Home Business 9 กลลวงหลอกให้เสียทรัพย์ รู้ไว้...จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ

9 กลลวงหลอกให้เสียทรัพย์ รู้ไว้…จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ

ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจมักจะเจอกับมิจฉาชีพอยู่หลากหลายรูปแบบ และเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย โดยเฉพาะวิกฤติโควิด-19 ซึ่งเกิดขึ้นช่วงที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิตอล ทำให้ที่ผ่านมามักจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับภัยไซเบอร์อยู่บ่อยครั้ง เช่น โดนแฮ็กระบบ ปลอมเป็นตนเองบนเฟสบุ้ค หรือหลอกให้ลงทุนแล้วปิดช่องทางการติดต่อ หอบเงินหายไปอย่างลอยนวล ทำให้ผู้ที่หลงตกเป็นเหยื่อ สูญเสียเงินกันเป็นจำนวนมาก

สิ่งที่น่ากลัวเลยคือ เมื่อเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นแล้ว เหมือนมืดแปดด้าน ไม่รู้จะปรึกษา หรือไม่รู้จะไปเรียกร้องความเสียหายจากใครได้บ้าง แม้ที่ผ่านมาสถาบันการเงินต่าง ๆ หน่วยงานของรัฐ หรือธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้ออกคำเตือนอยู่เสมอ ๆ ว่าอย่าหลงเชื่อ แต่ก็ยังมีคนตกเป็นเหยื่อด้วยความไม่รู้

ทางศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน(ศคง.) ได้เปิดกลวิธีของเหล่ามิจฉาชีพที่มักจะใช้กันเป็นประจำอยู่ในขณะนี้ ได้แก่

- Advertisement -

1)หลอกแอบอ้างหรือสวมรอยเป็นบุคคลอื่น เพื่อให้โอนเงินให้ เช่น หลอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร เจ้าหน้าที่ ธปท.หรือ ญาติพี่น้อง

2)หลอกจีบให้ตายใจ แล้วขอให้โอนเงินให้โดยส่วนใหญ่พบเป็นมิจฉาชีพชาวต่างชาติ และติดต่อผ่านช่องทางเฟสบุ้ค

3)หลอกว่าช่วยให้ได้สินเชื่อ แต่ให้โอนค่าธรรมเนียมล่วงหน้า เช่น ขอเป็นค่าเอกสารปล่อยกู้

4)หลอกว่าจะจ่ายชำระคืนหนี้ให้ โดยให้เสียค่าสมัครล่วงหน้า

5)หลอกให้ชำระค่าสินค้าหรือบริการที่ซื้อผ่านช่องทางออนไลน์แล้วไม่ได้รับสินค้าหรือบริการนั้นจริง เช่น การซื้อขายหน้ากากอนามัย 6)หลอกให้โอนเงินให้ โดยอ้างว่าจะได้รับเงินก้อนใหญ่หรือพัสดุที่มีมูลค่าสูงจากมิจฉาชีพต่างชาติที่ติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์ โดยหลอกให้โอนเงินเป็นค่าธรรมเนียมหรือภาษี

7)หลอกให้ลงทุน เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนสูง ในรูปแบบการลงทุนต่าง ๆ เช่น ฟอเร็กซ์ , บิตคอยน์ เงินดิจิทัล แชร์ลูกโซ่ออนไลน์ธนาคารแสงแดด โครงการปลูกป่าลดหนี้

8)หลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคล หรือขโมยข้อมูล ผ่านรูปแบบ เช่น หลอกให้กรอกข้อมูลในอีเมล เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นปลอมของสถาบันการเงิน

9)ปลอมแปลงข้อมูลบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต เพื่อนำไปชำระค่าสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนและเสียทรัพย์จำนวนมาก

สะท้อนจากสถิติการหลอกลวงประชาชน ที่แจ้งผ่านช่องทาง ศคง. 1213 การแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับภัยทางการเงิน ยังพบการหลอกลวงด้านการลงทุนในธุรกรรมใหม่ ๆ เช่น การลงทุนในต่างประเทศ และบิตคอยน์ เป็นต้น โดยในปี 2563 ศคง. รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับปัญหาภัยทางการเงินจำนวนทั้งสิ้น 617 รายการ เป็นการหลอกลวงประชาชนมากที่สุด คือเงินฝาก เงินโอน เช็ค มีจำนวน 317 รายการ คิดเป็น 51% ของการหลอกลวงประชาชนทั้งหมด โดยส่วนใหญ่เป็นปัญหาถูกหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์(email/ social media/ website)

อันดับสองคือ สินเชื่อ มีจำนวน 87 รายการ คิดเป็น 14% ส่วนใหญ่เป็นปัญหาหลอกลวงให้โอนเงิน สมัครเข้าร่วมโครงการเงินกู้ และแอบอ้างเป็น ธปท. และรองลงมาคือ การลงทุน มีจำนวน 63 รายการ คิดเป็น10% ส่วนใหญ่การหลอกลวงให้ลงทุนในต่างประเทศ แชร์ลูกโซ่ และธุรกรรมอื่นๆ เช่น ฟอเร็กซ์ บิตคอยน์ เป็นต้น

ในปัจจุบันถือว่ามิจฉาชีพทางโลกออนไลน์ได้ระบาดหนัก จากสารพัดรูปแบบ กลวิธีแปลกใหม่ ทำให้เราหลงเชื่อได้ง่าย ส่วนใหญ่ที่พบเพื่อมุ่งหวังจุดประสงค์เดียวคือ ทำให้เหยื่อเสียทรัพย์ แต่หากเรารู้เท่าทันกลลวง จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันจากภัยไซเบอร์ ซึ่งจะเป็นหนทางเดียวที่รอดพ้นจากมิจฉาชีพ ดังคำกล่าวที่ว่า “รู้ไว้ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ”

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News