HomeBT NewsDisruptive Technology พลิกโลก เปลี่ยนเกมธุรกิจ ล้มเจ้าตลาดเดิม

Disruptive Technology พลิกโลก เปลี่ยนเกมธุรกิจ ล้มเจ้าตลาดเดิม

จะเห็นได้ชัดเจนว่า “ผู้เล่น” ดั้งเดิมที่อยู่ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ กำลังถูกแทนที่ด้วย “ผู้เล่นกลุ่มใหม่” บนกติกาการแข่งขันแบบใหม่ที่อาศัยศักยภาพของการเป็นแพลตฟอร์ม มาสร้างความได้เปรียบในสนาม e-Commerce บริการโรงแรมและขนส่ง ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปี บริษัทเหล่านี้เข้ายึดครองพื้นที่ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกเคยครอบครองมาก่อนในฐานะบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุด

-เปิดใจรับเทคโนโลยี-ปรับตัวอย่างมีขั้นตอน เพิ่มโอกาสอุตสาหกรรมฝ่า Disruption
-‘ไอบีเอ็ม ประเทศไทย’ ตั้งเป้าผลักดันไทยเป็นฮับอินโดไชน่า

จากการสัมมนาวิชาการเรื่อง “เศรษฐกิจไทยยุค Disruptive Technology พลิกความปั่นป่วน เป็นโอกาส” พบว่า 4 ภาคธุรกิจที่น่าห่วงในยุคนี้ คือ อุตสาหกรรมสื่อ ค้าปลีก บริการโรงแรม และบริการขนส่งผู้โดยสารทางบก โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมกับ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เสนอข้อมูลทางวิชาการและข้อเสนอแนะไว้น่าสนใจหลายประเด็น

- Advertisement -

ธุรกิจในรูปแบบแพลตฟอร์มมีความได้เปรียบจากธุรกิจดั้งเดิม 4 ด้าน คือ

1.มีประสิทธิภาพที่เกิดจากเทคโนโลยีทางด้านการเก็บข้อมูล
2.การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
3.มีขนาดของธุรกิจและตลาดขนาดใหญ่รองรับ
4.กติกาการแข่งขันที่แตกต่างจากธุรกิจดั้งเดิม

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวในงานสัมมนาว่า แพลตฟอร์มไม่ได้ขายสินค้าหรือบริการทั่วไป แต่ขายบริการ “การจับคู่” และลูกค้ามีหลายกลุ่ม

“ตัวเราเอง ข้อมูลของตัวเราก็คือสินค้า เพื่อใช้หาคู่กับอีกคน เช่น แพลตฟอร์มขายสินค้า เขาก็จับคู่เรากับสินค้า แพลตฟอร์มหาคู่ เขาก็จับเรากับอีกคนหนึ่ง แพลตฟอร์มมักมีขนาดใหญ่ และแต่ละแพลตฟอร์มจะแข่งกันที่ความคล่องตัว เช่น การตั้งราคา ราคาอาจจะต่ำกว่าต้นทุน หรือให้ส่วนลด และส่งฟรี”

ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างที่ธุรกิจแพลตฟอร์มเข้ามา Disruption ในธุรกิจ “แท็กซี่ โรงแรม และธนาคาร”

Uber ป่วนแท็กซี่: ตลาดแท็กซี่ในลอนดอนเป็นตลาดที่มีการแข่งขันไม่มาก จะขับแท็กซี่สีดำได้จะต้องรู้จักถนนทั้งหมด 6 หมื่นสายทั่วลอนดอน รู้เส้นทางลัด การสอบแท็กซี่ในลอนดอนเฉลี่ยต้องใช้มากถึง 12 ครั้งถึงจะสอบผ่าน ยากกว่าสอบเข้าแพทย์ในประเทศไทย แต่สิ่งที่แท็กซี่ฝึกฝนมาอย่างดีมูลค่ากลับหายไปเมื่อเกิด Uber ที่สามารถดูสถานที่ต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชันได้ วิ่งไปในเส้นทางที่เหมาะสมได้โดยใช้ระบบนำทาง

หรืออย่างในนิวยอร์ก มีการปล่อยแท็กซี่ออกมาในตลาดปีหนึ่งไม่กี่หมื่นคัน และไม่เพียงพอต่อความต้องการ ใบอนุญาตจะมีราคาสูงขึ้นตามความต้องการ สูงที่สุดในปี 2556 มีราคาสูงถึง 1.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 40 ล้านบาท แต่การมาของอูเบอร์ทำให้ใบอนุญาตราคาแท็กซี่ตกลง และแพร่หลายทั่วไปทำให้มีปริมาณรถเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี ประเทศอังกฤษมีการประท้วง Uber ตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งศาลของอังกฤษเพิ่งตัดสินไปเมื่อไม่นานมานี้ว่า Uber ไม่รักษาความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารอย่างเพียงพอและถ้าไม่จัดการจะถูกเพิกถอนใบอนุญาต

