HomeBT Newsเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อ่อนค่า จับตาทดสอบแนวต้าน 33.90 บาทต่อดอลล์

เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อ่อนค่า จับตาทดสอบแนวต้าน 33.90 บาทต่อดอลล์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย ได้ประเมินแนวโน้มค่าเงินบาทประจำวันที่ 29 มี.ค.65 โดยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.79 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 33.77 บาทต่อดอลลาร์ โดยมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.65-33.90 บาท/ดอลลาร์

แม้ว่าบรรยากาศในตลาดการเงินโดยรวมจะอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยงได้ แต่โดยรวมการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์กลับมีความผันผวนพอสมควร โดยปัจจัยหนุนบรรยากาศในตลาดการเงิน นั้นมาจากความหวังการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครน หลังจากที่ยูเครนแสดงท่าทีพร้อมยอมรับเงื่อนไขสถานะเป็นกลางของประเทศ

ขณะที่ปัจจัยกดดันตลาดการเงินนั้นมาจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในจีนที่ยังมีความรุนแรงอยู่และทำให้ล่าสุดทางการจีนประกาศ Lockdown เซียงไฮ้ ซึ่งภาพดังกล่าวได้สร้างความกังวลต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งอาจกระทบภาพรวมเศรษฐกิจโลก และยังทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงหนัก (ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ย่อตัวลงจากระดับ 114 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สู่ระดับ 108ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) จากแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานจากจีนที่ลดลง หากเศรษฐกิจชะลอตัว

- Advertisement -

สำหรับวันนี้ ตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด อาทิ John Williams และ Patrick Harker เพื่อวิเคราะห์มุมมองของเฟดต่อทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ และนโยบายการเงินเฟด หลังบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดต่างออกมาสนับสนุนการเร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อจัดการปัญหาเงินเฟ้อในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างมองว่า มีโอกาสมากกว่า 70% (จาก CME FedWatch Tool) ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยราว 0.5% ในการประชุมเดือนพฤษภาคมและเดือนมิถุนายน

นอกจากนี้ สถานการณ์สงครามและการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ล่าสุดมีแนวโน้มว่าทั้งสองฝ่ายจะกลับมาเดินหน้าเจรจากันอีกครั้ง ซึ่งหากการเจรจามีความคืบหน้ามากขึ้นก็อาจช่วยลดความร้อนแรงของสถานการณ์และช่วยให้ผู้เล่นในตลาดกล้าที่จะเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้นได้

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท มองว่า เงินบาทยังคงผันผวนในกรอบกว้าง โดยระหว่างวันมีโอกาสที่จะเห็นเงินบาทอ่อนค่า ไปทดสอบแนวต้านใหม่ในโซน 33.90 บาทต่อดอลลาร์ได้ ท่ามกลางแรงกดดันจากปัญหาสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในจีนที่อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว นอกจากนี้ การอ่อนค่าหนักของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ก็อาจหนุนให้ยังคงมีโฟลว์ธุรกรรมซื้อเงินเยนญี่ปุ่นในช่วงปิดปีงบประมาณของทางบริษัทญี่ปุ่น ซึ่งอาจเป็นอีกแรงกดดันในฝั่งอ่อนค่าต่อเงินบาท

ทั้งนี้ เรามองว่า หากนักลงทุนต่างชาติไม่ได้เทขายสินทรัพย์ไทยหนัก เงินบาทก็จะไม่ได้อ่อนค่าไปมากนัก ซึ่งล่าสุด นักลงทุนต่างชาติได้ทยอยกลับเข้ามาซื้อสุทธิหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันแรงขายบอนด์ระยะสั้นของนักลงทุนต่างชาติก็มีไม่มากนัก แต่ยังคงมีแรงขายบอนด์ระยะยาวจากนักลงทุนต่างชาติอยู่ สอดคล้องกับภาพการปรับลดการถือครองบอนด์ในตลาด EM เพื่อลดแรงกดดันจากการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ ซึ่งเราคาดว่า หากบอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ทำจุดสูงสุดในปีนี้ในช่วงการประชุมเฟดเดือนพฤษภาคมได้ แรงกดดันต่อบอนด์ระยะยาวก็จะเริ่มลดลง และอาจทำให้นักลงทุนต่างชาติทยอยกลับเข้ามาซื้อบอนด์ระยะยาวของไทยมากขึ้นได้เช่นกัน

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News