HomeBusinessธปท.เล็งหาทางช่วยเอสเอ็มอีเพิ่มเข้าถึงแหล่งเงินทุน

ธปท.เล็งหาทางช่วยเอสเอ็มอีเพิ่มเข้าถึงแหล่งเงินทุน

น.ส.สุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หลังจากนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธปท. ได้หารือกับนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ถึงการช่วยให้ประชาชนและเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้นนั้น ธปท.จะพิจารณาถึงแผนวางโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว ซึ่งต้องดูเงินที่ปล่อยสินเชื่อไปต้องมีแนวโน้มกลับมาชำระหนี้ได้ เพราะสินเชื่อคือเงินฝากของประชาชน

ทั้งนี้ การเข้าถึงสินเชื่อโดยเฉพาะเอสเอ็มอีเป็นเรื่องสำคัญ เพราะดูจากผลดำเนินงานธนาคารพาณิชย์สินเชื่อเอสเอ็มอีในไตรมาสแรกปีนี้ติดลบ 5.1% แต่ไม่ใช่ติดลบครั้งแรก เกิดขึ้นมาตลอดปลายปี ยกเว้นช่วงโควิดที่มีซอฟต์โลนเข้ามาช่วย ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เอสเอ็มอีเข้าไม่ถึงสินเชื่อ เกิดจากข้อมูลไม่สมบูรณ์ และความเสี่ยงหลักประกัน บางครั้งหลักประกันไม่มี ก็ต้องใช้เครดิตการันตี หรือการค้ำประกัน โดยต้องคุยรายละเอียดกันระหว่าง ธปท. กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

“คุยถึงเรื่องโอเพ่นดาต้า เพิ่มข้อมูลในการใช้พิจารณาสินเชื่อ เพราะข้อมูลอยู่กับหน่วยงานต่างๆ เช่น การโอนเงินชำระเงิน จ่ายค่าสาธารณูปโภค ค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าหนี้มีการใช้ข้อมูลหลากหลายวิเคราะห์ความสามารถชำระหนี้เอสเอ็มอีได้ดีขึ้น และการใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ก็ใช้ได้แต่มีข้อจำกัด จึงต้องมาดูว่าทำอะไรได้มากกว่านี้ และมีการเพิ่มการแข่งขันเปิดให้มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาด้วย”

- Advertisement -

นอกจากนี้ยังได้ติดตามคุณภาพหนี้เอสเอ็มอี การเงินเปราะบางจากรายได้ฟื้นตัวช้า แม้หนี้ด้อยคุณภาพ(เอ็นพีแอล)จะเพิ่มขึ้น แต่ยืนยันบริหารจัดการได้ และไม่เพิ่มอย่างก้าวกระโดด ส่วนการช่วยเหลือลูกหนี้เรื้อรังมีลูกหนี้เข้ามาเป็นส่วนน้อยต้องมาดูว่าเพราะอะไร จะต้องคุยกับลูกหนี้ และเจ้าหนี้ ว่าไม่เข้าโครงการแก้หนี้เรื้อรังเพราะอะไร จะได้นำมาปรับปรุงในไตรมาส 3 ปีนี้

ขณะที่หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยจาก 91% เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจไทย หรือจีดีพีของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกาศล่าสุด อยู่ที่ 1.5% ซึ่งสูงกว่าที่คาดไว้ ดังนั้นส่งผลให้หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีในไตรมาส 1 ปี 67 มีแนวโน้มลดลง โดยจะประกาศได้ในเดือน มิ.ย. นี้

น.ส.อัจจนา ล่ำซำ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบแบบจำลองและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า หนี้เอ็นพีแอลไตรมาสแรกปีนี้ปรับเพิ่มมาอยู่ที่ 5.02 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,800 ล้านบาท หรือปรับขึ้นมาอยู่ที่ 2.74% จาก 2.66% ในไตรมาสก่อนหน้า มาจากการจัดชั้นคุณภาพของสินเชื่อธุรกิจ และสินเชื่ออุปโภคบริโภคคุณภาพหนี้ด้อยลง โดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และเอสเอ็มอี ปรับตัวด้อยลง จากการจัดชั้นหนี้ ส่วนเอสเอ็มอีคุณภาพหนี้ที่ด้อยลง เห็นในกลุ่มค้าปลีกและค้าส่ง ด้านสินเชื่ออุปโภคบริโภค คุณภาพหนี้ด้อยลงในเกือบทุกพอร์ต

“สิ่งที่ห่วงของหนี้เสีย คือ สินเชื่ออุปโภคบริโภครายย่อย ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากรายได้ที่กลับมาไม่เต็มที่ ทำให้เห็นคุณภาพหนี้ด้อยลงเพิ่มขึ้น โดยห่วงกลุ่มเปราะบาง กลุ่มที่มีรายได้น้อย ซึ่งมีความผันผวนและมีรายได้ไม่แน่นอน ด้านการชำระขั้นต่ำบัตรเครดิต เห็นว่าคนส่วนใหญ่สามารถจ่ายได้ แต่ทั้งนี้ อาจกระทบตัวลูกหนี้บางกลุ่ม ไม่สามารถกลับมาชำระขั้นต่ำได้ด้วย”

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News