HomeBT Newsโควิด-19 ฉุดกำไรโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ไตรมาสแรกร่วง 29.2%

โควิด-19 ฉุดกำไรโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ไตรมาสแรกร่วง 29.2%

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2563 มีกำไรสุทธิ 765 ล้านบาท ลดลง 29.2% เป็นผลมาจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และมาตรการปิดเมือง ส่งผลให้รายได้ผู้ป่วยต่างชาติลดลง 16.4%

บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ณ สิ้นไตรมาส 1/2563 บริษัทฯมีกำไรสุทธิจำนวน 765 ล้านบาท ลดลง 29.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักเกิดจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 รวมถึงการปิดเมืองในประเทศไทยและการห้ามเดินทางในทุกประเทศทั่วโลก

ขณะที่รายได้ในช่วงไตรมาส 1/2563 อยู่ที่ 4,179 ล้านบาท ลดลง 11.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการโรงพยาบาลมีจำนวน 4,090 ล้านบาท ลดลง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลักเป็นผลจากการลดลงของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยชาวไทยและกลุ่มผู้ป่วยชาวต่างประเทศ 2.5% และ 16.4% ตามลำดับ เป็นผลให้รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยชาวไทยคิดเป็นสัดส่วน 34.7% จากทั้ง หมด ในขณะที่รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างประเทศคิดเป็น 65.3% ในไตรมาส 1/2563

- Advertisement -

ในไตรมาส 1/2563 บริษัทมีต้นทุนกิจการโรงพยาบาล (รวมค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่าย) จำนวน 2,297 ล้านบาท ลดลง 7.9% จาก 2,495 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2562 โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากค่าธรรมเนียมแพทย์ที่ลดลง 160 ล้านบาท และต้นทุนสินค้าที่ลดลง 28 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามการลดลงของรายได้จากกิจการโรงพยาบาล เป็นผลให้สัดส่วนของต้นทุนกิจการโรงพยาบาลต่อรายได้จากกิจการโรงพยาบาลเป็น 56.2% ในไตรมาส 1/2563 เทียบกับอัตรา 53.7% ในไตรมาส 1/ 2562

ด้าน ค่าใช้จ่ายในการขาย (รวมค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่าย) จำนวน 94 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2563 ลดลง 18.2% จาก 115 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2562 โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ลดลง 25 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหาร (รวมค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่าย) จำนวน 819 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2563 เพิ่มขึ้น 7.1% จาก 765 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2562 เป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาซอฟท์แวร์เพิ่มขึ้น จำนวน 34 ล้านบาทโดยส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาซอฟท์แวร์ TrakCare และบริการสนับสนุนด้าน IT และค่าที่ปรึกษาเพิ่มขึ้นจำนวน 21 ล้านบาท

ส่วน กำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของบริษัทลดลง 23.6% เป็น 1,238 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2563 จาก 1,621 ล้านบาทในไตรมาส 1/2562 และอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Margin) คิดเป็น 29.9% ในไตรมาส 1/2563 เทียบกับ 34.5% ในไตรมาส 1 ปี 2562

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการนำมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 16 สัญญาเช่ามาถือปฏิบัติ ณ วันที่ 1 มกราคม 2563 และการเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องของค่าใช้จ่ายในการลงทุนส่งผลให้ค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่ายในไตรมาส 1/2563 เพิ่มขึ้น เป็น 311 ล้านบาท จาก 298 ล้านบาทในไตรมาส 1/2562 บริษัทมีภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน 166 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2563 ลดลงจาก 242 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2562 โดยหลักเป็นผลมาจากการลดลงของกำไรทางภาษี

บริษัทมีกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 1.03 บาท ในไตรมาส 1/2563 เทียบกับ 1.48 บาท ในไตรมาส 1/2562 บริษัทมีกำไรต่อหุ้นแบบปรับลด 0.88 บาท ในไตรมาส 1/2563 เทียบกับ 1.25 บาท ในไตรมาส 1/2562

