Home Business โควิดคลี่คลาย เร่งกระจายวัคซีน คาดเศรษฐกิจไทย’64 ขยายตัว 1.8%

โควิดคลี่คลาย เร่งกระจายวัคซีน คาดเศรษฐกิจไทย’64 ขยายตัว 1.8%

น.ส.ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ได้ประเมินเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้จะทยอยฟื้นตัวตามการคลี่คลายของโควิด-19ในประเทศ จากเร่งกระจายฉีดวัคซีน , การส่งออกฟื้นตัวคาดขยายตัว 9% ในปี 64 และเริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ 2.5 แสนคน ถึง 1.2 ล้านคน โดยเฉพาะช่วงปลายปี จึงคาดไตรมาส 4 เศรษฐกิจไทย(จีดีพี)จะขยายตัวได้ถึง 5% ทำให้ทั้งปี 64 เศรษฐกิจจะอยู่ที่ 1.8% แต่ภาครัฐต้องเตรียมรับมือกับอีก 4 โจทย์สำคัญ ได้แก่ ภาระทางการคลัง เงินเฟ้อ หนี้ครัวเรือน และต้นทุนธุรกิจที่กำลังเพิ่มขึ้น ทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีความซับซ้อนมากขึ้น

ทั้งนี้คาดว่าการระบาดโควิดในระลอกที่ 3 จะคลี่คลายลงช่วงเดือน ก.ค. และมาตรการภาครัฐที่กำลังจะทยอยออกมาทั้งโครงการคนละครึ่งเฟส 3 โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ รวมทั้งการเร่งกระจายฉีดวัคซีนจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นในเดือนมิ.ย. – ก.ค. นี้ ซึ่งหากเร่งฉีดได้ในปริมาณที่มากพอกับการสร้างความเชื่อมั่นของครัวเรือนและธุรกิจ และเป็นตามเป้าหมาย 100 ล้านโดส น่าจะเห็นการขยายตัวเศรษฐกิจขยายตัวได้มากกว่าคาด

อย่างไรก็ตามในระยะสั้นการขาดดุลการคลังที่เพิ่มขึ้นและการขยายเพดานหนี้สาธารณะยังไม่น่าจะเป็นประเด็น โดยคงจะเห็นระดับหนี้สาธารณะที่เกิน 60% ภายในปี 65 แต่ในระยะกลาง หากยังมีการขาดดุลการคลังในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง อาจจะนำมาสู่ประเด็นความเชื่อมั่นทางภาคการคลังของไทย ด้านโจทย์เงินเฟ้อไทยที่เพิ่มขึ้นนั้น แม้จะเป็นปัจจัยชั่วคราวและคงไม่ทำให้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)เปลี่ยนท่าทีนโยบายดอกเบี้ย แต่หากธนาคารสหรัฐ(เฟด)ส่งสัญญาณถอยออกจากนโยบายการเงินผ่อนคลาย จะนำมาสู่ต้นทุนทางการเงิน เพราะอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้เพิ่มขึ้นทั่วโลกรวมถึงไทย กดดันภาคธุรกิจที่เพิ่งจะเริ่มดีขึ้น

- Advertisement -

“มาตรการรัฐทยอยออกมาเริ่มใช้เดือนก.ค.-ธ.ค. น่าจะเป็นจังหวะคนมั่นใจใช้จ่าย ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ แต่หากการฟื้นตัวเศรษฐกิจไม่กลับสู่ภาวะปกติ มาตรการฟื้นฟูต้องมีความต่อเนื่องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ส่วนเงินกู้ 5 แสนล้านบาทเพียงพอ ถ้าไม่มีระลอกใหม่”

น.ส.ธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า จากการสำรวจครัวเรือนพบว่าโควิดรอบสามทำให้รายได้ลด ค่าใช้จ่ายไม่ลด และภาระหนี้สูงเกินกว่า 50% ต่อรายได้ เพิ่มขึ้นจาก 10.8% ในโควิดรอบ 2 มาที่ 22.1% โดยคาดหนี้ครัวเรือนจะแตะระดับ 90% ต่อจีดีพีสิ้นปี 64 จากสิ้นปี 63 อยู่ที่ 89.3% ต่อจีดีพี ทำให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องกลับมาแก้หนี้อย่างจริงจัง เช่นเดียวกับคุณภาพหนี้ที่ยังเป็นกังวล ยอมรับหนี้เอ็นพีแอลปรับเพิ่มบ้าง 3.2-3.5% สิ้นปี 64 จากสิ้นปี 63 อยู่ที่ 3.12% แต่ไม่ได้เร่งตัวสูง เพราะมีมาตรการช่วยเหลือและเกณฑ์การจัดชั้นหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย( ธปท.)

น.ส.เกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ต้นทุนสินค้าเพิ่มจะเป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบธุรกิจ คาดว่าราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้น 1% จะกระทบค้าปลีกเอสเอ็มอี 23,600-23,800 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการต้องเจอข้อจำกัดในการผลักภาระไปให้กับผู้บริโภค ส่วนมาตรการรัฐมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการ และต้องติดตามความเชื่อมั่นของผู้บริโภคหลังจากนี้ ซึ่งจะมีผลต่อเส้นทางการฟื้นตัวของธุรกิจค้าปลีกในช่วงที่เหลือของปี

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News