Home Business สถิติการโพสต์บน Social Media 'ช่วงการชุมนุม' พุ่งทะลุ 47 ล้านโพสต์/วัน

สถิติการโพสต์บน Social Media ‘ช่วงการชุมนุม’ พุ่งทะลุ 47 ล้านโพสต์/วัน

ไวซ์ไซท์ (Wisesight) ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลในสื่อสังคม (Social Media) เปิดเผยข้อมูล การโพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดีย ‘โดยตั้งค่าเป็นสาธารณะ’ ในประเทศไทย วันที่ 16 ต.ค. 2563 ซึ่งเป็นวันที่มีการ สลายการชุมนุม  ‘คณะราษฎร63’ มีผู้โพสต์ข้อความในช่องทางต่างๆ บนโลกออกไลน์ดังนี้

  • ทวิตเตอร์ (Twitter) มีผู้โพสต์อยู่ที่ 40.2 ล้านโพสต์ สูงขึ้น 16% เมื่อเทียบกับวันที่ 15 ต.ค. 2563
  • เฟซบุ๊ก (Facebook) มีผู้โพสต์อยู่ที่ 5.48 ล้านโพสต์ สูงขึ้น 28% เมื่อเทียบกับวันที่ 15 ต.ค. 2563
  • อินสตาแกรม (Instagram) มีผู้โพสต์อยู่ที่ 3.85 แสนโพสต์ ลดลง 4% เมื่อเทียบกับวันที่ 15 ต.ค. 2563
  • พันทิป (Pantip) มีผู้โพสต์อยู่ที่  1.3 หมื่นโพสต์ ลดลง 21% เมื่อเทียบกับวันที่ 15 ต.ค. 2563
  • ยูทูบ (YouTube) มีผู้โพสต์อยู่ที่ 8.56 แสนโพสต์ สูงขึ้น 20% เมื่อเทียบกับวันที่ 15 ต.ค. 2563
  • เว็บไซต์ (Website) มีผู้โพสต์อยู่ที่ 9,000 โพสต์ ลดลง 5% เมื่อเทียบกับวันที่ 15 ต.ค. 2563

โดย ณ วันที่ 16 ต.ค. 2563 มีผู้โพสต์ข้อความในช่องทางต่างๆ บนโลกออกไลน์ รวมทั้งสิ้น 46.9 ล้านโพสต์ สูงขึ้น 17% เมื่อเทียบกับวันที่ 15 ต.ค. 2563 ที่อยู่ที่ 40 ล้านโพสต์

สลายการชุมนุม

- Advertisement -

ขณะที่ การโพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดีย (Social Media) ‘โดยตั้งค่าเป็นสาธารณะ’ ในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 13-15 ต.ค. 2563 บนช่องทางต่างๆ บนโลกออนไลน์ ได้แก่ ทวิตเตอร์ (Twitter), เฟซบุ๊ก (Facebook), อินสตาแกรม (Instagram), พันทิป (Pantip), ยูทูบ (YouTube) และเว็บไซต์ข่าวต่างๆ มีอัตราเติบโตสูงสุด 100% หรืออยู่ที่ 34.6 ล้านข้อความ บน Twitter (ณ วันที่ 15 ต.ค. 2563) จากข้อมูลย้อนหลังเฉลี่ย 30 วัน ทวิตเตอร์ มีข้อความเฉลี่ยอยู่ที่ 21.5 ล้านข้อความ/วัน

สิ่งที่น่าสนใจคือ 

  • ทวิตเตอร์เป็นช่องทางหลักในการแสดงความคิดเห็นในประเด็นเหล่านี้ ด้วยปัจจัยหลักคือผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น และสามารถแสดงความเห็นรวมถึงติดตามข่าวได้อย่างรวดเร็ว
  • Instagram เติบโตขึ้นมาเช่นกัน ซึ่งจะต่างจากทวิตเตอร์ เพราะไม่ใช่แค่การแสดงความเห็น แต่เป็นการโพสต์เพื่อยืนยันว่าสนับสนุนหรือคัดค้านประเด็นนี้ เพราะอินสตาแกรมจะมี Profile มีตัวตนที่ชัดเจนกว่าทวิตเตอร์
  • ในขณะที่บน Facebook เป็นการนำเสนอข่าวสารและความเห็นผ่านเพจต่างๆ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ห้างฯ-โรงแรม ย่านราชประสงค์ ประกาศปิดให้บริการ หนีกลุ่มผู้ชุมนุม สลายการชุมนุม

Latest

สภาอุตฯ ชี้ เอกชนหวั่นระบาดรอบสอง ห่วง SMEs เลิกกิจการหลังสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้ ต.ค. 63

