HomeBusiness2022 ปีแห่งบทพิสูจน์ความจริง ของเหล่าบริษัทที่เป็นผู้ชนะในธีมปิดเมือง

2022 ปีแห่งบทพิสูจน์ความจริง ของเหล่าบริษัทที่เป็นผู้ชนะในธีมปิดเมือง

โดย สวภพ ยนต์ศรี AFPT™ Senior Wealth Manager บลจ.ทิสโก้

ปี 2022 ถึงแม้โลกยังต้องเผชิญอยู่กับการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 แต่วิธีที่รัฐบาลประเทศต่างๆ เลือกที่จะใช้รับมือกับการแพร่ระบาดก็แตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับในช่วงปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของการแพร่ระบาด เมื่อมองไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ก็ดูเหมือนว่าจะมีเพียงแค่จีนประเทศเดียวเท่านั้น ที่ยังใช้มาตรการ Lockdown แบบเข้มข้นในบางเมืองที่พบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น ส่วนในภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และยุโรป ก็เลือกที่จะผ่อนคลายมาตรการเข้มงวดต่างๆ เรื่อยมาตั้งแต่ปี 2021 หลังจากประชากรได้รับวัคซีนเป็นจำนวนมากและไม่อาจรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ตามมาจากผลของมาตรการ Lockdown ได้ ดังนั้น ถึงแม้ว่าการแพร่ระบาดยังไม่จบสิ้นลงอย่างสิ้นเชิง แต่เราก็พอจะคาดเดาได้ไม่ยากนักว่า คงเป็นไปได้น้อยมากที่จะเห็นทั่วโลกกลับเข้าสู่การใช้มาตรการปิดเมือง Lockdown เหมือนที่ได้เห็นในปี 2020 อีก

               หากเชื่อมโยงมาถึงโลกของการลงทุน เหล่าบริษัทที่ถือได้ว่าเป็น “ผู้ชนะ” ที่ได้รับประโยชน์อย่างมากมายมหาศาลจากการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลกในชณะที่มีมาตรการปิดเมืองเมื่อปี 2020 คงจะยากนักที่จะกลับมาเติบโตได้ในระดับเดียวกันกับช่วงเวลานั้นอีก ซึ่งที่จริงแล้วตั้งแต่ในช่วงปี 2021 เป็นต้นมา ตั้งแต่การฉีดวัคซีนเริ่มแพร่กระจ่ายไปยังประชากรทั่วโลกอันนำมาด้วยการผ่อนตลายมาตรการ Lockdown และผู้คนกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติ ราคาหุ้นของเหล่าบริษัทที่เป็นผู้ชนะเมื่อปี 2020 ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยถึงแม้รายได้หรือกำไรของบางบริษัทยังสามารถเติบโตได้ดี แต่ฐานการเติบโตที่สูงมากในปี 2020 ก็ทำให้ในปี 2021 ผู้ชนะเหล่านี้ได้กลายสภาพมาเป็นผู้แพ้อย่างสิ้นเชิงในแง่ของผลตอบแทนของราคาหุ้น บวกเข้ากับสภาะการลงทุนของตลาดหุ้นโดยรวมที่ได้รับแรงกดดันจากการปรับเปลี่ยนนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น ก็ยิ่งทำให้ราคาหุ้นของบริษัทเหล่านี้ที่จัดอยู่ในหุ้นกลุ่ม Growth ได้รับผลกระทบเข้าไปอีก

- Advertisement -

               จนมาถึงช่วงต้นปี 2022 ถึงแม้สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนจะเป็นปัจจัยใหม่ ซึ่งเข้ามากดดันตลาดหุ้นโดยรวม แต่หลังจากนี้เป็นต้นไป หากสถานการณ์สงครามเริ่มคลี่คลายลงและตลาดหุ้นเริ่มที่จะซึมซับข่าวการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ไปบ้างแล้ว ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นของบริษัทผู้ชนะในธีมปิดเมืองเหล่านี้น่าจะขึ้นอยู่กับการเปิดเผยงบการเงินของบริษัทที่จะเริ่มมีฐานการคำนวณการเติบโตเป็นปกติในปี 2021 และสะท้อนมาที่งบการเงินในปี 2022 และจะถือเป็นบทพิสูจน์อย่างแท้จริงว่า บริษัทเหล่านี้จะยังเติบโตได้ต่อไปหรือไม่เมื่อไม่มีปัจจัยสนับสนุนอย่างการ Lockdown ในปี 2020 เกิดขี้นอีก

Teladoc การพบแพทย์ออนไลน์จะเป็นวิถีชีวิตใหม่ในยุคหลัง COVID ?

