ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งทะลุระดับ 5% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น แนวโน้มดอกเบี้ยสูงนาน และปริมาณหนี้ใหม่ที่เข้าสู่ตลาดจำนวนมาก ขณะที่นักวิเคราะห์จับตาระดับ 5% อาจเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดหุ้นและดันต้นทุนกู้ยืมทั่วเศรษฐกิจสูงขึ้น
Reuters รายงานว่า ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี หรือ US 10-Year Treasury Yield ปรับขึ้นเหนือระดับ 5% เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. โดยเพิ่มขึ้นราว 3.51 Basis Points สู่ระดับ 5.01% สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023
ระดับ 5% ถูกตลาดจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีถือเป็นหนึ่งในอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงสำคัญของระบบการเงินโลก และมีผลต่อต้นทุนทางการเงินตั้งแต่สินเชื่อบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต ไปจนถึงต้นทุนการออกหุ้นกู้ของบริษัทและรัฐบาลท้องถิ่นในสหรัฐฯ
น้ำมันแพง ดันตลาดกังวลเงินเฟ้อกลับมา
หนึ่งในแรงผลักสำคัญของ Bond Yield รอบนี้คือราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้นักลงทุนกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจกลับมารุนแรงขึ้น และทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed จำเป็นต้องรักษาดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่เคยคาดไว้
ล่าสุดผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ของ Reuters พบว่า 85% คาดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15–16 ก.ย. ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายขยับขึ้นสู่กรอบ 3.75–4.00% หลังข้อมูลเงินเฟ้อยังคงสะท้อนแรงกดดันด้านราคา
นอกจากเงินเฟ้อแล้ว ตลาดยังจับตาปริมาณพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากการกู้ยืมของรัฐบาลสหรัฐฯ และการออกตราสารหนี้ของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องระดมเงินจำนวนมากเพื่อรองรับการลงทุนด้าน AI และ Data Center
Reuters ระบุว่าอุปทานพันธบัตรจำนวนมากทำให้นักลงทุนมีทางเลือกมากขึ้น และผู้ขายอาจจำเป็นต้องเสนอผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อดึงดูดเงินทุน
หนี้รัฐบาลสหรัฐฯ อีกแรงกดดัน
นักลงทุนยังเพิ่มความระมัดระวังต่อแนวโน้มฐานะการคลังของสหรัฐฯ จากการขาดดุลงบประมาณและภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น
เมื่อรัฐบาลต้องออกพันธบัตรจำนวนมากขึ้นเพื่อระดมทุน นักลงทุนอาจเรียกร้องผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงในการถือพันธบัตรระยะยาว ส่งผลให้ Bond Yield ถูกดันขึ้นเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดเคยคาด ก็ลดแรงจูงใจที่ Fed จะต้องรีบลดดอกเบี้ย และกลายเป็นอีกปัจจัยหนุนผลตอบแทนพันธบัตรให้อยู่ในระดับสูง
ทำไม Bond Yield 5% ถึงกดดันหุ้น
ระดับ 5% มีความสำคัญต่อตลาดหุ้น เพราะพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าเมื่อเทียบกับหุ้น
เมื่อพันธบัตรอายุ 10 ปีสามารถให้ผลตอบแทนใกล้ 5% นักลงทุนจึงต้องประเมินใหม่ว่า ผลตอบแทนเพิ่มเติมจากการถือหุ้นยังคุ้มกับความเสี่ยงหรือไม่
หากเงินทุนบางส่วนย้ายจากตลาดหุ้นเข้าสู่พันธบัตร อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้น โดยเฉพาะหุ้นที่มี Valuation สูงและต้องพึ่งพาการเติบโตของกำไรในอนาคต
Wall Street ปิดลดลงในวันเดียวกัน โดย S&P 500 ลดลง 0.48% Nasdaq ลดลง 0.56% และ Dow Jones ลดลง 0.29% ขณะที่ Reuters ระบุว่านักลงทุนมีความกังวลเพิ่มขึ้นหลัง Bond Yield 10 ปีทะลุ 5% ก่อนการประชุม Fed
ตลาดเกิดใหม่ต้องจับตาเงินทุน
การปรับขึ้นของ US Treasury Yield ยังมีนัยต่อตลาดการเงินนอกสหรัฐฯ เพราะเมื่อผลตอบแทนสินทรัพย์ดอลลาร์เพิ่มขึ้น ความน่าสนใจของการลงทุนในสินทรัพย์ประเทศเกิดใหม่อาจลดลง
สำหรับไทย หาก Bond Yield สหรัฐฯ ยืนสูงต่อเนื่อง อาจเพิ่มแรงกดดันต่อทิศทางเงินทุนต่างชาติ ค่าเงินบาท และต้นทุนทางการเงินในตลาดพันธบัตรได้ โดยทิศทางหลังจากนี้จะขึ้นอยู่กับทั้งราคาพลังงาน ตัวเลขเงินเฟ้อ และสัญญาณนโยบายจาก Fed
ระดับ 5% ของ US 10-Year Treasury Yield จึงไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขในตลาดพันธบัตร แต่กำลังกลายเป็นระดับสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตา เพราะสามารถส่งแรงกระเพื่อมตั้งแต่ตลาดหุ้น ค่าเงิน ไปจนถึงต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจและครัวเรือน

