HomeBusinessAutoเจ้าของรถไฟฟ้ามือใหม่ต้องระวัง!! กับปัญหาเรื่องสถานีชาร์จในการเดินทางไกล ไม่ใช่มีไม่พอ แต่! ไปถึงแล้วชาร์จไม่ได้!!

เจ้าของรถไฟฟ้ามือใหม่ต้องระวัง!! กับปัญหาเรื่องสถานีชาร์จในการเดินทางไกล ไม่ใช่มีไม่พอ แต่! ไปถึงแล้วชาร์จไม่ได้!!

โดย:ภาคภูมิ วรรณแสง บรรณาธิการ Auto-Business Today

                ถ้าคิดจะซื้อรถ BEV หรือรถไฟฟ้าสักคันดูแล้วไม่เห็นจะเป็นเรื่องยากอะไร เพราะปัจจุบันราคาตัวรถก็เย้ายวนเอามากๆ เรื่องของสถานีชาร์จก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้าเทียบกันในเดือนมกราคมของปีนี้ผมมีโอกาสได้ขับรถไฟฟ้าเดินทางรอบประเทศ บางช่วงบางเส้นทางสถานีชาร์จห่างกันมากๆ และในหลายจังหวัดยังไม่มีสถานีชาร์จสาธารณะ หรือมีก็เป็นสถานีชาร์จของ MG ที่ให้บริการเฉพาะลูกค้าเท่านั้นซึ่ง 3 จังหวัดชายแดนใต้ก็มีให้ครบทุกจังหวัด วันนี้สถานีชาร์จสาธารณะครอบคลุมมากขึ้นไล่มาตั้งแต่แม่ฮ่องสอน, แม่สอด, ระนอง, ยะลา, นราธิวาส, ปัตตานี ฝั่งอีสานทางบึงกาฬ, นครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร ฝั่งตะวันออกอย่างจันทบุรี, ตราด ก็มีสถานีเพิ่มขึ้นแล้ว

ปัญหาคือมีสถานีชาร์จแต่ชาร์จไม่ได้!

- Advertisement -

                ต้องบอกก่อนว่าสำหรับเรื่องของสถานีชาร์จไฟ DC หรือการชาร์จแบบเร็วนั้น เราอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี เหมือนกับตอนที่เราเปลี่ยนจากมือถือคลื่น 800, 900 MHz มาเป็นดิจิตอล 1800 MHz และ GSM มันใช้งานควบคู่กันได้แต่อาจจะขลุกขลักบ้างในบางพื้นที่ สถานีชาร์จก็เหมือนกันปัจจุบันมีทั้งตู้ชาร์จรุ่นเก่าที่ติดตั้งใช้งานมาประมาณ 3-5 ปี ก็มี ตู้ชาร์จรุ่นใหม่ล่าสุดก็มี จากที่ได้มีโอกาสขับรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นหลายยี่ห้อไปมาทั่วประเทศ ได้ชาร์จกับสถานีชาร์จทุกยี่ห้อเจอปัญหาการใช้งานหลายครั้ง แต่เป็นปัญหาที่เจ้าของรถต้องเรียนรู้เพราะเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความเข้าใจมากสักหน่อย ขอสรุปปัญหาที่พบเจอเพื่อเป็นข้อมูลในการใช้งานจริงดังนี้

  • รถบางรุ่นไม่สามารถชาร์จได้ทุกยี่ห้อของสถานีชาร์จ

ปัญหาที่พบเจอคือรถบางรุ่นใหม่มาก โปรแกรมของตู้ชาร์จกับตัวรถยังไม่เคยต่อเชื่อมกันมาก่อน เหมือนเวลาที่เราเอาสมาร์ทโฟนต่อเข้ากับระบบของรถต้องมีการเซ็ทค่าเข้าหากันก่อน รถใหม่กับตู้ชาร์จก็เช่นกันปัญหาคือรถที่ใหม่มากๆ ตัวสถานีชาร์จเองยังไม่ได้มีอากาสได้เชื่อมต่อโปรแกรมกันมาก่อน ปัญหานี้ใช้เวลาไม่นานในการปรับแก้ซอฟท์แวร์หลังจากนั้นก็จะชาร์จได้

  • รถบางรุ่นชาร์จกับตู้ชาร์จได้บางรุ่นของสถานีชาร์จยี่ห้อเดียวกัน

สถานีชาร์จบางยี่ห้อมีตู้ชาร์จหลายรุ่นมาก ต้องสังเกตให้ดี เวลาเราดูใน App ของยี่ห้อนั้นๆ จะเห็นว่าจะมีตู้ชาร์จที่มีกำลังไฟ 50 kW, 70 kW, 90 kW, 100 kW, 120 kW, 125 kW, 135 kW หรือ 150 kW ปัญหาที่พบเจอคือตู้ชาร์จบางรุ่นไม่สามารถชาร์จกับรถของเราทั้งๆ ที่เป็นตู้ชาร์จยี่ห้อเดียวกัน ปัญหาก็คือตู้บางรุ่นนั้นติดตั้งมาราว  3-5 ปีแล้วก็มี ตู้รุ่นเก่าก็เหมือนกับคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าพอเอาอุปกรณ์ใหม่ๆ มาเสียบมันก็ไม่รู้จักกันไม้สามารถชาร์จได้ อันมาจากข้อจำกัดของการอัพเดทซอฟท์แวร์ หรืออาจจะมาจากระบบสื่อสารของตู้ชาร์จที่ยังเป็น 3G อยู่ ดังนั้นต้องหาข้อมูลจากเพจของรถที่ท่านสนใจด้วยว่ามีปัญหากับตู้ชาร์จรุ่นไหนบ้าง ซึ่งตู้รุ่นเก่าที่มีกำลังชาร์จน้อยๆ จะค่อยถูกเปลี่ยนเป็นตู้รุ่นใหม่ตามวงรอบซึ่งไม่นานนักก็จะดีขึ้น

