HomeBusinessBusiness Today Thai Politics 2 กรกฎาคม 2567

Business Today Thai Politics 2 กรกฎาคม 2567



นายกฯ นำ ครม.สวมเสื้อผ้าไหมมัดหมี่ ประชุม ครม. สัญจร โคราช

- Advertisement -

วันนี้ (2 กรกฎาคม 2567) ณ บริเวณด้านหน้าหอประชุมราชภัฏรังสฤษฏ์ มหาวิทยาราชภัฏนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมนิทรรศการ ในโอกาสเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 4/2567 โดยวันนี้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ได้สวมเสื้อผ้าไหมมัดหมี่หางกระรอกประยุกต์สีทอง ผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดนครราชสีมา ร่วมการประชุม ครม. สัญจรในครั้งนี้


นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมนิทรรศการ อาทิ 1) โครงการ “การวิจัยพัฒนาชิ้นส่วนรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนเพื่อรองรับการผลิตเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย” ที่มุ่งเน้นที่จะผลิตชิ้นส่วนรถไฟฟ้าขนส่งโดยใช้ผู้ผลิตในประเทศไทยที่มีพื้นฐานและประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 2) OTOP เมืองย่า ดีเจ่น ดอกเด่ เช่น กลุ่มสตรีและเยาวชนกระเป๋าสานรักอำเภอเสิงสาง ผู้ประกอบการผลิตก้อนเห็ด วิสาหกิจชุมชนแปรรูปข้าวและผลผลิตทางการเกษตรฯลฯ 3) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา 4) สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา ศูนย์ม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติจังหวัดนครราชสีมา 5) กรมทรัพย์สินทางปัญญาและพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา 6) สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมาเสนอเกษตรอินทรีย์ 5 ดี วิถีคนโคราช 7) โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ (ภาคอีสานตอนล่าง) 8) การพัฒนาและถ่ายทอด Appropriate Technology ของจังหวัดนครราชสีมา 9) ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีผลกระทบสูงต่อการพัฒนาพื้นที่ 10) soft power ทุนวัฒนธรรมสร้างสรรค์

ทั้งนี้ นายศักดิ์ชาย บุญญานุสิทธิ์ นายกสมาคมไหมไทย จังหวัดนครราชสีมา ได้มอบผ้าย้อมครามและผ้าขาวม้าผ้าไหม ของอำเภอปักธงชัย ให้แก่นายกรัฐมนตรี ก่อนนายกรัฐมนตรีเดินทางไปศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนคราชสีมา เพื่อเป็นประธานมอบนโยบายการบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดระยะเร่งด่วน



“เศรษฐา” สั่งการใน ครม.เร่งปราบปรามยาเสพติด

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แจ้งข้อสั่งการ/ให้นโยบาย ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้ เรื่อง การปราบปรามยาเสพติด


นายกฯ เน้นย้ำว่า เรื่องการแก้ปัญหายาเสพติดเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนและสำคัญของรัฐบาล ซึ่งท่านได้ประชุมติดตามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสั่งการไปหลายครั้ง เพราะการแพร่ระบาดของยาเสพติดโดยเฉพาะในวัยรุ่นและวัยทำงานเป็นปัญหาที่ทำลายกำลังสำคัญของชาติ โดยนายกฯ ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบ บูรณาการ ระดมความร่วมมือกับตำรวจ สำนักงาน ป.ป.ส. หน่วยงานรัฐต่าง ๆ ภาคประชาชนในพื้นที่

โดยให้ทำการ X-ray ทุกพื้นที่ ด้วยการระดมกำลังตรวจปัสสาวะกลุ่มเสี่ยงทุกคนที่ อายุ 16 ปี ขึ้นไป ในทุกหมู่บ้าน แยกผู้เสพออกมารับการบำบัด และให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม โดย สำนักงาน ป.ป.ส. และ ก.กลาโหม ขยายผลในการจับกุมผู้ขาย เพื่อดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด ถือเป็นการตัด Supply side ออกจากระบบ ให้ กระทรวงสาธารณสุข แยกแยะผู้เสพตามระดับความรุนแรงมาบำบัด รักษา และส่งคืนชุมชน เมื่อมีความพร้อม โดยให้ กระทรวงสาธารณสุข มหาดไทย และ กลาโหม ร่วมกันจัดหาสถานที่บำบัดให้เพียงพอ และให้แน่ใจว่าจะไม่กลับไปเสพยาอีก การส่งตัวคืนชุมชน ต้องฝึกอาชีพ หางานให้ทำและมีรายได้เพียงพอกับการดำรงชีวิต ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และ กระทรวงแรงงาน ต้องเข้ามาช่วย เพื่อไม่ให้กลับไปเป็นผู้เสพอีก ซึ่งจะช่วยตัด Demand side

