HomeBT Newsก.วัฒฯ รวม Big Data ด้านวัฒนธรรม

ก.วัฒฯ รวม Big Data ด้านวัฒนธรรม

“กระทรวงวัฒฯ” เปิดศูนย์ Big Data ด้านวัฒนธรรม หวังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลด้านศิลปะ-วัฒนธรรม เตรียมพร้อมเชื่อมเข้ากับศูนย์ Big Data ของ “กระทรวงดิจิทัลฯ”

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงข่าวเปิดตัว”โครงการศูนย์ข้อมูลด้านวัฒนธรรม(Digital Culture)” โดยรวบรวมข้อมูลทางวัฒนธรรมจำนวนมากโดยบูรณาการร่วมกับ 9 หน่วยงานโดยมีข้อมูลกว่า 300,000 รายการ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงง่ายสะดวกและรวดเร็ว รวมถึงให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระบุว่า สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นโครงการระยะยาวอย่างต่อเนื่องซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ซึ่งในสังคมปัจจุบันสังคมทั่วโลกมีการปรับตัวนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับชีวิตประจำวันของประชาชน ถึงปัจจุบันประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ในแนวหน้าในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาปรับใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาประเทศในทุกๆด้าน ขณะเดียวกันในมุมของภาครัฐเองก็จะเน้นในส่วนของ การนำข้อมูลต่างๆมาปรับใช้ให้เข้ากับประชาชนและส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลจากทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดการพัฒนาและต่อยอดรวมถึงการเรียนรู้วัฒนธรรมต่าง ๆ

“นอกเหนือจากการส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันดีงามการต่อยอดให้เกิดประโยชน์จากวัฒนธรรมต่างๆก็ถือ อีกหนึ่งแผนพัฒนาหลักของกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อที่จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศในอนาคต ซึ่งศูนย์ข้อมูลทางด้านวัฒนธรรมมีการดำเนินงานมาแล้ว 1 ปี โดยได้ทำการรวบรวมข้อมูลต่างๆทางวัฒนธรรม มาอยู่บนแพลตฟอร์มที่เก็บชุดข้อมูลแบบ Big Data เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามาสืบค้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว” นายอิทธิพล คุณปลื้ม กล่าว

- Advertisement -

ขณะเดียวกันการทำศูนย์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่(Big Data) ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็จะมีการรวบรวมข้อมูลในส่วนนี้เพื่อนำไปต่อยอดให้สามารถเข้าถึงข้อมูลทางวัฒนธรรมได้จากทุกแพลตฟอร์ม และเป็นการส่งเสริมตามพระราชบัญญัติการเปิดเผยข้อมูลของภาครัฐ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ โดยกระทรวงวัฒนธรรมจำเป็นที่จะต้องเตรียมความพร้อมในการก้าวไปสู่สังคมดิจิทัล

โดยภายในงานมีการเสวนาเรื่อง “คุณค่าของข้อมูลทางวัฒนธรรมยุคดิจิทัล” โดยมีนายประดิษฐ์ โปซิว ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม , ผศ.ดร.เชฎฐเนติ ศรีสอ้าน คณบดีวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมหาวิทยาลัยรังสิต , ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ นักวิจัยอาวุโสหัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีภาษาธรรมชาติและความหมาย กลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และ นางดาวรัตน์ ชูทรัพย์ นักอักษรศาสตร์เชี่ยวชาญ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร

นายประดิษฐ์ โปซิว ระบุว่า หลังจากรัฐบาลมีการประกาศนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ทางกระทรวงวัฒนธรรมก็ได้มีการต่อยอดในการรวบรวมข้อมูลชุดขนาดใหญ่หรือ Big Data ให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าวและ ต้องการที่จะมุ่งเน้นในการตอบโจทย์ประชาชนในการให้ความรู้ในส่วนของวัฒนธรรมไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากศิลปะในชุมชน , ศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งภายในแพลตฟอร์มดังกล่าวจะมีการรวบรวมข้อมูลต่างๆไว้ในนั้น เช่นที่จังหวัดอยุธยามีอะไรบ้าง มีอาหารและวัฒนธรรมเป็นอย่างไร ซึ่งประชาชนสามารถใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวในการจองพื้นที่ ภายใต้การดูแลของกระทรวงวัฒนธรรมได้ผ่านข้อความดังกล่าว และข้อมูลดังกล่าวจะสามารถนำไปใช้อ้างอิงในการศึกษาและการทำงานวิจัยได้ โดยปัจจุบันมีการนำเข้าข้อมูลไปแล้วกว่า 300,000 รายการ แต่ยังมีข้อมูลบางส่วนที่ยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้เนื่องจากยังคงอยู่ในระบบอนาล็อกและจำเป็นต้องใช้การแปลงข้อมูลไปสู่ระบบดิจิตอล

