HomeBT News"AIS-ไมเนอร์"จับมือ IBM พัฒนาระบบการศึกษา สร้างคนไอทีเพิ่ม

“AIS-ไมเนอร์”จับมือ IBM พัฒนาระบบการศึกษา สร้างคนไอทีเพิ่ม

“AIS”-“ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลฯ” จับมือ IBM เข้าร่วมโครงการ P-Tech หลักสูตรอาชีวะสร้างคนไอที ด้วยประสบการณ์และกรณีศึกษาจากโลกธุรกิจจริง เริ่มปี 63

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือ AIS และ นางปัทมาวลัย รัตนพล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมบริการ ร้านอาหาร และไลฟ์สไตล์รายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้ร่วมกันแถลงข่าวการเข้าร่วมโครงการโมเดลการศึกษา P-Tech (Pathways in technology Early College High School) ของ IBM โดยการร่วมมือของทั้ง 3 บริษัทและกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาและลดการขาดแคลนบุคลากรทางด้านเทคโนโลยี (IT)และ STEM (วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี , วิศวกรรม และคณิตศาสตร์) พร้อมเปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาได้สัมผัสกับ “ตำแหน่งงานที่ไม่จำเป็นต้องมีปริญญา” ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและการบริการ

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS ระบุว่า บริษัทมองเห็นถึงความท้าทายทางด้านทรัพยากรบุคคล ที่จะเป็นโอกาสในการสร้างความแตกต่างในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีผลกระทบต่อองค์กร ความร่วมมือกันครั้งนี้จะช่วยสร้างบุคลากรมืออาชีพที่เป็นกำลังสำคัญและเป็นที่ต้องการของประเทศทั้งในวันนี้และอนาคต นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะมีการเปิดโอกาสให้เข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ผ่านกรณีศึกษา รวมถึงความรู้ในมุมอุตสาหกรรมจากโลกธุรกิจจริงที่เปิดโอกาสให้นักเรียนไทยนำไปพัฒนาทักษะต่างๆของตนเองในสายอาชีพที่พวกเขาเรียน

- Advertisement -

นางปัทมาวลัย รัตนพล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ของไมเนอร์ ระบุว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้ดำเนินการเพื่อช่วยพัฒนาทักษะและความสามารถที่จำเป็นสำหรับการทำงานในกลุ่มเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโครงการดังกล่าวก็เป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าที่สำคัญที่บริษัทพยายามจะนำองค์ความรู้และทักษะใหม่ๆไปพัฒนาให้กับเยาวชนซึ่งกำลังศึกษาในสาขาที่เป็นที่ต้องการ

สำหรับโครงการ P-Tech เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2554 และขยายไปมากกว่า 19 ประเทศและคาดว่าจะมีการนำไปใช้ในโรงเรียนมากกว่า 200 แห่งทั่วโลกภายในปี 2562 โดยมีพันธมิตรจากบริษัทต่างๆกว่า 650 บริษัทในอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยี รวมถึงโครงการนี้เปิดรับสถาบันการศึกษาและองค์กรธุรกิจจากทุกภาคส่วนในประเทศไทยที่ต้องการจะเข้าร่วมโครงการ

โดยเป็นโครงการสำหรับเด็กอายุ 9-14 ปีซึ่งจะเข้ามาศึกษาในหลักสูตรที่สร้างโดย IBM เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนนักศึกษาร่วมกับสถาบันทางด้านเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างทักษะทางด้านการทำงานซึ่งเป็นที่ต้องการในศตวรรษที่ 21 อาทิ การวิเคราะห์ข้อมูล , การบริหารการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมาก , การออกแบบความคิด , การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่น รวมถึงการมีภาวะผู้นำ โดยโครงการนี้ เป็นโครงการที่สร้างจากสิ่งที่เป็นที่ต้องการของภาคเอกชนที่จะมองหาแรงงานทางด้านเทคโนโลยีและบัณฑิตจบใหม่ที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี

หนึ่งในกลไกของโครงการดังกล่าวคือการร่วมมือกันระหว่างบริษัทเอกชนทางด้านเทคโนโลยี ในการให้คำปรึกษา , การศึกษาดูงาน , และการฝึกงานแบบมีอัตราค่าตอบแทน รวมถึงจะมีโอกาส ในการเข้าร่วมทำงานกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่มีส่วนร่วม โดยโครงการนี้ในประเทศไทยจะเริ่มใช้จริงในปีการศึกษา 2563 ในรูปแบบการเรียนการสอน 5 ปีโดยเน้นในสายอาชีวศึกษาเป็นหลัก ซึ่งนักเรียนที่จบหลักสูตรจะได้รับประกาศนียบัตรขั้นสูงตามสาขาที่เรียน

ด้านคุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล ของ AIS ระบุว่า การร่วมมือกันครั้งนี้ของบริษัทเอกชนและภาครัฐเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศไทยให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น เนื่องจากบริษัทมีความเชื่อว่าเอกชนเพียงรายเดียวหรือภาครัฐเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถที่จะผลักดันความสามารถทางด้านเทคโนโลยีให้ไปไกลมากขึ้นและเร็วยิ่งกว่าเดิมได้

ดังนั้นจึงต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างหลายองค์กรเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาบุคลากรทางด้านเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สิ่งหนึ่งที่ AIS พยายามที่จะทำร่วมกับเอกชนรายอื่นคือการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้จากสถานที่จริงโดยการเปิดโอกาสให้นักเรียนและนักศึกษาเข้าไปศึกษาและดูงานทางด้านเทคโนโลยีเนื่องจาก AIS เป็นผู้ให้บริการทางด้านเทคโนโลยีรายใหญ่รายหนึ่งของประเทศ ขณะเดียวกันการปรับแนวคิดก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกันเพราะองค์กรต่างๆในภูมิภาคเอเชียจะมีวัฒนธรรม การบริหารจากส่วนบนสุดขององค์กรไปสู่ส่วนล่างสุดขององค์กร แต่ปัจจุบันแนวคิดดังกล่าวไม่สามารถที่จะนำมาใช้ได้อีกต่อไป จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดของผู้บริหารและบุคลากรที่จะเข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมดังกล่าวด้วย

ขณะที่ภายในงานมีการนำนักเรียนที่จะเข้าร่วมโครงการดังกล่าวขึ้นมาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับประสบการณ์ รวมถึงความความฝันของเด็กนักเรียนเหล่านี้ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และเทคโนโลยี-นวัตกรรม ซึ่งพวกเขาต้องการการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงและการทำงานจริง ซึ่งโครงการ P-Tech จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาบุคลากรทางด้านเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

สำหรับประเทศไทยความสนใจในอาชีพสาย STEM(วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี , วิศวกรรม และคณิตศาสตร์) ลดลงเหลืออยู่ที่ประมาณร้อยละ 20 แล้วมีนักศึกษาเพียงร้อยละ 32 ที่จบในสายอาชีพดังกล่าว สวนทางกับการคาดการณ์การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลเอาโดยรวมที่คาดว่าจะสูงถึงร้อยละ 25 ของ GDP ไทยภายในปี 2570

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News