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 บริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียน 13,401 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 11,736 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสดและสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นจำนวน 1,297 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากเงินสดจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น จำนวน 843 ล้านบาทและการจัดประเภทของรายการสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่นเป็นสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นจำนวน 666 ล้านบาท

ลูกหนี้การค้า ณ 31 มีนาคม 2563 เพิ่มขึ้น เป็น 3,008 ล้านบาท จาก 2,742 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 จำนวนวันเก็บหนี้เฉลี่ย ณ 31 มีนาคม 2563 เป็น 69.1 วัน เทียบกับ 56.7 วัน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 เป็นผลมาจากรายได้และระยะเวลาในการเก็บหนี้ของกลุ่มลูกค้าตะวันออกกลาง

สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลงเป็น 13,840 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 จาก 14,445 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 โดยส่วนใหญ่มาจากการจัดประเภทของรายการสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่นเป็นสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นจำนวน 666 ล้านบาท หักกลบกับการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์สิทธิการใช้จำนวน 81 ล้านบาทจากการนำมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 16 สัญญาเช่า มาถือปฏิบัติ ณ วันที่ 1 มกราคม 2563 โดยการรับรู้ผลกระทบสะสมและไม่ปรับย้อนหลังงบการเงินปีก่อนที่แสดงเปรียบเทียบ

บริษัทมีหนีสิ้นหมุนเวียน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 จำนวน 2,831 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2,639 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่ายที่เพิ่มขึ้นจำนวน 158 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากกำไรจากการดำเนินงานทางภาษีในไตรมาส 1 ปี 2563

บริษัทมีหนีสิ้นไม่หมุนเวียน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 จำนวน 3,360 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 3,277 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 เป็นผลมาจากหนีสิ้นตามสัญญาเช่า – สุทธิจากส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี จำนวน 50 ล้านบาทจากผลกระทบของมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 16 สัญญาเช่าตามที่กล่าวข้างต้น

อัตราความสามารถในการชำระดอกเบี้ยของบริษัทเป็น 38.2 เท่า ในไตรมาส 1/2563 เทียบกับ 51.6 เท่า ในไตรมาส 1/2562 เป็นผลจากลดลงของกำไรก่อนการหักดอกเบี้ยภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 21,050 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 จาก 20,265 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 โดยส่วนใหญ่มาจากกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2563 จำนวน 765 ล้านบาท

อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์เฉลี่ย (Average ROA) ในไตรมาส 1/2563 เป็นร้อยละ 11.5 เทียบกับร้อยละ 14.7 ในปี 2562 อัตรา ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (Average ROE) เป็นร้อยละ 14.8 ในไตรมาส 1/2563 เทียบกับร้อยละ 19.2 ในปี 2562

ในไตรมาส 1/2563 บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 843 ล้านบาท เทียบกับ 1,663 ล้านบาทในไตรมาส 1/2562 การลดลงนี้เกิดจากการลดลงของกำไรจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนีสิ้นดำเนินงานจำนวน 389 ล้านบาท และการเพิ่มขึ้น ของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นจำนวน 365 ล้านบาท

บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนจำนวน 1,398 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2563 เทียบกับจำนวน 2,294 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2562 การเปลี่ยนแปลงเป็นผลมาจากการลดลงของเงินลงทุนในตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนดจำนวน 1,867 ล้านบาท หักกลบกับเงินฝากธนาคารประเภทเงินฝากประจำที่เพิ่มขึ้นจำนวน 1,076 ล้านบาท

บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 24 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2563 เทียบกับจำนวน 16 ล้านบาท ในไตรมาส 1/ 2562 การเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการจ่ายคืนหนีสิ้นตามสัญญาเช่าจำนวน 8 ล้านบาท จากผลกระทบของมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 16 สัญญาเช่าตามที่กล่าวข้างต้น ตามที่กล่าวมานี้เป็นผลให้บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 เป็น 1,501 ล้านบาท เทียบกับ 1,874 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News