  • เวลาเปิด/ปิดของสถานีชาร์จ หรือ สถานที่

สถานีชาร์จหรือตู้ชาร์จ หลายแห่งอยู่ใน ห้างสรรพสินค้า, ร้านอาหาร, โรงพยาบาล หรือ แม้แต่ในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ถ้าจะเดินทางต้องเช็คให้ดีว่าจุดที่เราจะไปชาร์จนั้น สถานที่มีเวลาเปิด/ปิดหรือไม่หลายครั้งพบว่าใน App เปิด 24 ชั่วโมง แต่พอเราไปถึงสถานที่ปิดรั้วหรือปิดให้บริการไปแล้ว เห็นตู้ชาร์จอยู่ใกล้ๆ ก็ไม่สามารถเข้าไปชาร์จได้ การวางแผนการเดินทางด้วยการเปิด App เวลากลางวันอาจจะพบว่ามีสถานีเยอะมาก แต่พอเริ่มมืดตั้งแต่ประมาณ 20.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. จะเห็นว่าสถานีที่หมายตาไว้ค่อยๆ ปิดลง และจะทยอยเปิดอีกที่ราว 05.00 น.เป็นต้นไป เพื่อความชัวร์ควรโทรถามสถานที่นั้นๆ เสียก่อน ปกติใน App จะบอกชื่อสถานที่ เส้นทาง และเบอร์ติดต่อไว้

  • หลีกเลี่ยงการเดินทางช่วงเทศกาล

ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้แม้ว่าจะมีสถานีครอบคลุมเกือบทั่วประเทศ แต่อย่าลืมนะครับว่าแต่ละสถานีชาร์จนั้นมักจะมีแค่ 1-2 หัวจ่ายที่เป็น CCS 2 ที่รถส่วนใหญ่ใช้ มันจะเหมือนกับตอนนี้แห่กันไปใช้ NGV แล้วต้องไปรอเติมก๊าซที 3-4 ชั่วโมง รถไฟฟ้าก็เช่นกันเอาแค่ชาร์จจาก 20-80 % โดยเฉลี่ยใช้เวลาราว 20-40 นาที เพราะรถแต่ละคันรับไฟชาร์จไม่เท่ากัน บางครั้งก็โดนปรับลดอัตราการจ่ายไฟจากการไฟฟ้าด้วย เอาแค่ชาร์จคันละ 30 นาที แล้วคุณไปถึงคิวที่ 5 คุณต้องรอกี่ชั่วโมง เมื่อจำนวนหัวจ่ายเพียงพอการเดินทางในช่วงเทศกาลก็จะไม่ใช่ปัญหา แต่อาจจะต้องรออีกสัก 2 ปี

  • ค่ายรถบางค่ายมีสถานีชาร์จสำหรับลูกค้าโดยเฉพาะ

ถือว่าเป็นการบริการหลังการขายสำหรับลูกค้าของเค้า อย่าง MG มีโชว์รูมครอบคลุมทั่วประเทศ ถ้าเข้าไปดูใน App จะเห็นว่ามีมากกว่า 168 สถานีที่เป็นสถานี Super Charge ของ MG เอง ซึ่งถือว่าได้เปรียบกว่าค่ายอื่นๆ

                อย่างที่บอกว่าอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี ดังนั้นการใช้งานอาจจะมีความขลุกขลักบ้างแต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ถ้าเราวางแผนการเดินทางไว้ดี การใช้งานในเมืองใหญ่กับเส้นทางหลักไม่ใช่ปัญหา แต่เส้นทางรองหรือจังหวัดเล็กที่อาจจะมีปัญหาบ้าง การวางแผนให้เหลือระยะทางวิ่งพอที่จุดชาร์จแห่งอื่นได้เป็นเรื่องจำเป็น หรืออาจจะต้องวางจุดชาร์จ AC เป็นแผนสำรองถ้าต้องค้างคืน ท้ายที่สุดถ้าหมดหนทางจริงๆ คงต้องใช้ emergency charger ติดรถ ชาร์จข้ามคืนเพื่อตุนแบตเตอรี่ให้พอเดินทางไปสถานีชาร์จ DC ใกล้ที่สุดได้ ถ้าเราไม่เคยขับรถจนน้ำมันหมดแล้วดับบนถนน รถไฟฟ้าก็เช่นกันเราก็ไม่ควรขับจนไฟหมด ในปีหน้าเราจะเห็นสถานีชาร์จที่เพิ่มขึ้นอีกมาก

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News