HomeBusinessประท้วง เมียนมา ไม่ใช่ปัญหา! 18 บจ.ดำเนินธุรกิจตามปกติ

ประท้วง เมียนมา ไม่ใช่ปัญหา! 18 บจ.ดำเนินธุรกิจตามปกติ

18 บจ.ยืนยันเดินหน้าทำธุรกิจใน เมียนมา ตามปกติ หลังกองทัพประกาศรัฐประหาร 2 โบรกฯ ยังจับตาความเสี่ยงธุรกิจโรงไฟฟ้า ‘TTCL-UPA’ ล่าช้า ฝั่ง ‘คาราบาว กรุ๊ป’ ยืนยันส่งออเดอร์เดือน ก.พ.ตามปกติ ยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังวานนี้ (1 ก.พ.64) กองทัพเมียนมาทำการรัฐประหารและประกาศภาวะฉุกเฉินในประเทศเป็นเวลา 1 ปี รวมถึงควบคุมตัว นางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และประธานพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD)

โดยประเด็นดังกล่าวส่งผลให้สหรัฐขู่จะคว่ำบาตรเมียนมา รวมถึงเกิดการชุมนุมตามสถานที่ต่างๆ เช่น การชุมนุมที่ย่างกุ้งประเทศเมียนมา สถานทูตเมียนมาในประเทศไทย สถานทูตเมียนมาในกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ฯลฯ

- Advertisement -

ด้านนักวิเคราะห์ นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า แม้การรัฐประหารในเมียนมาจะส่งผลให้เกิดการชุมนุมตามสถานที่ต่างๆ แต่ประเมินว่าผลประทบต่อเศรษฐกิจไทย และผลกระทบต่อตลาดทุนไทยอย่างมีอย่างจำกัด สะท้อนจากตัวเลขการส่งออกของไทยในปี 2562 พบว่า การส่งออกไปเมียนมามีสัดส่วนเพียง 1.77% เท่านั้น ขณะที่สัดส่วนการลงทุนทางตรง (FDI) อยู่ที่ 0.62% เมื่อเทียบกับการลงทุนทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าประเด็นดังกล่าวส่งผลเชิงลบต่อราคาหุ้นรายตัว โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนที่มีรายได้ เงินลงทุน หรือฐานการผลิตในเมียนมาเกิน 5% อาทิ บมจ.ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บมจ.โอสถสภา (OSP) และ บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ฯลฯ

“แต่เท่าที่เราได้สอบถามยังบริษัทที่มีธุรกิจในเมียนมา ได้รับการแจ้งว่ายังสามารถดำเนินงานได้ปกติไม่มีปัญหา ส่วนกรณีของ BH ที่มีสัดส่วนรายได้จากเมียนมา 7-8% พบว่าเป็นผู้ป่วยต่างชาติที่บินมารักษาตัว ซึ่งได้รับผลกระทบเชิงลบตั้งแต่ช่วงที่เกิดโควิด-19 แล้ว” นายชาญชัย กล่าว

เมื่อพิจารณาตามกลุ่ม คาดว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภคจะได้รับผลกระทบอย่างจำกัด เนื่องจากประชาชนยังต้องกินต้องใช้ตามปกติ เช่น บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) บมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (ILM) หรือ บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) เป็นต้น ขณะที่กลุ่มรับเหมาก่อสร้างเป็นกลุ่มที่ต้องติดตามความคืบหน้าลงทุน เช่น บมจ.ทีทีซีแอล (TTCL) ที่แผนการลงทุนโรงไฟฟ้าอาจล่าช้าออกไป

“โดยภาพรวมคือเราอยากให้นักลงทุนคอยมอร์นอเตอร์สถานการณ์ไปเรื่อยๆ แต่บริษัทที่ดำเนินธุรกิจก็ยืนยันมาแล้วว่ายังสามารถดำเนินการได้ปกติ อีกทั้งส่วนใหญ่รายได้ที่มาจากเมียนมาก็ไม่ได้เยอะ ผลกระทบจึงค่อนข้างจำกัด” นายชาญชัย กล่าว

นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยประเมิยสถานการณ์ในเมียนมาอาจไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทจดเทียนไทย (บจ.) โดยตรง แม้จำนวนบริษัทที่มีการลงทุนในพม่าจะสูงถึง 20 บริษัท แต่บริษัทที่มีสัดส่วนรายได้ในเมียนมาสูงประมาณ 10% กลับมีไม่ถึง 5 บริษัท เช่น PTTEP OSP และ บมจ.เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ (MEGA)

“สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกิดความผันผวนต่อราคาหุ้นแน่นอน แต่คนเมียนมาก็ยังต้องกินต้องใช้ ทำให้เราประเมินว่าพวกธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคและบริโภคน่าจะได้รับผลกระทบจำกัด แม้เราจะประเมินความเสี่ยงขาลงของธุรกิจเหล่านี้ว่ารายได้อาจหายไป 5% จากประมาณการปี 2564 หากมีการปิดด่านต่อเนื่อง 6 เดือน แต่สภาพความเป็นจริงไม่น่าจะถึง” นายสรพล กล่าว

สำหรับบริษัทที่มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในเมียนมา ได้แก่ PTTEP คาดการณ์ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากสัปทานที่บริษัททำกับรัฐบาลเมียนมากินระยะเวลาต่อเนื่องยาวนาน 10 ปี แต่อาจได้รับผลกระทบต่อโครงการโรงไฟฟ้า Gas to Power จำนวน 600 เมกะวัตต์ ที่คาดการณ์ว่าทำร่วมกับ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าของ บมจ.ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย (UPA) ที่เดิมคาดว่าจะเปิดดำเนินการในไตรมาส 3 ในกรณีเลวร้ายที่สุดอาจล่าช้าออกไป

ถัดมา บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) ที่มีการลงทุนในโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอมตะย่างกุ้ง หรือ Yangon Amata Smart & Eco City (YASEC) มูลค่า 120 ล้านบาท คาดว่าจะได้รับผลกระทบจำกัด เนื่องจากเม็ดเงินลงทุนไม่มากนักเมื่อเทียบกับขนาดของบริษัท

“สำหรับการลงทุน เรามองหุ้นพื้นฐานดียังสามารถลงทุน โดยหุ้นที่มีธุรกิจเกี่ยวขเองกับเมียนมาเหล่านี้ปรับตัวลงยกแผงประมาณ 4% เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมาไปแล้ว หรือเรียกว่าสะท้อนปัจจัยลบไปหมดแล้ว” นายสรพล กล่าว

ในส่วนของนักลงทุน นางสาวณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG กล่าวว่า ปัจจุบันเรื่องที่ผู้ลงทุนกังวลที่สุดคือการทำธุรกรรมผ่านสาขาธนาคาร เนื่องจากธนาคารในประเทศเมียนมาต่างพากันปิดสาขาชั่วคราว เนื่องจากกังวลนักลงทุนแห่มาเบิกถอนเงินในช่วงที่เกิดความไม่สงบในประเทศ

อย่างไรก็ดี สำหรับธุรกิจของคาราบาว ผู้ค้ายืนยันว่ายอดสั่งซื้อในเดือน ก.พ.64 ยังเป็นไปตามเดิม และยังไม่มีการยกเลิกออเดอร์แต่อย่างใด อีกทั้งล่าสุดเมียนมาเริ่มเปิดด่านตามแนวชายแดนแล้ว ส่งผลให้รถส่งของสามารถผ่านเข้าออกได้ตามปกติ ส่วนสาขาธนาคารพาณิชย์ได้รับแจ้งจากผู้ค้าล่าสุดว่าจะสามารถกลับมาดำเนินการได้ภายใน 2-3 วัน

“ตอนนี้เรายังประเมินความรุนแรงไม่ถูก ก็ต้องอาศัยสอบถามคนที่เขาอยู่ในพื้นที่ และต้องติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง อย่างตอนแรกเราก็มีกังวลจากที่กองทัพสั่งระงับการสื่อสารผ่านมือถือ แต่ตอนนี้ก็สามารถกลับมาใช้ได้แล้ว” นางสาวณัฐชไม กล่าว

อ่าน : “จุรินทร์” เผย การค้าไทย – เมียนมา หลังยึดอำนาจยังไม่ได้รับผลกระทบ

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News