HomeBusinessธุรกิจ Wellness พุ่งกว่า 1.7 หมื่นล้าน โตรับเมกะเทรนด์ท่องเที่ยว+สูงวัย

ธุรกิจ Wellness พุ่งกว่า 1.7 หมื่นล้าน โตรับเมกะเทรนด์ท่องเที่ยว+สูงวัย

            ข้อมูลสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ใน พ.ศ. 2564 มีผู้สูงอายุที่อายุเกิน 60 ปี ประมาณ 13 ล้านคน หรือราว 20% ของประชากรทั้งประเทศ และมีการประเมินว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า พ.ศ. 2575 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุดคือมีคนอายุเกิน 60 ปี สูงถึง 28% ทำให้กระแสการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ Wellness Tourism กลายเป็นธุรกิจมาแรง 

            ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้ารายได้รวมการท่องเที่ยวปี 2566 ไว้ 2.38 ล้านล้านบาท โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 30 ล้านคน สร้างรายได้  1.5 ล้านล้านบาท และนักท่องเที่ยวชาวไทย 135 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 880,000 ล้านบาท ทำให้ธุรกิจ Wellness คึกคักมากยิ่งขึ้น

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า ประเทศไทยมีธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพ หรือที่นิยมเรียกว่า Wellness Business ที่จัดตั้งในรูปแบบนิติบุคคลและคงอยู่จำนวน 2,581 ราย ทุนจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 17,272.93 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 ประเภทธุรกิจ ได้แก่ 1) ธุรกิจสปาและนวด จำนวน 1,422 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 8,386 ล้านบาท จัดตั้งใหม่ในปี 2565 จำนวน 142 ราย ทุนจดทะเบียน 292 ล้านบาท 2) ธุรกิจกายภาพบำบัด  จำนวน 151 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 1,598 ล้านบาท จัดตั้งใหม่ในปี 2565 จำนวน 36 ราย ทุนจดทะเบียน 79 ล้านบาท 3) ธุรกิจฟิตเนส จำนวน 1,008 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 7,287 ล้านบาท จัดตั้งใหม่ในปี 2565 จำนวน 94 ราย ทุนจดทะเบียน 185 ล้านบาท ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตและฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว (ข้อมูล ณ วันที่ 3 มกราคม 2566)

- Advertisement -

ธุรกิจ Wellness จึงเป็นอีกหนึ่ง Mega Trend ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สวนกระแสเศรษฐกิจซบเซา โดยเฉพาะหลังการแพร่ระบาดของโควิด 19 ส่งผลให้ภาคธุรกิจต่างๆ ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก รวมทั้งผู้คนกำลังตระหนักถึงเรื่อง “สุขภาพ” เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมแบบเท่าตัว ดังนั้น “เทรนด์สุขภาพ” จึงกลายเป็นประเด็นสำคัญและโอกาสที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมและขยายการท่องเที่ยวในรูปแบบ    การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) และการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ ( Wellness Tourism) ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญช่วยขยายการเติบโตธุรกิจบริการสุขภาพและความงาม และยังช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่การท่องเที่ยวต่างๆ ด้วย

            และเพื่อตอบรับกระแส Wellness Business ที่กำลังกลับมา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผนึกกำลัง สมาคมการส่งเสริมสุขภาพไทย ปั้นผู้ประกอบธุรกิจ Wellness เปิดคอร์สอบรมผู้ประกอบธุรกิจด้านสุขภาพและความงามให้เป็นมืออาชีพ ภายใต้หลักสูตร Smart Wellness Business เสริมความรู้ด้านบัญชีภาษีและการบริหารธุรกิจ Wellness รองรับการขยายตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงเทรนด์ดูแลสุขภาพและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว นักท่องเที่ยวเริ่มหลั่งไหลมาจากทุกมุมโลก เป็นโอกาสสร้างงาน สร้างรายได้และช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มหาศาล โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมเป็นผู้ประกอบธุรกิจสปาและความงาม ธุรกิจนวดเพื่อสุขภาพ ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกว่า 100 ราย

            นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวถึงโครงการดังกล่าวว่า การอบรมในครั้งนี้เพื่อให้ธุรกิจบริการสุขภาพและความงาม และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต และมีองค์ความรู้ในด้านการบริหารจัดการธุรกิจ บัญชีภาษี และกฎหมาย สามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาปรับใช้    ในการบริหารจัดการและสื่อสารการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถปรับตัวเพื่อความอยู่รอด และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจได้

            การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีแนวโน้มเติบโตสูง ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพระดับโลก ได้รับการจัดอันดับจากสถาบันโกลบอลเวลเนส (Global Wellness Institute; GWI) เมื่อปี 2563 ให้ติดอันดับ 9 ในเศรษฐกิจเวลเนสในแถบเอเชียแปซิฟิก และติดอันดับ 24 ของโลก เป็นประเทศเป้าหมายที่คนอยากมาท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอันดับที่ 2 ของโลก รองจากออสเตรเลีย จากการจัดอันดับของ Wellness Tourism Initiative 2020

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News