การป้องกันผู้เสพใหม่ ให้ กระทรวงศึกษาฯ และ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ เร่งหามาตรการที่เหมาะสมในการสอดส่องดูแลอย่าให้ลูกหลานเสพยา และขอให้ทางโรงเรียนร่วมกันในการปลูกฝังค่านิยมคุณค่าใหม่ “เด็กและเยาวชนต้องไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด”

และให้ สำนักงาน ป.ป.ส. เป็นเสนาธิการ ในการกำหนดเป้าหมายและ KPIs ที่ท้าทาย กำหนดมาตรการที่เหมาะสมให้กับจังหวัด พร้อมสนับสนุนการประสานงาน และทรัพยากรที่จำเป็นต่อไปและให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดต้องทำงานคู่กันอย่างใกล้ชิด



นายกฯ ติดตามการขับเคลื่อน MICE CITY โคราช

วันนี้ (2 ก.ค.) ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตำบลโคกกรวด อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ ตรวจติดตามการขับเคลื่อน MICE CITY เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย บุคคลากร นักเรียน และนักศึกษา จากวิทยาลัยนาฏศิลป์นครราชสีมา ให้การต้อนรับ


ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะเยี่ยมชมการดำเนินการโรงละครแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีวงดุริยางค์เครื่องลม จากวิทยาลัยนาฏศิลป์นครราชสีมาบรรเลงเพลง ให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีและคณะรับชมการแสดง Soft Power อีสาน จากนักเรียนวิทยาลัยนาฏศิลป์สาขาวิชานาฏศิลป์พื้นบ้าน พร้อมรับฟังการบรรยาย หัวข้อโคราชเมือง MICE CITY

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งในการเดินทางเยี่ยมเยียนจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้มีการเดินทางมาเป็นครั้งที่ 4 แล้ว จังหวัดนครราชสีมามีศักยภาพสูง และเป็นหนึ่งในจังหวัดหวัดที่มีจำนวน สส. 16 คน ภายใต้การนำของรัฐมนตรีประเสริฐ และรัฐมนตรีสุดาวรรณ ซึ่งเป็นคนโคราช เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ถึง 2 ท่าน

นายกฯ กล่าวต่อไปว่า จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดที่มีความเหมาะสมในการเป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญ โดยรัฐบาลมีนโยบายหลักที่จะผลักดัน พัฒนาโลจิสติกส์เรื่องการอำนวยความสะดวก การเสริมสร้างวัฒนธรรมการกีฬาและการท่องเที่ยว รวมทั้งด้านอาหารและเป็นถึงศูนย์กลางด้านการประชุม ซึ่งการเดินทางระยะทางจากกรุงเทพฯ อาจจะอยู่ไม่ไกล แต่ว่าเราไม่หยุดพัฒนา และพยายามพูดคุยเจรจากับทางกองทัพอากาศ ในเรื่องการแชร์สนามบินให้เครื่องบินพาณิชย์ลงสนามบินทหารได้ เพื่อให้การเดินทางจากทุกภูมิภาคสามารถดำเนินการได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น รวมทั้งจาก International flight ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่จะเป็นศูนย์การทางด้าน International flight สายการบินนานาชาติจำเป็นอย่างยิ่งในการที่จะให้สายการบินสามารถเดินทางบินลงมาที่จังหวัดนครราชสีมา โดยรัฐบาลจะมีการดำเนินการนโยบายในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า Dry Port ที่จะสามารถเดินทางขนส่งได้ถึงสนามบินอู่ตะเภา หรือแม้กระทั่งท่าเรือน้ำลึก และจะดำเนินการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

นายกฯ ย้ำว่า เรื่องของ MICE CITY เป็นเรื่องที่สำคัญ โดยในการเดินทางมาครั้งนี้ได้เห็นศักยภาพของจังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งวัฒนธรรมต่าง ๆ ของชาวโคราช ซึ่งจะสามารถนำไปสู่สายตาของระดับโลกได้ ทั้งนี้ ยังมีเรื่องดี ๆ ของจังหวัดนครราชสีมาอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งการท่องเที่ยวต่าง ๆ เมื่อนำเรื่องทุกอย่างมาประกอบรวมกันแล้ว สิ่งที่สำคัญที่อยากจะนำเสนอคือศูนย์กลางการประชุม

ทั้งนี้ จากการรับฟังการนำเสนอจากเจ้าหน้าที่ได้รับทราบขนาดพื้นที่ จำนวน 40,000 ตารางเมตร ที่จะมีการเตรียมการกันพื้นที่ดังกล่าวในการดำเนินการ ซึ่งรัฐบาลจะเร่งให้ดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ โดยจะมอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ดำเนินการและพิจารณาให้เกิดเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น



