HomeBusinessAutoMG 4 ELECTRIC “ขับเคลื่อนล้อหลัง!!” ขับมันกว่าที่เคย ถ้าต้องการรถไฟฟ้าที่ขับสนุกเร้าใจ บอกเลยว่าใช่เลย “Fun To Drive” ถ้าได้ลองขับบอกเลยว่าจะต้องหลงรัก

MG 4 ELECTRIC “ขับเคลื่อนล้อหลัง!!” ขับมันกว่าที่เคย ถ้าต้องการรถไฟฟ้าที่ขับสนุกเร้าใจ บอกเลยว่าใช่เลย “Fun To Drive” ถ้าได้ลองขับบอกเลยว่าจะต้องหลงรัก

โดย:ภาคภูมิ วรรณแสง บรรณาธิการ Auto-Business Today

                เรื่องความสวยงามและฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ คงไม่ต้องพูดถึงกันมาก เพราะเราเห็นผ่านตากันมาพักใหญ่แล้ว แต่ที่ยังไม่มีข้อมูลคือการขับขี่จริง เพราะมีให้สื่อทดลองขับในสนามปทุมธานีสปีดเวย์เพียงสั้นๆ วันนี้เรามีโอกาสได้ลองขับกันแบบยาวๆ ไปกลับราว 500 กิโลเมตรได้ทดลองการขับขี่ในทุกรูปแบบ กับทริปของกฟผ.ที่ใช้ชื่อกิจกรรมว่า “EV GO ทริปปิดดีล” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจรถยนต์ BEV ได้มาลองขับจริงจังด้วยตัวเองก่อนจะตัดสินใจ เพราะทุกคำบอกเล่าไม่เท่าได้ขับได้สัมผัสด้วยตัวเอง หลังจากที่ได้ลองขับ MG 4 ELECTRIC บอกได้เลยว่าลองขับแล้วติดใจอยากได้ลองขับยาวๆ รอบประเทศสักรอบสองรับ ถ้าคุณเป็นคนชอบขับรถเป็นคนที่ชื่นชอบอรรถรสในการขับขี่ชอบการตอบสนองแบบสปอร์ตเพราะรถคันนี้มีการกระจายน้ำหนักแบบ 50 : 50 ระหว่างล้อหน้าและล้อหลังซึ่งรถใช้งานส่วนใหญ่ไม่เน้นในเรื่องนี้เลย จุดเด่นอีกอย่างคือตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ (LOW CENTRE OF GRAVITY) สอดคล้องกับช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัทและด้านหลังอิสระแบบ 5-Link Suspension ที่ไม่เพียงแค่ ลดแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวท้องถนนได้ดี สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย สะดวกกับการขับขี่ในพื้นที่ตัวเมืองได้อย่างคล่องแคล่วด้วย รัศมีวงเลี้ยวเพียง 5.3 เมตร และมี Overhang ด้านหน้าและหลังของรถที่สั้น ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ขับเคลื่อนที่ล้อหลังมีกำลัง 170 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ถ้าคุณชอบขับรถบอกได้สั้นๆ ว่าคุณจะหลงรัก

                NEW MG 4 ELECTRIC มาพร้อมกับ เทคโนโลยี RUBIK’s CUBE BATTERY ขนาดความจุ 51 kWh จัดเรียงเซลล์แบบแนวนอนและระบายความร้อนด้วยระบบ Liquid Cooling system สามารถวิ่งในระยะทางไกลสูงถึง 425 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ในการใช้งานจริงกับความเร็วเดินทาง 100 – 120 กม./ชม. ใช้คันเร่งเนียนๆ กับการชาร์จกลับแบบเข้มข้นให้ระยะทางวิ่งจริงได้ราว 300 – 350 กม. ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นทางและการใช้คันเร่ง ส่วนหนึ่งที่ชอบรถจากค่าย MG คือการชาร์จกลับเวลายกคันเร่งหรือลงทางชัน มีการชาร์จกลับที่เข้มข้นกว่ารถในระดับเดียวกันชัดเจนมาก การลงเขาชันๆ ยาวๆ สามารถชาร์จแบตเตอรี่กลับได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ใน NEW MG 4 ELECTRIC ใช้ระบบชาร์จกลับที่เรียกว่า KERS” (Kinetic Energy Recovery System) ปรับความเข้มข้นได้ 4 ระดับ เริ่มจากระดับ ต่ำ กลาง สูง และ แบบแปรผันตามการขับขี่ (ADAPTIVE) เพื่อให้เข้ากับการขับขี่ในทุกรูปแบบ

