HomeBusinessAutoเอ็มจีซี-เอเชีย เร่งปรับตัว ประเมิน 3 ปี ธุรกิจค้าปลีกรถยนต์จะเปลี่ยนไป

เอ็มจีซี-เอเชีย เร่งปรับตัว ประเมิน 3 ปี ธุรกิจค้าปลีกรถยนต์จะเปลี่ยนไป

สรุปผลงานปี 2563 ของบริษัทค้าปลีกรถยนต์รายใหญ่ในประเทศไทย อย่าง มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นปีที่บริษัทดังกล่าวมีการปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์อย่างมาก

กระทั่งรายได้รวมของ เอ็มจีซี-เอเชีย ปี 2563 สามารถปิดตัวเลขได้ที่ 21,465 ล้านบาท และมียอดขายรถยนต์ใหม่รวมทั้งสิ้น 10,078 คัน ลดลง 13.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะเดียวกันตัวเลขที่น่าสนใจที่มีการเติบโตคือ กลุ่มธุรกิจประกันภัยของบริษัทในเครือ ที่มีอัตราเติบโตอยู่ที่ 14%

นายสัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย กล่าวว่า แม้ว่าปีที่ผ่านมารายได้บริษัทรวมถึงยอดขายรถยนต์จะลดลง 13.5% แต่ยังเป็นอัตราเติบโตที่ลดลงซึ่งสามารถรับได้และมีอัตราลดลงที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับภาพรวมตลาด ซึ่งทั่วโลกและในประเทศล้วนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เช่นเดียวกัน

- Advertisement -

สำหรับในปี 2564 เป็นต้นไป บริษัทมีกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจให้บรรลุเป้าหมาย 5 ด้านดังนี้ 

  1. การใช้ระบบนิเวศ (อีโคซิสเท็ม) 
  2. การขยายเครือข่าย
  3. การเตรียมรองรับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า
  4. ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล DATA EXCELLENCE CENTER
  5. Online-Data-Offline (ODO)

อย่างไรก็ตาม ทิศทางการขายรถยนต์มีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะจากโควิด-19 ซึ่งดิจิทัลมีบทบาทในการขายรถยนต์และการบริการหลังการขายเป็นอย่างมากซึ่ง เอ็มจีซี-เอเชียต้องมีการปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเช่นกัน

“หลังจากนี้ต้องนำเอาดิจิทัลมีพัฒนาด้านการขายรถยนต์มากยิ่งขึ้น รวมถึงการตลาดหลังจากนี้จะต้องเป็น Personalized Marketing มากขึ้นเช่นกัน อีกทั้งยังมองว่าธุรกิจจะแข่งขันกันหนักขึ้น เราจึงได้สร้างอีโคซิสเท็มของตัวเอง”

สำหรับการก้าวไปสู่การขายด้วยระบบดิจิทัลนั้น บริษัทได้มีการเตรียมการด้านกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ด้วยการว่าจ้างที่ปรึกษาด้านกฎหมายมาวางแผนรองรับกฎหมายดังกล่าว

เตรียมรองรับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า สร้างประสบการณ์แบบครบวงจร

ปี 2564 เอ็มจีซี-เอเชียพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพบริการหลังการขาย ด้วยการขยายเครือข่ายศูนย์บริการให้ครอบคลุม อีกทั้งมีการเตรียมพร้อมรองรับรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ด้วยการเตรียมความพร้อมโครงสร้างขั้นพื้นฐาน พร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือพิเศษ รวมถึงการพัฒนาบุคลากร

เครือข่ายครอบคลุม เจาะลูกค้าทุกเซกเมนท์

เอ็มจีซี-เอเชียได้มีการเตรียมแผนขยายเครือข่าย โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจร บน 5 โลเคชั่นสำคัญ ผ่าน 7 แบรนด์ในเครือ (หรือ 5/7) อาทิ ลาดพร้าว 112, พัฒนาการ-ศรีนครินทร์, บางนา-ตราด กม. 4.5, ราชพฤกษ์-ธนบุรี และจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมถึงมีแผนขยายเครือข่าย MMS Bosch Car Service เพิ่มอีก 15 สาขา ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยมี

ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล DATA EXCELLENCE CENTER

เอ็มจีซี-เอเชียจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล (Data Excellence Center) เพื่อดูแลฐานลูกค้ากว่า 550,000 ราย พร้อมยกระดับการบริการทั้งก่อนและหลังการขาย ให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจอย่างสูงสุด รวมถึงการบริการที่แม่นยำ รวดเร็ว และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจนในทุกเซกเมนท์

“จากนี้อีก 3 ปี ธุรกิจจะเปลี่ยนไป จะเร็วและแรงถ้าไม่ปรับตัวจะอยู่ยากสำหรับค้าปลีกรถยนต์ เราได้ประเมิน ปรับตัวและเปลี่ยนแปลง”

บริษัทมองว่าธุรกิจของกลุ่มในปี 2564 จะมีรายได้อยู่ที่ 23,000 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10 % เทียบกับปีที่ผ่านมา

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News