Home Business ผ่ากลยุทธ์ ‘เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮม’ ตั้งเป้า 3 ปี รายได้ทะลุ 2 หมื่นล้าน

ผ่ากลยุทธ์ ‘เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮม’ ตั้งเป้า 3 ปี รายได้ทะลุ 2 หมื่นล้าน

จากการที่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือFPTเข้าซื้อกิจการของ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ “GOLD” หรือ “GOLDENLAND”  ปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย โกลเด้นแลนด์ จึงได้เปลี่ยนมาเป็นเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮมซึ่งอยู่ในอันดับ Top 5 ของประเทศสำหรับกลุ่มธุรกิจเพื่อที่อยู่อาศัย มีโครงการที่พักอาศัยรวม 60 โครงการ

แสนผิน สุขี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮม (ประเทศไทย) กล่าวว่า เป้ายอดรับรู้รายได้ปี 2563 ของบริษัทคาดว่าจะอยู่ที่ราว 14,500 ล้านบาท ลดลง 4.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่อยู่ที่ 15,251 ล้านบาท ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี (2556-2563) ที่มีรายได้ลดลง

โดยยอดรับรู้รายได้ 9 เดือน (..-..) ของปี 2563 อยู่ที่ 10,894 ล้านบาท ซึ่งในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 มีแผนการเปิดโครงการใหม่จำนวน 3 โครงการมูลค่า 3,050 ล้านบาท แบ่งเป็น ทาวน์โฮม 1 โครงการ และ บ้านแฝด 2 โครงการ 

- Advertisement -

ทั้งนี้ เป้าหมายของบริษัท ใน 3 ปีจากนี้ด้วย 4 พันธกิจ ดังนี้ ก้าวสู่อันดับ 3 (Top3) ด้านรายได้ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ หรือมีรายได้มากกว่า 2 หมื่นล้านบาท, การขยายตลาดสู่ต่างจังหวัด, เป็นอันดับ 1 ในการทำบ้านแฝด, การเป็นทางเลือกอันดับที่ 1 ในใจลูกค้า สำหรับคนที่มองหาทาวน์โฮม ทําเลในเมือง

เฟรเซอร์ส

สำหรับแผนธุรกิจในปี 2564  บริษัทตั้งเป้ารายได้ 16,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีนี้ มีสัดส่วนรายได้จากทาวน์โฮม 42% นีโอ โฮม บ้านแฝด 23% บ้านเดี่ยว 21% และโครงการต่างจังหวัด 14% โดยมีแผนจัดซื้อที่ดินประมาณ 20 แปลง ในงบประมาณ 10,720 ล้านบาท รวมถึงวางแผนเปิดโครงการใหม่ 24 โครงการ มูลค่า 29,800 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการทาวน์โฮม 9 โครงการ มูลค่า 9,700 ล้านบาท โครงการนีโอ โฮม บ้านแฝด 5 โครงการ มูลค่า 7,000 ล้านบาท โครงการบ้านเดี่ยว 7 โครงการ มูลค่า 11,000 ล้านบาท และโครงการต่างจังหวัด 3 โครงการ มูลค่า 2,100 ล้านบาท 

ในปี 2564 มองว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะเติบโตกว่าปีนี้ แต่ตลาดยังมีการแข่งขันสูงโปรโมชั่นยังคงดุเดือด เพราะทุกบริษัทต้องการเติบโต ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำก็เป็นตัวส่งเสริมความต้องการซื้ออย่างต่อเนื่องขณะที่ หนี้สินครัวเรือนยังคงสูง นอกจากนี้สถานการณ์ โควิด-19 ยังทําให้เกิดความไม่แน่นอนทําให้เกิดการชะลอซื้อ

ขณะที่ ได้วางกลยุทธ์การตลาดเพื่อบรรลุเป้าหมายในปี 2564 แบ่งตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่

ทาวน์โฮมขยายไปในทำเลใหม่ เติมโครงการในทําเลเดิม เน้นทําเลที่ดีกว่าคู่แข่งทั้งตลาด และรักษาคุณภาพการก่อสร้าง ออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ยังคงเน้นด้านฟังก์ชั่นเด่น

นีโอ โฮมเป็นบ้านแฝด ที่เน้นทำเลใกล้เมือง ฟังก์ชั่นระดับบ้านเดี่ยว และราคาไม่แพง

บ้านเดี่ยวออกผลิตภัณฑ์ใหม่  ซึ่งเหมาะกับที่ดินที่ราคาแพงขึ้น โดยเน้นคุณภาพโครงการ ฟังก์ชั่น และความหรูหรา ให้เหมาะกับ Life Style & Socio-Economic Status-SES และ Brand หรือชื่อโครงการให้เป็นที่รู้จัก

ต่างจังหวัดเน้นทําเลที่ดีกว่าคู่แข่งทั้งตลาด มุ่งเป้าสู่การเป็นผู้นําทําเลเมืองสำหรับโครงการต่างจังหวัด นอกจากนี้ ยังจะพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ทุกระดับความต้องการของลูกค้า

นอกจากนี้ ยังมีแผนการจัดทำโครงการ ซิตี้โฮม (City Home)  ราคา 15-40 ล้านบาท ทำเลในเมือง เน้นการเข้าถึงสะดวก ให้เป็นอีกทางเลือกของ Condo Penthouse หรือ Luxury Condo ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้มีกำลังซื้อต้องการทำเลในเมือง

นอกจากนั้น มีแผนจัดทำโครงการ คอนโดมิเนียม เน้นเจาะกลุ่มคนทํางานในเมือง (Real Demand) บนทําเลที่ไม่สามารถทําทาวน์โฮมได้ โดยมีฟังก์ชั่นและดีไซน์ สวย คุ้มค่า ราคาราว 100,000 บาท/ตร.ม. และมองโอกาสของกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่จะสามารถเป็นจ้างของอสังหาริมทรัพย์ในไทยได้เพิ่มขึ้น

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News