รัฐบาลเกาหลีใต้เปิดแผนงบประมาณปี 2570 วงเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 821 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 596.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 12.8% จากปีก่อน โดยมุ่งเร่งลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพื่อรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีโลก
Reuters รายงานวันที่ 1 ก.ย. 2569 ว่า การเพิ่มงบประมาณครั้งนี้ถือเป็น การขยายรายจ่ายภาครัฐเมื่อเทียบรายปีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ และสะท้อนการเปลี่ยนทิศทางนโยบายภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีอี แจ-มยอง จากแนวทางรัดเข็มขัดในช่วงหลายปีก่อน มาสู่นโยบายการคลังเชิงรุกมากขึ้น
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เปิดพื้นที่ให้รัฐบาลใช้จ่ายเพิ่ม คือรายได้จากอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่กำลังเติบโตอย่างมาก โดยบริษัทอย่าง Samsung Electronics และ SK hynix ได้รับประโยชน์จากความต้องการชิปหน่วยความจำ HBM ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับระบบ AI และ Data Center ทั่วโลก
รัฐบาลเกาหลีใต้คาดว่า รายได้ภาษีในปี 2570 จะเพิ่มขึ้น 40.7% สู่ 584.4 ล้านล้านวอน ขณะที่รายได้จากภาษีนิติบุคคลเพียงอย่างเดียวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า แตะ 216.7 ล้านล้านวอน
ทุ่ม 21.3 ล้านล้านวอน สร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับอุตสาหกรรมชิป
หนึ่งในหัวใจของงบประมาณปี 2570 คือการสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยรัฐบาลเตรียมจัดสรรงบเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมชิป 2.6 ล้านล้านวอน
นอกจากนี้ ยังเสนอวงเงินอีก 21.3 ล้านล้านวอน สำหรับพัฒนาระบบน้ำอุตสาหกรรม โครงข่ายไฟฟ้า และระบบโลจิสติกส์ เพื่อรองรับคลัสเตอร์เซมิคอนดักเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีขั้นสูงทั่วประเทศ
การลงทุนดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่การแข่งขันด้าน AI ระหว่างประเทศทวีความรุนแรงขึ้น โดยเกาหลีใต้มีจุดแข็งสำคัญจากการเป็นฐานของ Samsung Electronics และ SK hynix สองผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของโลก
ก่อนหน้านี้ SK hynix ระบุว่า ความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับ AI ยังอยู่ในระดับสูง และคาดว่าภาวะขาดแคลนหน่วยความจำอาจยืดเยื้อไปจนถึงสิ้นปี 2573 ขณะที่บริษัทกำลังขยายการลงทุนทั้งในเกาหลีใต้และสหรัฐฯ
AI Boom ช่วยเพิ่มรายได้รัฐ พร้อมลดสัดส่วนหนี้
แม้รัฐบาลเตรียมเพิ่มรายจ่ายครั้งใหญ่ แต่รายได้ภาษีที่สูงขึ้นจากภาคเซมิคอนดักเตอร์ทำให้รัฐบาลประเมินว่า สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ของเกาหลีใต้จะ ลดลงจากประมาณ 51.6% ในปีนี้ เหลือ 48.3% ในปี 2570
รัฐบาลยังเตรียมลดการออกพันธบัตร โดยยอดขายพันธบัตรรัฐบาลรวมในปีหน้าจะลดลงเหลือ 222.8 ล้านล้านวอน จาก 225.7 ล้านล้านวอนในปีนี้ ส่วนการออกพันธบัตรสุทธิซึ่งสะท้อนหนี้ใหม่จะลดลง 13.1 ล้านล้านวอน เหลือ 96.3 ล้านล้านวอน
ขณะเดียวกัน เงินรายได้ส่วนเกินที่คาดว่าจะมีประมาณ 162.3 ล้านล้านวอน จะไม่ถูกนำไปใช้เป็นรายจ่ายระยะสั้นทั้งหมด แต่ส่วนหนึ่งจะถูกจัดเข้าสู่ “Future Response Fund” เพื่อใช้ลงทุนระยะยาวในด้านเทคโนโลยี การศึกษา เยาวชน และเครื่องยนต์เศรษฐกิจแห่งอนาคต
กองทุนดังกล่าวเตรียมใช้เงินประมาณ 45.4 ล้านล้านวอนในปี 2570 เพื่อสนับสนุนโครงการเหล่านี้ โดยรัฐบาลต้องการเปลี่ยนรายได้ก้อนใหญ่จากวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมชิปให้กลายเป็นการลงทุนที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว
แผนงบประมาณครั้งนี้จึงสะท้อนอีกด้านของกระแส AI Boom ที่ไม่ได้สร้างผลประโยชน์เฉพาะบริษัทเทคโนโลยี แต่กำลังส่งผ่านไปยังรายได้ภาษีของรัฐบาล และถูกนำกลับมาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรม AI และเซมิคอนดักเตอร์อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม งบประมาณปี 2570 ที่รัฐบาลเสนอ ยังต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาเกาหลีใต้ก่อนมีผลบังคับใช้