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนกันยายน 2563 อยู่ที่ระดับ 85.2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 84.0 ในเดือนสิงหาคม 2563 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 มีปัจจัยบวกจากอุปสงค์ในประเทศขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า หลังจากภาครัฐผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวขึ้น รวมทั้งการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ในช่วงที่ผ่านมาช่วยให้กำลังซื้อในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้น สะท้อนจากดัชนียอดคำสั่งซื้อ ยอดขาย ปริมาณ...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

ผู้ติดเชื้อโควิดวันนี้ 19 ต.ค. เพิ่ม 5 ราย ทั่วโลกติดเชื้อสะสม 40 ล้านคน

ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ โควิดวันนี้ (19 ต.ค. 2563) ในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นรวม 5 ราย ใน State Quaratine ซึ่งเดินทางกลับมาจาก คูเวต, ญี่ปุ่น,ตุรกี,เคนยา และ บาห์เรน ประเทศละ 1 ราย ส่งผลให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม...

กอร.ฉ. ออกหนังสือ จับตา-ระงับไลฟ์ Voice TV-The Reporters-ประชาไท-The Standard

หลังจากการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม เป็นต้นมา ทำให้รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ร้ายแรง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร การถ่ายทอดสดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของสำนักข่าวต่าง ๆ กลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้รวดเร็วและส่งตรงจากพื้นที่ ล่าสุดเช้าวันนี้(19 ต.ค.63) ฐปณีย์ เอียดศรีไชย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมเอกสาร คำสังหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ลงชื่อ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า "จากการตรวจสอบแล้วเป็นเอกสารจริง แต่ยังไม่มีหนังสือ-คำสั่ง...

จีนผ่านร่างกฎหมายจำกัดการส่งออกสินค้าอ่อนไหว โต้สงครามการค้าสหรัฐฯ

รัฐบาลจีนได้ผ่านร่างกฎหมายจำกัดการส่งออกสินค้าอ่อนไหวเพื่อเป็นการป้องกันความมั่นคงแห่งชาติ และเพื่อตอบสนองต่อการกระทำของสหรัฐ หลังจาก ความขัดแย้งทางการค้า และเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยกฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป อ่าน : ไนซ์กรุ๊ปตั้งทีมรับมือ คาดหลังโควิดส่งออกเสื้อผ้ากีฬาอาจฟื้นโตเป็น 2 เท่า กฎหมายของรัฐบาลจีนมีการระบุให้ประเทศจีนสามารถใช้ “มาตรการต่างตอบแทน” กับประเทศที่ละเมิดการควบคุมการส่งออกและคุกคามความมั่นคงและผลประโยชน์ของประเทศจีน การควบคุมการส่งออกภายใต้กฎหมายใหม่นี้จะนำมาใช้กับพลเรือน ทหาร และผลิตภัณฑ์นิวเคลียร์ รวมถึงสินค้า เทคโนโลยี และบริการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติ โดยจะมีการตีพิมพ์รายการโดยละเอียดสำหรับแต่ละหน่วยงานเพื่อให้ทันการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว การบังคับใช้กฎหมายใหม่เปิดโอกาสให้รัฐบาลจีนตอบโต้สหรัฐที่พยายามกีดกันบริษัทไฮเทคสัญชาติจีน...

Related News

สหรัฐฯ ชี้ Twitter ต้องยกเครื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ใหม่

ทวิตเตอร์ (Twitter) ได้รับการแนะนำให้สร้างกรอบการกำกับดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์ใหม่ หลังจากทางการสหรัฐฯ ตรวจสอบพบว่าทวิตเตอร์ไม่มีการป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เพียงพอ ทั้งยังไม่มีหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของข้อมูลในกรณีบัญชีผู้ใช้งานของบริษัทระบบเงินตราเข้ารหัส (cryptocurrency) หลายแห่งและบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียงหลายรายถูกแฮ็กเมื่อวันที่ 15 ก.ค. ปีนี้ “แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกลายมาเป็นแหล่งข่าวและแหล่งข้อมูลชั้นนำอย่างรวดเร็ว แต่กลับยังไม่มีผู้ควบคุมดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์ของทวิตเตอร์อย่างเพียงพอ ข้อเท็จจริงที่ว่าทวิตเตอร์สุ่มเสี่ยงต่อการถูกโจมตีที่ไม่ทันสมัยและซับซ้อนแสดงให้เห็นว่าการกำกับดูแลด้วยตัวเองไม่ใช่คำตอบ” คำกล่าวของลินดา เอ. เลซเวลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการทางการเงิน ที่ถูกอ้างถึงในรายงานการสอบสวนโดยกระทรวงบริการทางการเงินแห่งรัฐนิวยอร์ก (DFS) รายงานระบุว่าแฮกเกอร์หลายรายเข้าถึงระบบของทวิตเตอร์ด้วยการโทรศัพท์หาพนักงานของบริษัทและอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากแผนกไอทีของทวิตเตอร์ หลังจากแฮกเกอร์หลอกพนักงาน 4 คน ให้แจ้งข้อมูลเพื่อเข้าสู่ระบบแก่พวกเขา พวกเขาได้ขโมยบัญชีทวิตเตอร์ของนักการเมือง คนดัง...

