Home Business เปิด 13 กองทุนเทคโนโลยี อีกทางเลือกโลกยุคหลังโควิด-19

เปิด 13 กองทุนเทคโนโลยี อีกทางเลือกโลกยุคหลังโควิด-19

ตั้งแต่ยุคฟองสบู่ดอทคอมเมื่อ 10 ปีก่อน ธุรกิจกลุ่มเทคโนโลยีล้มหายตายจากไปก็มาก แต่ที่ผงาดขึ้นมาเป็นเมกะเทรนด์ของโลกในยุคนี้กลับแข็งแกร่งขึ้น พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเศรษฐกิจของโลก

ธุรกิจเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกไม่จำกัดเฉพาะในอเมริกา แต่ขยายตัวไปทั่วโลก โดยเฉพาะจากบริษัทเทคโนโลยีจากจีนได้ก้าวขึ้นเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ในยุคโควิด-19 แทนที่ธุรกิจเทคโนโลยีจะสะดุดลงเหมือนธุรกิจอื่น แต่กลับขยายตัวมากยิ่งขึ้น ดังที่  “แจ็ค หม่า” แห่งอาณาจักรอาลีบาบา กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะเร่งกระบวนการดิจิทัลให้เร็วยิ่งขึ้นทั่วโลก

- Advertisement -

จากกระแสเทคโนโลยีทำให้มีเม็ดเงินเข้าไปลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีมากที่สุดในโลก และหากดูจากการลงทุนผ่านกองทุนรวม ที่บรรดาบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) พากันออกกองทุนที่ลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก มีผลตอบแทนพุ่งทะยานในรอบปี

WealthMagik ได้จัดอันดับกองทุนที่ลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีรวม 13 กองทุน ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนย้อนหลังน่าตื่นตะลึง มีผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี มากถึง 20-80% โดยเฉพาะกองทุนที่เริ่มลงทุนตั้งแต่ปีก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีย่อมมีความเสี่ยงเช่นเดียวกับสินทรัพย์ประเภทอื่น โดยเฉพาะเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาเกิดแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ทำให้ดัชนีแนสแด็กปรับตัวลดลงถึงกว่า 10% และนักลงทุนมีความไม่แน่ใจในเรื่องระดับราคาและทิศทางการเติบโตในอนาคต แต่แล้วก็เริ่มกลับฟื้นตัวอีกครั้ง

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด ได้จัดสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “Thriving Technology Sector Despite a Rise of COVID- 19”

เกียรติศักดิ์ ปรีชาอนุสรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนทางเลือก บลจ.กรุงศรี กล่าวในสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “Thriving Technology Sector Despite a Rise of COVID- 19” ว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสามารถทำผลงานได้ดีมาอย่างต่อเนื่อง ถ้าดูจากข้อมูลย้อนหลังของดัชนี S&P 500 ผลตอบแทนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอี-คอมเมิร์ซนั้นมีน้ำหนักถึง 78% ของผลตอบแทนในตลาด S&P 500 ทั้งหมด และเมื่อเทียบอัตราการเติบโต หุ้นเทคโนโลยีมีอัตราเติบโตมากถึง 170% ขณะที่อุตสาหกรรมอื่นๆ มีการเติบโตอยู่ที่ 110% เท่านั้น

ทั้งนี้ การเติบโตของราคาหุ้นเป็นผลมาจากการเติบโตของผลกำไรบนปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ซึ่งแตกต่างจากช่วงวิกฤติฟองสบู่ดอทคอมในปลายยุค 90 ที่เติบโตจากการเก็งกำไรของตลาด

นอกจากนี้ วิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็เป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้หุ้นเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากผู้บริโภคและธุรกิจทั่วโลกต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและวิธีการทำงาน ส่งผลให้หุ้นเทคโนโลยีสามารถสร้างผลกำไรที่เติบโตได้มากถึง 7% เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นที่ล้วนได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19

“แนวโน้มนี้คาดว่าจะยังดำเนินต่อไปท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจที่คาดว่าจะยังได้รับผลกระทบของโควิด-19”

นิค บีครอฟท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจาก T.Rowe Price บริษัทที่บริหารกองทุนหลักของ KF-GTECH กล่าวว่า แม้ในระยะนี้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะมีความผันผวนค่อนข้างมากจากแรงเทขายทำกำไร กฎระเบียบและมาตรการทางกฎหมายต่างๆ ที่กระทบต่อหุ้นเทคโนโลยี ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรม

แต่นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับแนวโน้มในระยะยาวมากกว่า และโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคอุตสาหกรรมการผลิต (Industrialization) เข้าสู่ยุคดิจิทัล (Digitalization) ซึ่งการปรับเปลี่ยนนี้จะกินเวลาอีกยาวนานหลายปี โดยมีบริษัทด้านเทคโนโลยีเป็นผู้นำเทรนด์การเปลี่ยนแปลง หุ้นเทคโนโลยีจึงมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมากในอนาคต

ด้าน เบน ไบ หนึ่งในทีมผู้บริหารจาก BlackRock บริษัทที่บริหารกองทุนหลักของ KFHTECH-A กล่าวว่า ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่กระทบกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของหุ้นกลุ่มนี้มากนัก เนื่องจากเทรนด์การเติบโตของเทคโนโลยีโลกจะยังคงดำเนินต่อไป และจากการที่ประเทศจีนได้มีการทุ่มงบประมาณอย่างมหาศาลในการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ จนแซงหน้าสหรัฐไปแล้ว ทำให้บริษัทด้านเทคโนโลยีของจีนมีโอกาสเติบโตได้มากยิ่งขึ้นในตลาดโลก และการที่เทคโนโลยีจะยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงเชื่อว่ามีโอกาสเติบโตได้อีกมากในระยะยาว

เกียรติศักดิ์ กล่าวเสริมว่า การที่หุ้นเทคโนโลยีมีการปรับฐานลงมาจากก่อนหน้านี้ที่มีการซื้อขายอยู่ที่ P/E ระดับ 30 เท่า มาเหลือที่ประมาณ 25 เท่า หรือลดลงมากว่า 10% เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดมีการปรับฐานเพียง 3 ครั้งเท่านั้น คือในปี 2561, 2562 และครั้งนี้ 2563 จึงถือว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าลงทุนแม้ราคาจะค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับช่วงวิกฤติฟองสบู่ในอดีตที่เคยซื้อขายกันด้วย P/E สูงถึง 80-90 เท่า จึงถือว่าเป็นราคาที่ไม่สูงเกินไปนัก ประกอบกับหุ้นมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแรงรองรับ จึงสามารถกลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็น “เทรนด์” ในโลกยุคหลังโควิด-19 แต่การลงทุนยังต้องมีความระมัดระวัง เพราะเป็นเหมือนการซื้ออนาคต หลังจากราคาวิ่งทะยานขึ้นไปอย่างมากในช่วงโควิด

               

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News