HomeBusinessเปิดใจครั้งแรก ทุกประเด็นของ 'ณพ ณรงค์เดช'

เปิดใจครั้งแรก ทุกประเด็นของ ‘ณพ ณรงค์เดช’

วันนี้ (19 .. 2563) ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ณพ ณรงค์เดชรองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งมีประเด็นความขัดแย้งจากทั้งผู้ถือหุ้นรายเก่า รวมถึงประเด็นความขัดแย้งภายในครอบครัว ซึ่งที่ผ่านมาตกเป็นจำเลยของสังคม เนื่องจากถูกอีกฟากฝั่งหนึ่งของคนในครอบครัว ซึ่งออกมาให้ข้อมูลต่อสังคม ในขณะที่ณพ ณรงค์เดชนิ่งสนิทมาโดยตลอด

กระทั่งถึงวันนี้ที่เรื่องราวต่างๆ เริ่มคลี่คลายกระจ่างชัดในมุมกระบวนการยุติธรรมทั้งในและต่างประเทศที่มีคดีความการฟ้องร้องและต่างมีการไต่สวนแสดงหลักฐานจนได้ข้อสรุปมา ทำให้วันนี้จึงมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก

- Advertisement -

อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เปิดใจต่อสื่อมวลชนครั้งแรก

“ได้บริษัทนี้มาครั้งแรกในปี 2558 ก็มีกระแสข่าว ที่ผ่านมามีเรื่องที่จะโจมตีในส่วนของบุคคล ซึ่งวันนี้ที่ตัดสินใจออกมาให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชน เป็นเพราะมีหลายกระแสข่าวที่กระทบต่อบริษัท และมีข้อมูลบางอย่างที่ทำให้ผู้ถือหุ้นได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและไขว้เขวได้ และอาจจะกระทบกับบุคคลภายนอกด้วย ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องอธิบายในสิ่งที่เกิดขึ้น”

สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจลงทุนใน วินด์ เอนเนอร์ยี่ คืออะไร

“ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องของดวงเพราะในอดีตที่ผ่านมาทำสถาบันดนตรี KPN ปัจจุบันมี 50 สาขา และปีนี้ครบรอบ 20 ปี ซึ่งทำให้คุณแม่ เพราะแม่มีความรักในเรื่องของดนตรี และตอนนั้นตั้งใจที่จะทำธุรกิจโรงพยาบาลด้วย จากนั้นทราบเรื่องการเสนอขายบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ ให้กับบุคคลทั่วไป โดยวันนั้นผมเชื่อว่าเป็นธุรกิจที่ดี เป็นธุรกิจพลังงานสะอาด และน่าจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศด้วย”

กระบวนการซื้อหุ้นเป็นอย่างไร

“ผู้ถือหุ้นรายเก่ามีคดีอาญาและหนีไปอยู่ต่างประเทศ โดยเริ่มเข้าซื้อจากการติดต่อไปยังทนาย เดิมทีมี 2 โครงการ และกำลังจะก่อสร้างโครงการที่ 3 แต่บริษัทประสบปัญหาก่อนในการก่อสร้าง ซึ่งปัญหาภายในบริษัทช่วงก่อนหน้านั้นมีค่อนข้างเยอะโดยไม่ทราบมาก่อนล่วงหน้า เช่น ปัญหาที่ดิน เป็นต้น ทั้งนี้ ในช่วงกระบวนการขายนั้นมีสัญญาซื้อขายชัดเจน โดยผู้ถือหุ้นรายเก่ามีการโอนหุ้นให้ก่อนที่จะชำระเงิน จากนั้นก็สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ต่อมาผู้ถือหุ้นรายเก่ามีการร้องอนุญาโตตุลาการที่ประเทศฝรั่งเศสเพื่อขอหุ้นคืน ซึ่งศาลมีคำตัดสินว่าไม่สามารถขอคืนได้แปลว่าผมชนะ ผมชนะแปลว่าต้องจ่ายเงิน’ ซึ่งเงินดังกล่าวมีการดำเนินการเพื่อชำระเงินแล้ว และปัจจุบันผู้ถือหุ้นรายเก่าได้รับเงินไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้กระบวนการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์

อีกปัญหาที่พบคือ ผู้ถือหุ้นรายเก่าขายบริษัทมาให้นั้นไม่ตรงกับความเป็นจริงที่เป็น หรือที่เรียกว่าของไม่ตรงปก ดังนั้นจึงมีการฟ้องกลับว่าจะต้องจ่ายเต็มหรือไม่ หรือไม่เช่นนั้นต้องจ่ายเท่าไร โดยขณะนี้เรื่องอยู่ในชั้นศาล เป็นกระบวนการที่ต้องว่ากันต่อไป

พยายามสร้างกระแสความกดดัน

“นอกจากนั้น ผู้ถือหุ้นรายเก่าแพ้คดีที่ศาลในประเทศฝรั่งเศสนั้น ยังได้มีการไปฟ้องร้องต่อศาลที่ประเทศฮ่องกงและ สิงคโปร์ต่อ และมีคำตัดสินออกมาแล้วเช่นกัน ซึ่งผลก็ออกมาคือผมชนะคดี’ และต้องให้ผู้ถือหุ้นรายเก่าชำระค่าเสียหายให้ โดยมีการชำระค่าหุ้นให้ผู้ถือหุ้นรายเก่าเป็นที่เรียบร้อย และมีการสิ้นสุดคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน ที่ผ่านมาที่ไม่ได้ออกมาพูดส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องมีกระบวนการรักษาความลับต่อศาล จึงต้องทำตามตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา”