Airbnb ป่วนโรงแรม: ธุรกิจโรงแรมที่พักทำราคาสูงมากไม่ได้ เพราะต้องต่อสู้กับนักท่องเที่ยวจีนที่มีกำลังต่อรองสูง และอีกส่วนหนึ่งคือการเกิดบริการห้องพักที่ไม่ใช่โรงแรมอย่าง Airbnb ที่มีห้องพักอยู่หลักล้านห้องทั่วโลก และเป็นห้องพักที่ราคาถูกมากบนแพลตฟอร์ม Airbnb เจ้าของนำห้องพักตัวเองมาปล่อยเช่า อย่างห้องพักริมแม่น้ำเจ้าพระยาราคา 1,500 บาทเท่านั้น

Transferwise ป่วนธนาคาร: เวลาโอนเงินไปต่างประเทศจะมีต้นทุนในการโอนเงินสูงมาก ทั้งธนาคารฝั่งของเราและฝั่งของคนรับ และยังได้อัตราการแลกเปลี่ยนที่ไม่ค่อยดีอีกด้วย แต่การเกิดขึ้นของบริการ Fintech เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้ต้นทุนในการโอนเงินถูกลงไปมาก อย่างบริการของ Transferwise เข้ามา Disrupt การโอนเงินระหว่างประเทศ และให้บริการ 59 ประเทศทั่วโลก

Transferwise ใช้วิธีหักลบกลบกัน เช่น คนที่ต้องการโอนเงินจากสหรัฐมาประเทศไทย หรือคนไทยที่ต้องการโอนเงินไปสหรัฐ ระบบจะนำยอดของทั้งสองประเทศมารวมกันและดูว่าจะต้องโอนเท่าไร ซึ่งยอดการโอนจะเหลือแค่นิดเดียว เป็นการจับคู่หลายฝ่ายเข้าไป ทำให้การโอนเงินจริงจะเหลือน้อยลง ทำให้ต้นทุนถูกลงมาก

และแพลตฟอร์ม e-Commerce อย่าง Grab หรือ SEA กำลังขอใบอนุญาตทำธุรกิจธนาคารในสิงคโปร์ และคงจะเข้ามาทำในประเทศไทยในไม่ช้า

Disruptive Technology พลิกโลก เปลี่ยนเกมธุรกิจ ล้มเจ้าตลาดเดิม

ไทยพาณิชย์ ชิงปรับตัวก่อนถูก Disrupt:

เมื่อปี 2561 ธนาคารไทยพาณิชย์เคยประกาศข่าวใหญ่ว่าจะปรับลดพนักงาน 1.2 หมื่นตำแหน่ง จากที่มีอยู่ 2.7 หมื่นตำแหน่ง และลดจำนวนสาขาให้เหลือเพียง 400 สาขา ทั้งที่ในขณะนั้นมีรายรับปีละ 1.7 แสนล้านบาท มีกำไร 4.3 หมื่นล้านบาท/ปี จากนั้นธนาคารอื่นๆ ต่างปรับตัวตามไปในทางเดียวกัน ทำให้เกิด Online Banking

ความสามารถในการแข่งขันในยุคนี้จึงเป็นเรื่องของความรวดเร็ว บริษัทใหญ่ๆ ตั้งบริษัทลูกและนำเทคโนโลยีเข้ามา เช่น ไทยพาณิชย์ตั้งบริษัทลูก SCB 10X เพื่อสร้างนวัตกรรมให้เร็วขึ้น 10 เท่า ใช้เทคโนโลยีสร้างธุรกิจใหม่ ลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและให้อิสระกับทีมงาน ทำให้คนมีความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

ปรับสายบังคับบัญชา 10-15 ชั้น สู่ Agile Team ทำทีมให้เล็กและมีความคล่องตัว ยึดห้องส่วนตัวผู้บริหารให้มานั่งโต๊ะเดียวกันทั้งหมด เพื่อตัดสินเรื่องใหญ่ๆ ให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

Disruption ในระดับประเทศ:

ประเทศไทยต้องทำ Transformation เพื่อให้อยู่รอดได้ โจทย์ของประเทศและของบริษัทมีสิ่งที่เหมือนกันและแตกต่างกัน แต่ในระดับประเทศนั้นยากกว่า เพราะไม่ได้อยู่ที่เศรษฐกิจอย่างเดียว แต่อยู่ที่กระบวนการทางการเมืองด้วย ซึ่งถ้า Transform ไม่สำเร็จ ประเทศไทยจะตกอยู่ในประเทศที่มีระดับการพัฒนาต่ำ