“มนพร” ย้ำรัฐมนตรีจัดเวลาตอบกระทู้ถามสดในสภาฯ

มนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ในฐานะคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการประชุมสภาฯสมัยสามัญวันแรกวันที่ 3 ก.ค.ว่า ที่ประชุมสภาฯจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทั้งสิ้น 4 ฉบับ และจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ


โดยร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับเป็นร่างที่ค้างมาหลายปี และสิ่งที่ทางคณะรัฐมนตรีต้องปรับปรุงการทำงานตามที่ สส.ร้องขอมาคือกำชับให้รัฐมนตรีไปตอบกระทู้ในสภาฯ ทั้งกระทู้ถามสด กระทู้ถามทั่วไป ให้ได้ เพราะเรื่องที่สส.ตั้งกระทู้มานั้นเป็นเรื่องของประชาชนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ตนได้ขอความร่วมมือรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงจัดสรรเวลาให้กับการตอบกระทู้

เมื่อถามว่า จากนี้ปัญหารัฐมนตรีไม่ตอบกระทู้จนถูกฝ่ายค้านออกมาโจมตีจะหมดไปหรือไม่ นางมนพร กล่าวว่า เราพยายามขอความร่วมมือและอยู่ที่ความรับผิดชอบของแต่ละกระทรวง และพยายามว่าอย่าลงพื้นที่วันที่มีการตั้งกระทู้ ขอให้ไปตอบคำถามเพราะเวลาที่ใช้จริงๆไม่กี่ชั่วโมง

กรณีฝ่ายค้านอาจยื่นญัติติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล รัฐบาลพร้อมหรือไม่ นางมนพร กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมอยู่แล้ว เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็อยู่ในกฎหมาย หากรัฐบาลบริหารไม่ถูกต้องฝ่ายค้านก็มีสิทธิยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้



จิราพร’ สั่ง สคบ. ตรวจสอบแคมเปญกระหน่ำลดราคา ‘รถยนต์ไฟฟ้าเจ้าดัง’

หลังจากที่ก่อนหน้านี้เกิดกรณีบริษัทจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD ประกาศโปรโมชั่นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น BYD DOLPHIN โดยระบุส่วนลดล่าสุดไว้ถึง 1.4 -1.6 แสนบาท โดยต่อมามีผู้บริโภครายหนึ่งสะท้อนความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ข้างต้น ระบุว่าได้รับผลกระทบทางจิตใจ เนื่องจากตนเองซื้อรถยนต์จากแบรนด์ดังกล่าวมาในช่วงที่ได้รับส่วนลด 40,090 บาท


พร้อมชี้ว่าเป็นการรีบตัดสินใจซื้อเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2567 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของแคมเปญเพราะถูกเซลล์หว่านล้อมโดยอ้างเหตุผลว่าราคาอาจกลับมาที่ราคาเต็ม แต่หลังจากนั้นราคาไม่กลับขึ้นมาที่ราคาเดิมดังที่กล่าวอ้าง แต่กลับลดลงอีก 100,000 บาท พร้อมสิทธิ์พิเศษเป็นของแถมต่างๆ โดยเหตุการณ์ข้างต้นส่งผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรงนั้น

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา มีรายงานว่าผู้จัดจําหน่ายรถยนต์ค่ายเดียวกัน ประกาศลดราคาอีกครั้งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า New BYD ATTO 3 รวมทั้งสิ้นอีก 4 รุ่น โดยให้เหตุผลว่าเพื่อฉลองเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ BYD ครั้งแรกในประเทศไทย ทั้งนี้ รวมส่วนลดได้สูงสุดถึง 340,000 บาท สร้างความไม่พอใจให้ผู้บริโภคที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นดังกล่าวไปก่อนหน้านี้ กระทั่งมีการนัดรวมพลมายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ สคบ.

ล่าสุด นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เข้าตรวจสอบการโฆษณาลดราคาของรถยนต์ไฟฟ้าดังกล่าวว่าได้ปฏิบัติตามมาตรการการคุ้มครองผู้บริโภคด้านการโฆษณาตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวงกำหนดข้อความโฆษณาสินค้าหรือบริการที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม พ.ศ.2564 หรือไม่ พร้อมทั้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่เชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

ทั้งนี้ ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย
หรือไม่ได้รับความธรรมจากผู้ประกอบธุรกิจ สามารถร้องเรียนต่อ สคบ. ได้ที่สายด่วน 1166 เว็บไซต์ www.ocpb.go.th แอปพลิเคชัน OCPB Connect และศูนย์ดำรงธรรมในทุกจังหวัด

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News