อดีตที่ผ่านมาบริษัทนี้เป็นอย่างไร

“บริษัทนี้เป็นบริษัทที่มีความกังวลทั้งหมด อาทิ สถาบันการเงิน นักลงทุน และที่ผ่านมามีข่าวค่อนข้างเยอะ โดยมีข้อกังวลอีกมาก พอเข้ามาดูโครงสร้างบริษัทแล้วพบปัญหาอีกคือ สัญญาเก่าที่ทำไว้ด้านการป้องกันผู้ถือหุ้นรายย่อย การทำอะไรต่างๆ ต้องขออนุญาตสถาบันการเงินทุกเรื่อง ทำให้แม้เราจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เราไม่มีอำนาจในการจัดการ ซึ่งต้องผลักดันให้โครงการที่ 3 เกิดขึ้น แต่ปัญหาที่ดินก็ยังเป็นปัญหาหลักอยู่ ปัจจุบันใช้ใบอนุญาตพิเศษในการดำเนินธุรกิจอยู่”

ที่ผ่านมาเรื่องครอบครัวเป็นอย่างไร

“เรื่องครอบครัวเป็นเรื่องที่ผมเสียใจและไม่คิดว่าจะเกิด ที่ผ่านมาไม่ได้พูดอะไร เพราะเป็นเรื่องในครอบครัว และมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรที่ต้องมาพูดกันภายนอก และเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน โดยที่ผ่านมาครอบครัวผมอาจจะเข้าใจว่าผมเอาเงินครอบครัวมาซื้อหุ้นบริษัทนี้ ซึ่งไม่เป็นความจริง เป็นเหตุให้เกิดคดีความต่างๆ ขึ้นมา โดยที่ผ่านมาอีกฝ่ายหนึ่งไม่เคยมีการพิสูจน์เลยว่าประเด็นเหล่านั้นเขามีการลงทุนอย่างไร โดยในชั้นศาลที่ฮ่องกง คุณพ่อ ซึ่งมีกรณีเรื่องการเซ็นเอกสารแทน ได้มีการยอมรับในประเด็นดังกล่าว และมีคำพิพากษาออกมาชัดเจนถึงการไม่มีมูลเหตุ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

ถามว่าผมอยากออกมาพูดไหมวันนี้ ผมไม่อยากออกมาพูด เพราะมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังให้คุณพ่อออกมาพูดเรื่องดังกล่าวนี้ถือว่าโหดร้ายมาก ทำให้ครอบครัวต้องเป็นเช่นนี้ ซึ่งก็คงจะเป็นเรื่องผลประโยชน์

เมื่อไหร่ถึงจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ

“ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำธุรกิจนี้ เป้าหมายยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง คือการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อผลประกอบการดีทุกคนก็มองที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะบริษัทได้ประโยชน์ ผู้ถือหุ้นได้ประโยชน์ ส่วนจะเมื่อไหร่นั้นเป็นสิ่งที่กังวล โดยปัจจุบันเรายังเป็นบริษัทจำกัดอยู่ และเป็นข้อมูลภายในอยู่ แต่มีการพาดพิงถึงบริษัทที่ปรึกษาและหน่วยงานอื่นๆ มากมาย ซึ่งมีคนพยายามเชื่อมโยงประเด็นทุกอย่างเข้าด้วยกัน

มีการพูดคุยกับที่ปรึกษากฎหมายว่า เรื่องคดีความต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่มีผลต่อการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพราะไม่มีผลที่ทำให้คุณสมบัติของบริษัทเปลี่ยนไป จะเข้าได้หรือไม่ เป็นเรื่องของกฎกติกา และอยู่ที่ดุลพินิจของ ก.ล.ต. ขณะที่เรื่องของผลประกอบการไม่มีประเด็นผลกระทบ เพราะวันแรกที่เข้ามาดำเนินธุรกิจนี้ผลประกอบการมีรายได้อยู่ที่ 1,600 ล้านบาท และมีกำไร 500 กว่าล้านบาท จากก่อนหน้านั้นที่ติดลบ มาถึงวันนี้ยอดขายปี 2562 อยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท กำไร 5,800 ล้านบาท ฐานะการเงินของบริษัทแข็งแกร่งขึ้นทุกปี

การเป็นบริษัทจำกัดก่อนที่จะเป็นบริษัทมหาชนนั้นมีเรื่องที่ต้องปรับปรุงอีกเยอะ โดยเฉพาะโครงสร้างองค์กร ซึ่งวันนี้เราดำเนินการอยู่ โดยการที่มีข่าวเรื่องครอบครัวเช่นนี้ ซึ่งไม่เกี่ยวกับบริษัทนั้น ทำให้ภาพลักษณ์องค์กรได้รับผลกระทบหรือไม่อย่างไร

วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เร็วหรือช้าอาจจะขึ้นอยู่กับภาพลักษณ์ขององค์กร แต่ผมเชื่อมั่นว่าด้วยผลประกอบการขององค์กรนั้นสามารถไปได้อย่างแน่นอน

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News