HomeBT Newsวิกฤตเศรษกิจ: จุดเริ่มต้นและจุดจบของ Bitcoin?

วิกฤตเศรษกิจ: จุดเริ่มต้นและจุดจบของ Bitcoin?

สองสัปดาห์ที่ผ่านมาคงไม่น่าพิสมัยนักสำหรับนักลงทุน เพราะทั้งตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ หรือแม้แต่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี่ต่างปรับตัวลงมาอย่างรุนแรง จนหลายฝ่ายหวาดหวั่นว่าเรากำลังเข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหม่หรือไม่

กำเนิดมาจากเถ้าถ่าน

วิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งล่าสุดคงจะหนีไม่พ้นเหตุการณ์วิกฤตซับไพร์ม ธนาคารกลางยังได้ออกนโยบายต่าง ที่เป็นการบิดเบือนกลไกตลาดอย่างเช่นการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย (Federal Funds Rate) และการทำ Quantitative Easing (QE)

- Advertisement -

หลายคนเห็นว่าการแก้ปัญหาเช่นนี้นั้นเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ สาเหตุที่แท้จริงที่มาจากความโลภและความหละหลวมในนโยบายการควบคุมดูแลทางการเงินไม่เคยได้รับการแก้ไข นาย Satoshi Nakamoto ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่เห็นปัญหานั้น

เขาจึงทำการสร้างเงินคริปโตเคอร์เรนซี่สกุลแรกของโลกขึ้นมาที่เรารู้จักกันดีในนามBitcoin เมื่อปี 2008  นับตั้งแต่การถือกำเนิดของBitcoinสภาวะเศรษฐกิจโลกก็กลับมาฟื้นตัว และเข้าสู่ตลาดกระทิงยาวนานต่อเนื่องถึงเกือบ 12 ปี โดยระหว่างนั้นBitcoinก็เติบโตอย่างก้าวกระโดดท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่สดใส

แต่จนมาถึงในวันนี้ วันที่โลกกำลังจะถลำลงไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหม่Bitcoinจะสามารถพิสูจน์ตัวเองและยืนหยัดต่อสู้กับสิ่งที่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้รับมือได้หรือไม่?

วิกฤตเศรษฐกิจ บททดสอบสำคัญของ Bitcoin

Bitcoinนั้นมีอายุเพียงแค่ 11 ปี ซึ่งถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่ใหม่มาก เมื่อเทียบกับทองคำ หรือแม้แต่ตลาดหุ้นที่ถือกำเนิดมานานกว่า 400 ปีแล้ว แม้จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา แต่ Bitcoin นั้นยังไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ในหลาย ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความรวดเร็วในการทำธุรกรรมเมื่อมีผู้ใช้ที่มากขึ้น

อย่างเมื่อตอนปลายปี 2017 ที่ค่าธรรมเนียมเคยพุ่งขึ้นสูงถึง 50 ดอลลาร์ต่อการทำธุรกรรมหนึ่งครั้ง หรือไม่ว่าจะเป็นการที่มันยังไม่เคยผ่านการทดสอบจากวิกฤตทางเศรษฐกิจโลกมาก่อน ราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของ Bitcoin ในช่วงที่ผ่านมานั้นอาจมีผลมาจากอาณิสงค์ของสภาวะตลาดหุ้นที่คึกคักและสดใส ทำให้ผู้คนกล้าที่จะลองเสี่ยงลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างเช่นเงินดิจิทัล

แต่ถ้าหากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งใหม่ขึ้นในปีนี้Bitcoinอาจไม่ใช่สินทรัพย์ปลอดภัย หรือ Safe Haven Asset อย่างที่นักลงทุนหลายคนคาด เพราะBitcoinยังคงต้องการเวลาในการพิสูจน์ตัวเอง ไม่เพียงแต่ต่อนักลงทุนที่เข้าใจในตัวมันเป็นอย่างดี แต่ต่อประชาชนและนักลงทุนทั่วไปที่ต้องเข้าใจถึงคุณสมบัติอันแสนพิเศษของมัน จนทำให้พวกเขาเลือกที่จะหันมาหาBitcoinเมื่อรู้สึกว่าสินทรัพย์เงินทองของเขานั้นกำลังตกอยู่ในอันตราย และไม่มองว่าBitcoin เป็นเครื่องมือที่ถูกใช้ในการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว

ตลาดตอนนี้ถือเป็นช่วงเวลาดีที่เราจะได้เฝ้ามองดูBitcoinถูกทดสอบ หากมันสามารถแสดงความแข็งแกร่งในขณะที่ตลาดทุนอื่น กลับล้มลง นั่นอาจกลายเป็นเชื้อเพลิงให้Bitcoinทะยานไปข้างหน้าอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน หรือราคาของมันอาจร่วงลงไปพร้อม กับตลาดโลก และส่งผลให้ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี่กลับเข้าสู่สภาวะตลาดหมีไปอีกอย่างน้อยสองปี แต่ด้วยการออกแบบและคุณสมบัติที่ไม่เหมือนใครของมัน จะทำให้ Bitcoin สามารถกลับมาเพื่อพิสูจน์ตัวเองได้อีกครั้งในอนาคตอย่างแน่นอน

ผู้เขียน : วรุตม์ วนิชยาโกศล บรรณาธิการ Supercryptonews

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง : Bitazza ขอนำสินทรัพย์ดิจิทัลใกล้ชีวิตคนไทย

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News