- Advertisement -

                การเดินทางครั้งนี้เรามุ่งหน้าจากกฟผ.บางกรวยไปยังเขื่อนศรีนครินทร์ ช่วงแรกได้ใช้งานในเมืองที่มีการจราจรค่อนข้างหนาแน่นสลับหยุดนิ่ง สิ่งที่สัมผัสได้คือการตอบสนองต่อการเร่ง ที่มีความกระฉับกระเฉงว่องไวมากสามารถคอนโทลคันเร่งได้ง่ายยิ่งทำความคุ้นเคยกับระบบชาร์จกลับหรือ “KERS” ได้จะทำให้การคอนโทรลรถทำได้ง่าย ผมเลือกใช้การชาร์จกลับหรือ “KERS” ระดับสูง การเร่งและชะลอความเร็วผมใช้เพียงแค่คันเร่งเป็นตัวกำหนด กดคือเร่งยกคือชลอความเร็วยกเร็วหน่วงหนักยกช้าๆ หน่วงเบาๆ เมื่อปรับตัวเข้าหารถได้แล้วบอกเลยเบรกนั้นแทบไม่ได้ใช้ นอกจากเวลามีรถเข้ามาในระยะกระชั้นชิดหรือตอนจะจอดสนิท ยิ่งขับนานๆ จะรู้สึกเลยว่าลดการเมื่อยขาได้เยอะมากไม่ต้องคอยสลับขาไปมา การตอบสนองของพวงมาลัยมีความเฉียบคมเบาตอบสนองเร็วแต่ไม่เบาจนหวิว เมื่อรวมกับการตอบสนองของช่วงล่างและการเร่งกลายเป็นว่าเป็นรถที่ขับสนุกในสภาพการขับขี่แบบนี้

                เมื่อเริ่มออกนอกเมืองเรื่องเร่งแซงไม่ต้องห่วงเพราะมอเตอร์ไฟฟ้าตอบสนองได้เร็วมากอยู่แล้ว น้ำหนักพวงมาลัยค่อยๆ เพิ่มความหนึดตามความเร็วที่เพิ่มขึ้นแต่ก็ยังไม่ทิ้งความเฉียบคมในการบังคับควบคุม ช่วงล่างแบบ 5-Link Suspension ต้องเรียกว่าเซอร์ไพรส์มากๆ หลังจากไม่ได้ขับรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลังในรูปทรงนี้มานานมากๆ บอกเลยว่ามันทำให้ย้อนกลับไปตอนยุควัยรุ่นที่รถขับเคลื่อนล้อหลังยังเกลื่อนเมือง มันมีเสน่ห์ของมันท้ายรถที่กวาดเวลาเร่งกระแทกคันเร่งลงไปแรงๆ รวมถึงอาการโอเวอร์สเตียร์เวลาเข้าโค้งแรงๆ NEW MG 4 ELECTRIC ทำให้เรากลับไปตอนวัยรุ่นอีกครั้ง ช่วงขึ้นเขื่อนศรีนครินทร์มีทั้งโค้งแคบและทางชัน บอกเลยว่าขับสนุกมากๆ ช่วงโค้งมากๆ การตอบสนองของพวงมาลัยและช่วงล่างทำงานผสานกันอย่างกลมกลืน ช่วงขึ้นเนินมอเตอร์ที่มีกำลัง 170 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร แรงบิดที่มีมาทันทีที่เติมคันเร่งเมื่อรวมการตอบสนองของมอเตอร์และการบังคับควบคุมแล้วบอกเลยว่ายืนหนึ่งในรถ BEV ที่ขับสนุกที่สุดในราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ถ้าเอาจริงๆ ท้าชนกลับรถในกลุ่มไม่เกิน 1.5 ล้านได้สบายๆ