ก.ดิจิทัลฯ ยันไม่ได้เลือกปฏิบัติ สั่งปิดกลุ่ม “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส” ย้ำถ้าเปิดกลุ่มใหม่ก็ขอปิดใหม่ได้!

รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ จัดแถลงข่าวใหญ่หลังได้รับคำสั่งศาลให้ Facebook สื่อสังคมออนไลน์สั่งปิดกลุ่ม "รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส" ภายใน 15 วัน ซึ่งครบ 15 วันไปเมื่อวานนี้(25 ส.ค.) ย้ำเปิดใหม่ก็ขอคำสั่งปิดใหม่ได้ อ่าน : Facebook ออกแถลงการณ์โต้ ก.ดิจิทัล หลังถูกหมายศาลสั่งให้ลบกลุ่มผิดกฏหมาย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยในการแถลงข่าวการระงับการแพร่หลายข้อมูลคอมพิวเตอร์ วันนี้...

Facebook ออกแถลงการณ์โต้ ก.ดิจิทัล หลังถูกหมายศาลสั่งให้ลบกลุ่มผิดกฏหมาย

ภายหลังจากที่ รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ออกแถลงข่าวเรื่องการร้องขอให้ Facebook ลบเนื้อหาไม่เหมาะสมบนแฟลตฟอร์มของตัวเองซึ่งขัดต่อกฏหมายไทย ล่าสุด Facebook ออกแถลงการณ์โต้บอกเป็นข้อเรียกร้องที่รุนแรง ขัดต่อหลังสิทธิมนุษยชนสากล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึง กรณีเฟซบุ๊กเตรียมฟ้องรัฐบาลไทย หลังจากสั่งบล็อกกลุ่มเฟซบุ๊กกลุ่มหนึ่ง ชื่อ “รอยัลสิสต์มาร์เก็ต เพลส” ว่า "ตนทำตามกฎหมาย หลังจากนี้จะดำเนินการตามกฎหมายของเราต่อไป หากมีกรณีเช่นนี้อีกเราก็จะฟ้องเช่นเดิม แต่ขณะนี้ตนยังไม่เห็นว่าเฟซบุ๊กจะฟ้องที่ไหน อย่างไร แต่ยืนยันสิ่งที่เราดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายทุกเรื่อง...

หรือ Tik Tok จะโค่น Facebook?

คอลัมน์ ชวนคิด ชวนคุย กับฐากร "หรือ Tik Tok จะโค่น Facebook?" โดย ฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ หน้า 16 หนังสือพิมพ์ Business Today ฉบับวันที่ 20-26 กรกฎาคม 2563 สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผมว่าพวกเราหลายๆ คนอาจจะเพิ่งเคยได้รู้จัก...

“พุทธิพงษ์” มอง Facebook ไม่ให้ความร่วมมือ คำขอลบเนื้อหาไม่เหมาะสมของ ก.ดิจิทัลฯ

"พุทธิพงษ์" เอาจริงสั่งลุยเว็บผิดกฎหมายและเนื้อหาไม่เหมาะสม เร่งรวบรวมหลักฐานภายใน 1-2 วัน ส่งขอคำสั่งศาล หลังพบข้อมูลผิดกฏหมายและสร้างความเข้าใจผิดบนสื่อสังคมออนไลน์ ชี้ Facebook ให้ความร่วมมือเพียง 30% นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ทุกครั้งที่ได้รับการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับเว็บผิดกฎหมาย หรือเนื้อหาไม่เหมาะสมบนโลกออนไลน์ เราเร่งดำเนินการอย่างรวดเร็ว ซึ่งขั้นตอนใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งไปขอคำสั่งศาลภายใน 1-2 วันและรีบส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ติดตามการกระทำผิด แล้วรีบแจ้งผู้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) รวมถึงผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (เฟซบุ๊ก...