HomeBusiness17 ปี เลอบัว เจอพิษโควิด ทรุดแต่ไม่เคยหยุด

17 ปี เลอบัว เจอพิษโควิด ทรุดแต่ไม่เคยหยุด

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้รัฐบาลประกาศมาตรการควบคุมด้วยการปิดกิจการที่ถือว่ามี “ความเสี่ยง” ซึ่ง “เลอบัว” โรงแรมและร้านอาหารระดับไฮเอนด์ได้รับผลกระทบ

จากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และประกาศล็อกดาวน์ประเทศ รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้ “เลอบัว” ต้องหยุดให้บริการตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. 2563 และเริ่มกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 3 ก.ค. 2563

“เลอบัว (Lebua)” โรงแรมสัญชาติไทยชื่อเสียงก้องโลก เจ้าของฉายาแห่งความสำเร็จในฐานะ “Top Vertical Destination” ที่มีผู้เดินทางมาใช้บริการแล้วมากกว่า 7 ล้านคน จาก 62 ประเทศทั่วโลก

- Advertisement -

ที่นี่มีไฮไลต์ระดับโลกรวมอยู่มากมาย อาทิ ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ถึง 2 ร้าน รูฟท็อปวิวสุดอลังการอย่าง ซิรอคโค (Sirocco) สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง เดอะ แฮงโอเวอร์ (The Hangover Part II) ที่โด่งดังไปทั่วโลก

การกลับมาเปิดบริการอีกครั้งหลังรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการ แต่ “เลอบัว” ต้องปรับแผนธุรกิจครั้งใหญ่ เนื่องจากการเดินทางระหว่างประเทศยังไม่เปิดบริการ ทำให้ลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปโดยสิ้นเชิง

อีน-นราวดี บัวเลิศ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เลอบัว โฮเท็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด กล่าวว่า ได้ปรับแผนธุรกิจในการเจาะกล่มลูกค้าชาวไทย จากเดิมที่มีสัดส่วนลูกค้าแบ่งเป็นชาวไทย 40% และต่างชาติ 60%

“ยังไม่เปิดประเทศ จึงทำให้ต้องกลับมาโฟกัสลูกค้ากลุ่มชาวไทยมากยิ่งขึ้น” – นราวดี กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทได้ร่วมมือกับสายการบินและพันธมิตรทางธุรกิจด้านการท่องเที่ยวมากมาย อาทิ การจัดรถลิมูซีนรับ-ส่ง สำหรับผู้ที่มารับประทานอาหารที่เลอบัว รวมถึงการทำราคาที่พักแบบพิเศษเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวในประเทศให้สนใจเข้ามาใช้บริการ

นราวดี กล่าวอีกว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยไม่เพียงแต่สร้างเม็ดเงินมูลค่ามหาศาลในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ เนื่องจากอุตสาหกรรมดังกล่าวเป็นอุตสาหกรรมด้านการบริการที่ต้องใช้บุคลากรมหาศาลในการขับเคลื่อนและยังไม่สามารถใช้เครื่องจักรทดแทนได้แต่อย่างใด

ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาถึงการเปิดประเทศทั้งในด้านความปลอดภัยและด้านเศรษฐกิจให้ควบคู่กันไป โดยมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลเป็นเวลา 3 เดือนนั้น ปัจจุบันได้สิ้นสุดลงทุกอย่าง แต่การขยายระยะเวลาการควบคุมการแพร่ระบาดยังคงอยู่ จึงอยากให้พิจารณาการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวในรูปแบบที่รัฐบาลเคยมีแนวคิดไว้อย่าง ทราเวล บับเบิล (Travel Bubble) เป็นต้น

สำหรับมาตรการ “เที่ยวไปด้วยกัน” ที่ส่งเสริมให้ประชาชนเที่ยวในประเทศไทย มีเงื่อนไขข้อกำหนดในการต้องใช้สิทธิ์นอกภูมิลำเนาตามบัตรประชาชน ซึ่งมองว่ามีความไม่เท่าเทียม เนื่องจากจำนวนผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ นั้นเป็นกลุ่มมีกำลังซื้อสูง และอาจต้องการท่องเที่ยวและพักในโรงแรมที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ ก็เป็นได้

“อยากให้รัฐบาลทบทวนการให้สิทธิ์เป็นลักษณะ 1 คน 1 สิทธิ์ และเปิดกว้างในการใช้สิทธิ์ในจังหวัดใดก็ได้ เนื่องจากเราทุกคนเป็นคนไทยเหมือนกัน” นราวดี กล่าว

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News