HomeBusinessจาก Growth สู่ Value: ปรับเกมลงทุนยุค Yield สูง

จาก Growth สู่ Value: ปรับเกมลงทุนยุค Yield สูง

แรงกดดันจากราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูงนานขึ้น เราแนะนำปรับพอร์ตจากหุ้นกลุ่มเติบโตสูง (Growth) สู่หุ้นคุณค่าที่มีพื้นฐานดี (Value) ซึ่งได้รับผลกระทบจาก Yield สูงน้อยกว่า พร้อมแรงหนุนจากการเติบโตของกำไรและกระแสเงินสดแข็งแกร่ง

1. Yield สูง กดดัน Growth มากกว่า Value: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุ 10 ปี ปรับขึ้นเหนือ 4.8% สร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่ม Growth เนื่องจากราคาหุ้นมักสะท้อนความคาดหวังต่อกำไรที่จะเติบโตสูงในอนาคต เมื่อ Yield สูงขึ้น อัตราคิดลด (discount rate) กำไรในอนาคตกลับมาเป็นมูลค่าปัจจุบันจะสูงขึ้น ส่งผลให้มูลค่ากำไร ขณะที่หุ้นกลุ่ม Value มักมีผลกำไรและกระแสเงินสดที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน จึงได้รับผลกระทบน้อยกว่า

2. กำไรเติบโตกระจายสู่หลายอุตสาหกรรม หนุนหุ้น Value: การเติบโตของผลประกอบการเริ่มกระจายออกจากหุ้น Growth เช่น กลุ่ม Tech ไปยังกลุ่ม Value เช่น Healthcare, Financials, Industrial และ Energy มากขึ้น โดย Bloomberg Consensus คาดว่า EPS Growth ของ MSCI ACWI Value Index จะขยายตัวจาก 3.85% ในปี 2025 เป็น 25.45% ในปี 2026 นี้

- Advertisement -

3. ลดความเสี่ยงการกระจุกตัวในหุ้น Growth: หุ้น Growth มีการกระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่ค่อนข้างสูง โดยล่าสุด ณ สิ้นเดือน ก.ค. Top 10 ของ MSCI ACWI Growth คิดเป็น 41.88% ของดัชนี ทำให้ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับหุ้นเพียงไม่กี่ตัว การเพิ่มหุ้น Value จะช่วยจายการลงทุนให้พอร์ทมากขึ้นและช่วยลดความเสี่ยงหาก Growth เผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะช่วง Yield สูง   

โดย ณัฐพร ธรวงศ์ธวัช AFPT™ Senior Wealth Manager ธนาคาร ทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News