HomeBusinessเวิลด์แบงก์ คาดจีดีพีไทย’65 เติบโต 3.9% แนะรัฐบาลใช้ดิจิทัลขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

เวิลด์แบงก์ คาดจีดีพีไทย’65 เติบโต 3.9% แนะรัฐบาลใช้ดิจิทัลขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เปิดเผยว่า เวิลด์แบงก์ได้ออกรายงานตามติดเศรษฐกิจไทย ธ.ค.64 : อยู่กับโควิดในโลกยุคดิจิทัล โดยได้ประมาณการเศรษฐกิจไทย หรือจีดีพีในปี 64 ไว้ที่ 1% ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากประมาณการครั้งก่อน หลังจากได้รับผลกระทบจากโควิดและเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 3 ซึ่งจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้น และยังคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาเท่ากับก่อนโควิด-19 ได้ในช่วงปลายปี 65 โดยจีดีพีในปี 65 จะเติบโต 3.9% และจะเพิ่มขึ้นในปี 66 ที่คาดว่าจะเติบโต 4.3% จากแรงส่งด้านการส่งออก การบริโภคและการท่องเที่ยว

สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นเกือบ 7 ล้านคนในปี 65 โดยจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังของปีและเพิ่มขึ้นอีกในปี 66 เป็น 20 ล้านคนหรือประมาณครึ่งหนึ่งของระดับนักท่องเที่ยวในปี 62 โดยคาดว่าการท่องเที่ยวจะช่วยส่งผลต่ออัตราการเติบโตของจีดีพีได้ 2% ในปี 65 และ 4% ในปี 66 ส่วนการบริโภคภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัวเกือบ 4% ในปี 65 และปี 66 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 64 ที่คาดการณ์ไว้ 1%

นอกจากนี้สิ่งที่ยังต้องติดตามใกล้ชิดคือกรณีหากมีการระบาดโควิด-19 ใหม่อีกรอบ และเป็นสายพันธุ์ใหม่ อาจทำให้ควบคุมได้ยาก จนภาครัฐต้องออกมาตรการเพื่อมาจำกัดการระบาด จำกัดการเดินทาง อาจทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 65 กลับมาติดลบ 0.3% และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะช้าออกไป 1 ปี

- Advertisement -

ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาแรงงานได้รับผลกระทบจากโควิด จำเป็นต้องย้ายจากภาคอุตสาหกรรมไปสู่ภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 3% สะท้อนว่ามีความเปราะบาง โดยภาครัฐได้มีพ.ร.ก.เงินกู้รวม 1.5 ล้านล้านบาท มาใช้กับการเยียวยา เป็นมาตรการช่วยประคับประคองคนที่ยากจนและรับผลกระทบโควิด ส่วนหนี้สาธารณะยังมีพื้นที่ทางการคลังใช้อย่างเพียงพอ แต่อาจต้องใช้อย่างเฉพาะจุดมากขึ้น

ขณะที่การประมาณการได้นำเรื่องดิจิทัลเข้ามาประมาณการเศรษฐกิจด้วย โดยคำนึงถึงการปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีมาช่วย เช่น การทำงานที่บ้านหรือเวิร์คฟอร์มโฮมในช่วงโควิด , การเพิ่มประสิทธิภาพมาตรการเยียวยาภาครัฐ และไทยถือเป็นประเทศแรกๆที่นำฟินเทคมาใช้ ตั้งแต่ก่อนโควิด มีพร้อมเพย์ มีฐานข้อมูลการชำระเงิน และมองว่าโครงสร้างเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้จะถูกขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล และยังต้องเร่งพัฒนา เพราะปัจจุบันทักษะแรงงานยังขาดดิจิทัลที่เป็นภาคบริการอยู่ จากโครงสร้างเดิมคือเน้นการส่งออก การท่องเที่ยวเป็นหลัก

“ข่าวดีเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และที่ผ่านมามีมาตรการประคับประคองความยากจน และคนตกงาน โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นกลับมาเท่ากับก่อนโควิดในช่วงปลายปี 65 จากการส่งออกที่จะเป็นตัวขับเคลื่อน และการบริโภคที่อัดอั้นมานานจากช่วงโควิด และผลกระทบของโควิดต่อรายได้ แต่หนี้ครัวเรือนสูงยังเป็นอุปสรรคต่อการใช้จ่ายในระยะข้างหน้า”

นางเบอร์กิท ฮานสล์ ผู้จัดการธนาคารโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า ได้มีข้อเสนอแนะนอกจากรัฐบาลได้ดำเนินการหลายด้านเพื่อขับเคลื่อนวาระดิจิทัลแล้ว รัฐบาลสามารถดำเนินการเพิ่มเติมได้อีกเพื่อพัฒนาบริการดิจิทัลและกระตุ้นธุรกิจดิจิทัล เช่น การส่งเสริมการแข่งขันและการจูงใจให้เกิดความสามารถในการทำงานร่วมกันในตลาดดิจิทัล การเพิ่มความพร้อมของทักษะด้านดิจิทัลและทักษะเสริมอื่นๆ รวมถึงยกระดับการเข้าถึงนวัตกรรมทางการเงิน ทั้งนี้ตั้งแต่การของโควิดในเดือนมี.ค.63 มีจำนวน 30% ของผู้ใช้บริการดิจิทัลทั้งหมดในไทยเป็นผู้ใช้บริการรายใหม่ และมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสูงถึง 90% ซึ่งสูงเป็นอันดับสองในภูมิภาครองจากสิงคโปร์ “ในขณะที่แผลเป็นจากผลกระทบของการระบาดของโควิด-19 อาจคงอยู่ไปอีกนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของการสูญเสียงานและการปิดโรงเรียน การพัฒนาที่นำโดยดิจิทัลสามารถช่วยชดเชยผลกระทบจากรอยแผลเป็นเหล่านี้ และทำให้มั่นใจได้ว่าการเติบโตจะมีความทั่วถึงและเท่าเทียมกัน”

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News