                อีกจุดหนึ่งที่เป็นความโดดเด่นของ NEW MG 4 ELECTRIC คือการรองรับไฟชาร์จสูงถึง 88 kW ถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน ที่รองรับการชาร์จ 60-80 kW และ NEW MG 4 ELECTRIC จัดวางเซลล์แบบแนวนอนพร้อมระบายความร้อนด้วยระบบ Liquid Cooling system สามารถควบคุมอุณหภูมิของแบตเตอรี่ขณะชาร์จได้ดี ทำให้ระยะเวลาการชาร์จค่อนข้างคงที่จากการทดลองชาร์จจริง เมื่อชาร์จจากระดับ 20-80 % กับตู้ชาร์จที่จ่ายไฟเต็มเกิน 90 kW จะใช้เวลาประมาณ 20 นาที เรื่องระยะเวลาการชาร์จแม้ว่าตู้ชาร์จจะมีกำลังไฟตั้งแต่ 90 – 125 kW แต่บางครั้งตู้จะไม่สามารถจ่ายไฟเต็มร้อย เพราะขึ้นอยู่กับการจ่ายไฟของการไฟฟ้า ณ ช่วงเวลานั้น ถ้ามีการใช้ไฟฟ้ารอบๆ สถานีชาร์จเยอะ ตู้ชาร์จจะจ่ายไฟน้อยลงเพื่อบาล๊านซ์การใช้งานรอบๆ พื้นที่ไม่เกิดอาการไฟตก แต่ถ้าเป็นช่วงที่ใช้ไฟกันน้อยๆ โดยเฉพาะช่วงกลางคืนการชาร์จไฟจะรวดเร็วกว่ากลางวันเยอะ การชาร์จจะใช้เวลามากน้อยนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวรถแต่ขึ้นอยู่กับการจ่ายไฟของการไฟฟ้ามากกว่า

                อีกเรื่องที่บอกว่าชอบมาก และเป็นจุดเด่นของค่าย MG คือเรื่องการชาร์จไฟกลับ เรียกว่า “KERS” (Kinetic Energy Recovery System) ปรับความเข้มข้นได้ 4 ระดับ เริ่มจากระดับ ต่ำ กลาง สูง และ แบบแปรผันตามการขับขี่ (ADAPTIVE) เป็นค่ายที่มีการชาร์จที่เข้มข้นมากกว่ารถยนต์ในตลาด อย่างผมเองคุ้นชินกับการชาร์จระดับสูงสุด เวลาลงทางชันจากเขื่อนศรีนครินทร์ลงมานั้น การใช้โหมดชาร์จเข้มข้น มันสามารถใช้แรงหน่วงเข้มข้นซึ่งช่วยในการชลอรถลดการใช้เบรก และทำให้ได้การชาร์จไฟกลับเข้มข้นเห็นตัวเลขของเปอร์เซ็นแบตเตอรีที่เพิ่มขึ้นชัดเจน ซึ่งรถไฟฟ้าในกลุ่มเดียวกันในทริปเดียวกันนั้นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่ากันชัดเจน การชาร์จที่เข้มข้นทำให้เราสามารถเพิ่มระยะทางการวิ่งได้ด้วยตัวเราเอง จุดเด่นของ MG ในหลายๆ รุ่นคือชาร์จได้เร็ว และการรีเจนทำได้ไว ซึ่งเป็นจุดเด่นที่รถกลุ่มเดียวกันไม่สามารถทำได้เท่า

NEW MG 4 ELECTRIC เปิดตัวด้วยราคาที่ถือว่าเร้าใจ มีสองรุ่นให้เลือก เริ่มต้นด้วยรุ่น NEW MG 4 ELECTRIC D ราคา 869,000 บาท และรุ่น NEW MG 4 ELECTRIC X ราคา 969,000 บาท ถ้าต้องการความคุ้มค่าคุ้มราคาตัวเริ่มต้นก็ตอบโจทย์แล้ว แต่ถ้าต้องการออฟชั่นที่เต็มพิกัดรุ่น X ก็ถือว่าราคาไม่แพง เอาเป็นว่าแค่ 8 ชั่วโมงหลังจากเปิดจองมียอดจองถึง 1,598 คัน ถ้าสามารถส่งมอบรถให้ลูกค้าได้เร็วยิ่งจะทำให้ลูกค้าประทับใจมากยิ่งขึ้น เพราะจุดเด่นหนึ่งที่ค่ายอื่นยังไม่มีคือ “เครือข่ายของสถานีชาร์จ” MG เป็นค่ายเดียวที่มีสถานีชาร์จในโชว์รูม ณ วันนี้มากกว่า 128 สภานีที่เป็นสถานีแบบ Super Charge ทั่วประเทศสำหรับลูกค้า MG โดยเฉพาะ ถ้าไปดูเครือข่ายสถานีต้องบอกว่าครอบคลุมเกือบทุกจังหวัดโดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มี MG เจ้าเดียวที่มีสถานีครบถ้วน

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News