HomeBusinessสคฝ.เล็งขยายคุ้มครองเงินคนใช้อีมันนี่ เผยขั้นตอนได้เงินฝากคืนหากแบงก์ล้ม

สคฝ.เล็งขยายคุ้มครองเงินคนใช้อีมันนี่ เผยขั้นตอนได้เงินฝากคืนหากแบงก์ล้ม

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก(สคฝ.) เปิดเผยว่า สคฝ.หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เตรียมขยายคุ้มครองเงินฝากเพิ่มเติม โดยศึกษาคุ้มครองเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-มันนี่ แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ 1.เงินที่ผู้ให้บริการอี-มันนี่ฝากไว้กับสถาบันการเงิน และสถาบันการเงินต้องปิดกิจการ เกิดปัญหาจะทำอย่างไร และหากผู้ให้บริการอี-มันนี่ถูกปิดกิจการเอง ผู้มีเงินฝากจะได้รับเงินคืนอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาเพื่อรองรับอนาคตด้วย แต่ตอนนี้ธุรกิจอี-มันนี่ มีกฎเกณฑ์ความเข้มแข็ง เพราะไม่สามารถนำเงินทุกบาททุกสตางค์ของประชาชนไปใช้หรือให้กู้ใดๆได้

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์

นอกจากนี้ สคฝ.ย้ำการเปลี่ยนแปลงวงเงินคุ้มครองเงินฝากจาก 5 ล้านบาทมาเป็น 1 ล้านบาท จะเริ่มตั้งแต่ 11 ส.ค.2564 เป็นต้นไป โดยยืนยันคุ้มครองผู้ฝากเงินกับสถาบันการเงินทั้ง 35 แห่งที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธปท.และสถาบันการเงินมีความแข็งแกร่ง เงินกองทุนและเงินสำรองสูง

ด้านความคุ้มครองจะคุ้มครองบัญชีเงินฝาก 5 ประเภท ได้แก่ 1.เงินฝากกระแสรายวัน 2.เงินฝากออมทรัพย์ 3.เงินฝากประจำ 4.บัตรเงินฝาก และ 5.ใบรับฝากเงิน โดยบัญชีเงินฝากที่ได้รับความคุ้มครองต้องเป็นสกุลเงินบาทเท่านั้น ไม่รวมสกุลต่างประเทศ เช่น เงินฝากสกุลดอลลาร์ เยน เป็นต้น และไม่รวมสินทรัพย์อื่นที่เป็นการลงทุน เช่น พันธบัตร คริปโตเคอเรนซี่ บัตรเติมเงิน อี-มันนี่ จะยังไม่ได้รับความคุ้มครอง

- Advertisement -

ทั้งนี้หากสถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาต ผู้ฝากจะได้รับเงินฝากคืนภายใน 30 วัน ดังนั้น หากใครมีเงินฝากต่อสถาบันการเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวน แต่หากใครมีเกิน 1 ล้านบาท เช่น มีเงินฝาก 2 ล้านบาทกับสถาบันการเงินเดียวกันจะได้รับเงินคืน 1 ล้านบาทภายใน 30 วัน ส่วนอีก 1 ล้านบาท สคฝ.จะนำทรัพย์สินของสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาจำหน่าย และคืนผู้ฝากเงินทุกราย ซึ่งจะได้รับเงินฝากส่วนที่เหลือคืนเช่นเดียวกัน

นายทรงพล กล่าวว่า ปัจจุบันบัญชีเงินฝากมีไม่เกิน 1 ล้านบาทที่ได้รับคุ้มครองเต็มจำนวนมีมากกว่า 98% ส่วนอีกเกือบ 2% ที่บัญชีเงินฝากเกิน 1 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มนี้เชื่อว่าจะมีการบริหารเงินที่ดี สามารถนำเงินไปลงทุนอย่างอื่นเพื่อได้รับผลตอบแทนสูงกว่า หรือกระจายเงินฝากไปยังบัญชีสถาบันการเงินอื่นๆ เพราะความคุ้มครองไม่ได้นำเงินฝากของทุกแห่งมารวมกัน เช่น มีเงินฝาก 1 ล้านบาทกับสถาบันการเงินหนึ่ง และยังมีอีก 1 ล้านบาทกับอีกสถาบันการเงิน สามารถได้รับความคุ้มครองแบบเต็มจำนวน เพราะไม่ได้นำเงินฝากจาก 2 สถาบันการเงินมารวมกัน

สำหรับลำดับการคืนเงินจะเป็นการชำระด้านภาษีก่อน คือ กรมสรรพากร ต่อมาเป็นแรงงานพนักงาน และเป็นผู้ฝากเงิน ขณะที่ขั้นตอนต่าง ๆ กรณีสถาบันการเงินเกิดปัญหาจริง ปิดกิจการ ผู้ฝากเงินไม่ต้องยื่นคำร้องใดๆ แต่สคฝ.จะมีข้อมูลจากสถาบันการเงิน โดยจ่ายคืนเงินฝากให้ 2 ช่างทาง คือ 1.พร้อมเพย์ ผูกบัญชีหมายเลขบัตรประชาชน และ 2.เช็ค กรณีไม่มีพร้อมเพย์ แต่จะถูกหักกับหนี้ที่ต้องชำระคืนก่อนหากหนี้นั้นถึงเวลาครบกำหนดชำระ แต่หากผู้ฝากเงินที่มีหนี้กับสถาบันการเงินที่มีปัญหายังไม่ถึงเวลาชำระหนี้ สคฝ.จะระบุให้ว่าจะสามารถจ่ายชำระหนี้ได้ที่สถาบันการเงินใดแทน เพื่อให้ประวัติการชำระหนี้มีสถานะปกติ ไม่มีประวัติค้างชำระ

“ระบบคุ้มครองเงินฝากเป็นสิ่งที่ดี ไม่ให้ประชาชนเกิดโกลาหล และให้เกิดความมั่นใจในการเก็บเงิน เชื่อว่าการไม่มีระบบคุ้มครองเงินฝากเป็นไปไม่ได้ แต่อนาคตอาจมีทบทวนวงเงินคุ้มครองเงินฝากได้ ถ้ารายได้ต่อหัวประชากรสูงขึ้น และมีการฝากเงินสูงขึ้น อาจทบทวนคุ้มครองสูงขึ้นได้ แต่ไม่ได้ปรับลดวงเงินในช่วงนี้หรือระยะเวลาอันใกล้นี้อีก ซึ่งปัจจุบันคนไทย 1 คนมีแค่ 1 บัญชีมีมากเกินครึ่ง ต่างจากคนในเมือง 1 คน มีถึง 2-3 บัญชี และฝากออมทรัพย์มากกว่าเงินฝากประจำ”

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News