ซึ่งหากประชาชนต้องการที่จะนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ และข้อคิดเห็น รวมถึงปัญหาที่พบในคอมของกระทรวงวัฒนธรรมก็สามารถที่จะรายงานเรื่องดังกล่าวเข้ามาสู่ระบบได้โดยภายในแพลตฟอร์มจะมีแชทบอทในการนำข้อมูลต่างๆมาวิเคราะห์และปรับแก้ไข

ผศ.ดร.เชฎฐเนติ ศรีสอ้าน ระบุว่า ข้อมูลที่มีประโยชน์ต่าง ๆ ในปัจจุบันบางส่วนยังคงอยู่บนกระดาษ ดังนั้นหากสามารถที่จะนำข้อมูลเหล่านั้นมาสู่ระบบดิจิทัลก็จะสามารถทำให้นำข้อมูลเหล่านี้มาต่อยอดและวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเมื่อรวมกันเป็น Big Data แล้วสิ่งที่จะทำให้เกิดประโยชน์ในอนาคตคือการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้นเพื่อนำมาใช้งาน โดยการนำข้อมูลต่างๆเหล่านี้มาสู่ระบบดิจิตอลและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงข้อมูลได้ก็จะสามารถสร้างให้เกิดวัฒนธรรมใหม่ๆและการต่อยอดในอดีตอย่างในประเทศญี่ปุ่นก็มีการนำ “หมีคุมะมง” มาเป็นตัวแทนของจังหวัดคุมาโมโต้ ซึ่งมีตัวนี้เป็นหมีในตำนานที่ในอดีตไม่มีใครเคยเห็นด้วยซ้ำ แต่ด้วยข้อมูลที่อยู่ในระบบดิจิตอลแบบนี้ก็จะสามารถทำให้เกิดการต่อยอดได้แบบในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี

ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ ระบุว่า สายๆอาจเข้าใจว่าเรื่องของวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากโลกที่เท่าแต่ความจริงแล้วหากมีการนำข้อมูลขึ้นสู่ระบบดิจิตอลก็จะสามารถทำให้เกิดการต่อยอดและนำไปใช้จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสำหรับนโยบายปัจจุบันที่มีการส่งเสริมการทำศูนย์ Big Data ก็จะส่งผลทำให้เกิดผลดีต่อนักพัฒนาที่จะนำข้อมูลในส่วนนี้เขามาใช้จริงให้เกิดประโยชน์ได้

นางดาวรัตน์ ชูทรัพย์ ระบุว่า การมีส่วนข้อมูลของกระทรวงวัฒนธรรมแบบนี้ เกิดจากประสบการณ์การใช้งานในการสืบค้นข้อมูลที่ยุ่งยากในอดีต ซึ่งปัจจุบันหลายหน่วยงานเริ่มมีการเชื่อมโยงข้อมูลไว้ด้วยกันแล้วและการมีศูนย์ข้อมูลทางวัฒนธรรมแบบนี้ก็จะทำให้เกิด เป็นแรงจูงใจให้กับประชาชนในการสืบค้นข้อมูลและเรียนรู้เรื่องราวต่างๆทางวัฒนธรรมได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งภายในแพลตฟอร์มดังกล่าวมีการนำ เอาสถานที่ทางประวัติศาสตร์เข้ามาอยู่ในระบบดิจิตอลทำให้นักเรียนนักศึกษาและประชาชนทั่วไปสามารถสัมผัสสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ผ่านระบบดิจิทัลได้

สำหรับโครงการศูนย์ข้อมูลทางด้านวัฒนธรรม ประชาชนสามารถใช้งานได้ที่ Digital.m-culture.go.th ซึ่งภายในเว็บไซต์ดังกล่าวจะประกอบด้วยข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ ด้านคุณธรรม ด้านศาสนา และด้านศิลปะวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังได้มีการจัดทำระบบต่างๆเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และนำไปต่อยอด อาทิ

  1. ระบบการสร้างองค์ความรู้ วีดีทัศน์ ภาพ งานวิจัยและบทความ สำหรับประชาชนผู้สนใจและประชาชนทั่วไป ซึ่งหากสมัครสมาชิกเว็บไซต์ดังกล่าวๆก็จะสามารถสร้างและแก้ไของค์ความรู้รวมถึงงานวิจัยและบทความในด้านวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ให้กับประชาชนสามารถค้นคว้าและหาความรู้เพิ่มเติมได้
  2. ระบบการสืบค้นข้อมูล(Search) ซึ่งให้บริการกับประชาชนทั่วไปผู้สนใจโดยสามารถกำหนดคำสำคัญ (Key Word) ที่ใช้ในการสืบค้นข้อมูลได้ด้วยตนเองและสามารถ นำข้อมูลไปต่อยอดจากการค้นหาได้
Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News