HomeBusinessมติ กนง. เสียงแตก 5 ต่อ 2 มีโอกาสลดดอกเบี้ยกลางปีนี้

มติ กนง. เสียงแตก 5 ต่อ 2 มีโอกาสลดดอกเบี้ยกลางปีนี้

“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ระบุว่า จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) วันที่ 7 ก.พ. ที่ผ่านมา มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ โดย 5 เสียงมองให้คงดอกเบี้ยที่ 2.50% และ 2 เสียงมองเห็นควรให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่ำลง

โดยการสื่อสารของกนง. ในรอบนี้ลดความแข็งกร้าวอย่างเห็นได้ชัด และเปลี่ยนมุมมองจากที่เคยระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่อง ในการประชุมรอบก่อนหน้านี้ มาเป็นมีทิศทางขยายตัวชะลอลงในการประชุมรอบนี้

ทั้งนี้ กนง. ได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้จาก 3.2% ในกรณีไม่มีดิจิทัลวอลเล็ต ในการประชุมรอบเดือนพ.ย.66 มาอยู่ที่กรอบ 2.5-3.0% ในการประชุมรอบนี้ และกนง. ยังมองเงินเฟ้อมีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำใกล้เคียงระดับ 1.0% ในปีนี้ ก่อนที่จะทยอยปรับเพิ่มขึ้นในปีหน้า

- Advertisement -

ซึ่งมติที่ไม่เป็นเอกฉันท์ในรอบนี้ มีโอกาสมากขึ้นที่กนง. อาจปรับลดดอกเบี้ยในช่วงกลางปีนี้ โดยจากประวัติการปรับลดดอกเบี้ยครั้งก่อนหน้า กนง. มีการปรับเปลี่ยนนโยบายหลังจากมติไม่เป็นเอกฉันท์ 1-2 ครั้ง อย่างไรก็ตามจังหวะการปรับลดดอกเบี้ยคงขึ้นอยู่กับตัวเลขทิศทางเศรษฐกิจในการประชุมแต่ละรอบซึ่งยังมีความไม่แน่นอนสูง

“กรุงไทย คอมพาส” ประเมิน กนง. ส่งสัญญาณถึงท่าทีที่ผ่อนคลายมากขึ้น แต่ประเมินว่าจะยังไม่ปรับทิศทางของการดำเนินนโยบายการเงินในระยะอันใกล้ เนื่องจากเศรษฐกิจยังอยู่ในทิศทางขยายตัวและ กนง. จำเป็นต้องรอความชัดเจนของข้อมูลต่างๆในระยะต่อไป ขณะที่มีความเสี่ยงที่อาจกดดันให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นได้ในอนาคต อีกทั้งยังต้องติดตามการปรับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักในต่างประเทศ

“ธนาคารกรุงศรีอยุธยา” ประเมินการประชุม กนง.ในครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นวันที่ 10 เม.ย. 67 โดยในการประชุมรอบนี้ ท่าทีของ กนง. แสดงความกังวลต่อภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่กรรมการ 2 ท่าน เห็นว่าควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ต่อปี โดยมองว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.50% ในอีกหลายไตรมาสข้างหน้า แต่จากท่าทีกนง.ในครั้งนี้ จึงไม่ตัดความเป็นไปได้ที่อาจจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในช่วงกลางปีนี้เช่นกัน หากเศรษฐกิจมีสัญญาณชะลอตัวรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News