รัฐบาลต้องเข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจให้เกิดประสิทธิภาพ แสวงหาธุรกิจใหม่ๆ พัฒนาทักษะคนทำงานใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ปรับกฎกติกา และสร้างพื้นที่หรือสนามทดลองอย่าง Sandbox เพื่อประเมินความเสี่ยง

ประเทศไทยติดอยู่ในระดับการพัฒนาต่ำ เช่น รถแท็กซี่ที่ยังไม่ได้รับบริการที่ดีพอ ยังมีการปฏิเสธผู้โดยสาร ประชาชนอยากเห็นแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชันที่มีคุณภาพดี พาผู้โดยสารไปได้อย่างปลอดภัย ไม่มีการล่วงละเมิดทางเพศหรือปัญหาการลักขโมย แต่ในขณะเดียวกันเมื่อมีบริการใหม่ๆ อย่าง GrabCar ขึ้นมาแท็กซี่ก็จะประท้วง และก็ยังผิดกฎหมายอยู่

แต่ถ้ามองอีกด้านหนึ่ง 25 ปีที่แล้ว แท็กซี่ที่วิ่งในระยะทาง 17 กิโลเมตร และรถติด 10 นาที จะได้ค่าโดยสาร 100 บาท ปัจจุบันค่าโดยสารถูกปรับขึ้นมาเป็น 150 บาท ในขณะที่ค่าครองชีพเพิ่มไปถึง 203 บาท

ธุรกิจสื่อ (เฉพาะบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์) เคยมีกำไรถึงปีละ 1 หมื่นล้านบาท แต่ว่าหลังจากปี 2556 เป็นต้นมา กำไรลดลงเรื่อยๆ จนขาดทุน นิตยสารปิดตัว มีการคืนช่องทีวีดิจิทัล เป็นภาคธุรกิจที่ถูก Disrupt อย่างรุนแรง หายไปกับการโฆษณาในออนไลน์ ซื้อตรงกับ Google และ Facebook ที่เป็นบริษัทต่างประเทศ ส่งผลให้มูลค่าของธุรกิจสื่อในประเทศหายไปปีละ 1 หมื่นล้านบาท

สร้างงานใหม่ในเศรษฐกิจ 3C ป้องกัน Disruption:

Transformation ใหญ่ของประเทศไทย คือต้องปรับธุรกิจไทยให้เข้ามาใช้เทคโนโลยีที่เป็น Disruptive Technology นำความคิดสร้างสรรค์เข้ามาเพิ่มมูลค่า ในขณะเดียวกันต้องสร้างงานใหม่ขึ้นมาจำนวนมาก อย่างน้อย 1.5 ล้านตำแหน่ง โดยจะอยู่ในสาขาใหม่ 3 สาขา

1.Craft Economy หรือเศรษฐกิจประณีต คืองานที่ไม่สามารถทดแทนได้ด้วยเครื่องจักร ทั้งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม อาจจะเป็นการทำเกษตรอินทรีย์ เกษตรที่มีความประณีตสูง เหมือนประเทศญี่ปุ่น ที่มีเมลอนราคาลูกละ 3 หมื่นบาท องุ่นกิโลกรัมละเกือบ 2,000 บาท

2.Creative Economy หรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อาจจะเป็นการสร้างภาพยนตร์ในธุรกิจสื่อ เข้ามารับการพลิกผันของเทคโนโลยี

3.Care Economy หรือธุรกิจใส่ใจ ซึ่งประเทศไทยมีจุดแข็งหลายอย่าง โดยเฉพาะในด้าน Healthcare

บทสรุป:

การพัฒนาของโลกที่ผ่านมาหากดูย้อนไปก็จะเห็นว่ามีความคล้ายคลึงกัน ถ้าดูตามประวัติศาสตร์เศรษฐกิจแบบทุนนิยมจะพบว่ามีสิ่งใหม่เกิดขึ้นและมาทำลายของเก่าตลอดเวลา และคาดการณ์ว่า Disruption จะเดินหน้าอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่การปรับตัวของคน สังคม ภาครัฐ ภาคการศึกษา จะตามไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง

ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่ถูกเก็บจากเซ็นเซอร์ หรืออุปกรณ์ IoT ข้อมูลเหล่านี้ถูกมาวิเคราะห์โดย AI หรือ Machine Learning และถูกนำไปใช้ในเกือบทุกอุตสาหกรรม ทำให้เกิดการ Disruption ในหลายอุตสาหกรรมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

แต่สุดท้ายแล้วของใหม่นั้นทำให้โลกยังหมุนต่อและพัฒนาต่อไป

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News