เศรษฐกิจใหม่
นายผยง ศรีวณิช ประธาน กกร. และประธานสมาคมธนาคารไทย ระบุว่า เป้าหมายสำคัญคือทำให้ Reinvent Thailand ไม่หยุดอยู่เพียงเวทีเสนอความคิดเห็น แต่ต้องสามารถกำหนดเจ้าภาพ กรอบเวลา และติดตามผลได้จริง
ด้าน ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มองว่า การปฏิรูปต้องเปิดโอกาสให้ SMEs และธุรกิจในภูมิภาคเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าใหม่ โดยอาศัยจุดแข็งของไทยในภาคเกษตร อาหาร การค้า การท่องเที่ยว สุขภาพ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ขณะที่นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เห็นว่า ไทยจำเป็นต้องสร้างการเติบโตจากทั้งอุตสาหกรรม High Tech และ High Touch ควบคู่กัน พร้อมเร่งยกระดับ Local Content ทักษะแรงงานระดับสูง และความมั่นคงด้านพลังงาน
ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นความพยายามเปลี่ยน Reinvent Thailand จากขั้น “เสนอแนวคิด” ไปสู่การผลักดันมาตรการและโครงการลงทุนที่สามารถวัดผลได้ โดยมีเป้าหมายปลายทางคือการเพิ่มผลิตภาพ สร้างงาน ยกระดับรายได้ และสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจชุดใหม่ให้ประเทศไทย

