Home Business Auto ผู้บริโภคยังใช้จ่าย !! เอ็มจี ตั้งเป้าปี'64 โต 50% แม้มีสถานการณ์โควิด-19

ผู้บริโภคยังใช้จ่าย !! เอ็มจี ตั้งเป้าปี’64 โต 50% แม้มีสถานการณ์โควิด-19

เอ็มจี ตั้งเป้าปี’64 โต 50% มั่นใจแผนธุรกิจรถรุ่นใหม่ปีนี้ แม้มีสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ เชื่อผู้บริโภคยังใช้จ่ายหนุนภาพรวมตลาดรถยนต์เป็น 8.4 แสนคัน

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจปี 2563 บริษัทมียอดขายอยู่ที่ 28,316 คัน เติบโตขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการขาย MG Extender ผลักดันยอดขายรวมให้เติบโตขึ้น 

ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปี 2563 อยู่ที่ราว 7.95 แสนคัน ลดลงราว 21% จากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 1 ล้านคัน โดยสิ่งที่น่าสนใจคือ ในช่วงเดือน ธ.. 2563 ยอดขายรถยนต์ในเดือนดังกล่าวมียอดขายอยู่ที่ 1.07 แสนคัน ซึ่งเป็นเดือนที่มียอดขายของตลาดสูงสุดในรอบปีจากเฉลี่ยอยู่ที่ 5-7 หมื่นคัน ต่อเดือน

- Advertisement -

สำหรับ คาดการณ์ภาพรวมตลาดในปี 2564 บริษัทมองว่าจะอยู่ที่ 8.4 แสนคัน โดยเชื่อมั่นว่าการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาลและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังเป็นปัจจัยบวก อีกทั้งวัคซีนโควิดที่จะทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการใช้จ่ายในช่วงไตรมาส 3 เป็นต้นไปสถานการณ์และความเชื่อมั่นจะดีขึ้น

อ่าน : เอ็มจีปรับแผนธุรกิจสู้วิกฤติโควิด-19

ขณะที่ เอ็มจี ตั้งเป้าหมายยอดขายในปี 2564 ไว้ที่ 4.2 หมื่นคัน เติบโตขึ้น 50% จากปีก่อน หรือจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 5% จากปีก่อนอยู่ที่ไม่ถึง 3% โดยมีแผนการเปิดตัวอย่างน้อย 2 รุ่นต่อปี โดยในครึ่งปีแรกจะมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่น ไมเนอร์เชนจ์ 1 รุ่น, ไตรมาส 3 มีการเปิดตัวในกลุ่มรถยนต์นั่ง 1 รุ่น และรถยนต์พลังงานทางเลือก 1 รุ่น 

นอกจากนั้น ยังคงเดินหน้าแผนการขยายศูนย์จำหน่ายและบริการ (โชว์รูม) เพิ่มขึ้นเป็น 170 แห่ง จากปี 2563 อยู่ที่ 150 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงแผนการขยายเครือข่ายเครือข่ายสถานีชาร์จประจุไฟฟ้า (MG Supercharge) ซึ่งเป็นการจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จำนวน 500 แห่งทั่วประเทศโดยจะมีการเริ่มคิดค่าบริการชาร์จในปีนี้เป็นต้นไป ตั้งเป้าหมายการขยายไปยังจังหวัดหัวเมืองใหญ่ในเส้นทางท่องเที่ยวรัศมี 200 กม. จากกรุงเทพฯ จากปัจจุบันมีสถานีชาร์จอยู่ในโชว์รูม เอ็มจี จำนวน 100 แห่งทั่วประเทศ 

ขณะนี้ได้มีการพูดคุยอย่างเข้มข้นกับ บริษัทพลังงาน และ บริษัทค้าปลีก ซึ่งความตั้งใจคืออยากขยายสถานีชาร์จไฟฟ้าให้ได้ 50% ของเป้าหมายภายในครึ่งปีแรก

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ปีนี้บริษัทได้มีการเพิ่มการสื่อสารด้านแบรนด์ด้วย 3 ด้าน คือ 1.แฟชั่น 2.เทคโนโลยี 3.ความคุ้มค่า พร้อมการสร้างแบรนด์ให้อยู่ในใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมองว่าโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (อีวี) เป็นช่องว่างทางธุรกิจที่ทำให้บริษัทสามารถสร้างยอดขายและสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ได้อีกด้วย

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News