HomeBusinessรมว.ประชุมร่วม 3 ฝ่าย ไทย–อินโดนิเซีย–มาเลเซีย ชูโมเดลภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

รมว.ประชุมร่วม 3 ฝ่าย ไทย–อินโดนิเซีย–มาเลเซีย ชูโมเดลภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 27 แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย – มาเลเซีย – ไทย (ไอเอ็มที-จีที) ผ่านระบบประชุมทางไกล ว่า ได้นำเสนอแนวทางการฟื้นฟูประเทศให้ที่ประชุมรับทราบ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้ดำเนินโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ และ สมุย พลัส โมเดล ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมการเปิดประเทศรองรับนักท่องเที่ยวและสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงโครงการคนละครึ่ง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและสนับสนุนผู้ประกอบการร้านค้าขนาดกลางและขนาดเล็กในช่วงที่ผ่านมา

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ

ขณะเดียวกัน ยังได้เน้นย้ำในที่ประชุมถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคให้มากขึ้นเพื่อรองรับภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง โดยปัจจุบันประเทศไทยได้ดำเนินการพัฒนาท่าอากาศยานในพื้นที่ต่าง ๆ ของภาคใต้รองรับไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลา ท่าอากาศยานกระบี่ จังหวัดกระบี่ ท่าอากาศยานภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ท่าอากาศยานสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี และท่าอากาศยานระนอง จังหวัดระนอง

ทั้งนี้ในการหารือรัฐมนตรีของประเทศสมาชิก ยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างอุทยานธรณีโลกลังกาวี (มาเลเซีย) อุทยาธรณีโลกสตูล (ไทย) และอุทยานธรณีโลกทะเลสาบโตบา (อินโดนีเซีย) ผ่านระบบประชุมทางไกล เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีในการปกป้องและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงภูมิศาสตร์ในท้องถิ่น และส่งเสริมความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ช่วยให้เกิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนการศึกษาดูงานและการจัดทำแผนการตลาดด้านการท่องเที่ยวร่วมกันของ 3 อุทยานธรณี

- Advertisement -

นายอาคม กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้รับทราบถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อดำเนินการตามแผนปฏิบัติการของกรอบการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนของแผนงานไอเอ็มที-จีที ปี 65 – 69 เน้นให้เกิดการลงทุนในเรื่องการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การลดมลพิษจากภาคการขนส่ง และการใช้ประโยชน์ควบคู่กับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 1.79 แสนล้านบาท และรับทราบข้อริเริ่มจากภาคเอกชนในการเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแข็งขันกับคณะทำงานทุกสาขาของแผนงานไอเอ็มที-จีที เพื่อบรรลุเป้าหมายการฟื้นฟูเศรษฐกิจในยุคหลังโควิด-19 โดยในปี 65 รัฐบาลไทยจะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งต่อไป ที่จังหวัดภูเก็ต

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News