            Teladoc ถือเป็นหนึ่งตัวอย่างของการเป็นผู้ชนะในธีมปิดเมืองเมื่อปี 2020 ที่ชัดเจนที่สุด เนื่องจากการ Lockdown และการเกิดโรคระบาด ทำให้ผู้คนเลือกที่จะใช้บริการพบแพทย์ออนไลน์ของ Teladoc แทนที่จะไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล โดยจำนวนสมาชิกผู้ใช้งานของ Teladoc ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากราว 56 ล้านรายในปี 2019 มาอยู่ที่ 73.1 ล้านราย ในปี 2020 และในปี 2021 จำนวนสมาชิกผู้ใช้งานในสหรัฐฯ เพิ่มมาอยู่ที่ราว 76.5 ล้านราย ซึ่งจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า อัตราการเติบโตของจำนวนสมาชิกที่ก้าวกระโดดเหมือนอย่างในปี 2020 คงจะเกิดขึ้นอีกได้ยาก

               ดังนั้น นอกจากธุรกิจปรึกษาแพทย์ออนไลน์แล้ว Teladoc จึงขยายการเติบโตไปยังธุรกิจในการจัดการข้อมูลสุขภาพอย่างครบวงจร ซึ่งการควบรวมกิจการของบริษัท Livongo ที่เป็นบริษัทด้านการดูแลสุขภาพแบบ Digital ของผู้บริโภค ซึ่งเน้นการรักษาโรคเรื้อรัง ทำให้ Teladoc จะได้ Data ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยและการรักษาจำนวนมหาศาลที่จะนำมาต่อยอดธุรกิจในทางอื่นๆ ได้อีก โดยราคาหุ้นของ Teladoc ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 139% ในปี 2020 ก่อนที่จะปรับตัวลดลงมา 54% ในปี 2021 ส่วนในปี 2022 นั้นการเติบโตของผู้ใช้งานและแผนธุรกิจอื่นๆ ของบริษัทนั้นน่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สะท้อนมาถึงการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น

ZOOM ผู้คนจะยังประชุมออนไลน์ถึงไม่มีการ Work From Home ?

            ZOOM ก็ถือเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของบริษัทที่เป็นผู้ชนะในธีมปิดเมืองเมื่อปี 2020 และน่าจะเป็นภาพสะท้อนที่เราพบเห็นกันได้อย่างใกล้ตัวที่สุด เนื่องจากก่อนหน้าที่จะมีการแพร่ระบาดของไวรัสเมื่อปี 2020 ผู้คนคงอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับการประชุมแบบออนไลน์ แต่ตัดภาพมาในปัจจุบัน “ZOOM” แทบจะถูกนำมาเรียกใช้แทนคำซึ่งสื่อถึงความหมายในการประชุมในรูปแบบออนไลน์เลยทีเดียว

               ราคาหุ้นของ ZOOM ปรับเพิ่มขึ้นในปี 2020 ถึง 406% ก่อนที่จะปรับตัวลดลงมา 45% ในปี 2021 โดยจำนวนผู้ใช้งานที่เป็นองค์กร (มีผู้ใช้งาน 10 รายขึ้นไป) ของ ZOOM อยู่ที่ราว 82,400 บริษัท ในปี 2019 ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นมาเป็น 470,100 บริษัทในปี 2020 และลดลงมาเหลือ 191,000 บริษัทในปี 2021

               สำหรับแผนของ ZOOM ในอนาคต คือการเน้นไปที่ธุรกิจการขายอุปกรณ์ที่ใช้ในการประชุม เช่น ZOOM Phone หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ช่วยในการประชุมทางไกลแบบครบวงจร นอกจากนี้ ZOOM ยังเปิดให้บริการ Contact Center Service ของตัวเอง หลังจากข้อตกลงการเข้าซื้อกิจการของบริษัท Five9 ที่ทำธุรกิจ Contact Center นั้นไม่สำเร็จ

นอกเหนือไปจาก Teladoc และ ZOOM ที่เป็นตัวอย่างของผู้ชนะในปี 2020 จากธีมปิดเมืองที่ได้กลายมาเป็นผู้แพ้ในปี 2021 แล้ว ก็ยังมีบริษัทอื่น ๆ อีกเช่น Netflix ที่จำนวนผู้ใช้งานไม่สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดเหมือนเช่นในปี 2020 ได้อีก ทั้งยังจะต้องเผชิญกับบรรดาคู่แข่งทั้งบริการ Disney+ หรือ Apple TV+ เข้าไปอีก โดยหนทางที่ Netflix เลือกเดิน คือการปรับขึ้นราคาสมาชิก เพื่อชดเชยกับจำนวนผู้ใช้งานที่ลดลง รวมถึงการมุ่งเน้นการสร้างเนื้อหาภาพยนตร์ที่สามารถดึงดูดผู้ใช้งานให้กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

               โดยสำหรับนักลงทุนที่มีการลงทุนในหุ้นหรือลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนในบริษัทเหล่านี้ ซึ่งกำลังรอบทพิสูจน์ความเป็นจริงถึงการเติบโตของบริษัทโดยที่ไม่ได้มีฐานการคำนวณการเติบโตที่ผิดเพี้ยนเหมือนในปี 2020 และ 2021 ที่ผ่านมา ก็ไม่ต้องรอนาน เพราะเราน่าจะได้เห็นภาพชัดเจนจากการประกาศงบในช่วงไตรมาสแรกของปี 2022 ในช่วงปลายเดือนเมษายนต่อเนื่องถึงต้นเดือนพฤษภาคมที่กำลังจะมีขึ้นนั่นเอง

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News