HomeBT NewsBusiness Today Thai Politics 28 ธันวาคม 2566 / ภาคเช้า

Business Today Thai Politics 28 ธันวาคม 2566 / ภาคเช้า



นายกฯ โพสต์ทวิตหารือนายกฯมาเลเซีย หารือความร่วมมือสองประเทศ

เมื่อวันที่ (27ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เศรษฐา ทวีสินนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังทวิตข้อความผ่านXว่า เมื่อค่ำวานนี้ ได้รับประทานอาหารกับ ดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย (Dato’ Seri Anwar Ibrahim, Prime Minister of Malaysia) ในโอกาสที่ท่านเยือนไทยแบบส่วนตัวที่ จ.ภูเก็ต

- Advertisement -


บรรยากาศในการพูดคุยระหว่างรับประทานอาหารเป็นไปอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเองมาก เชื่อมั่นว่ารัฐบาลนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น และขยายความร่วมมือต่าง ๆ เพื่อประโยชน์กับประเทศ และประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ของเรา



“เศรษฐา” เผยโยก “พีระพันธุ์” คุมยุติธรรม แค่ปรับการทำงาน

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงคำสั่งนายกรัฐมนตรีเรื่องการแบ่งงานใหม่โดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรม จากเดิมนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล มาให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน กำกับดูแลแทน ว่า อย่าไปคิดมาก เพราะพิจารณาตามทักษะความรู้ความสามารถ เป็นการปรับให้ตรงจุดมากกว่า


ม้นายพีระพันธุ์ ไม่ใช่พรรคเพื่อไทยแต่รัฐบาลไม่ได้ยึดติดว่าใครอยู่พรรคไหนแล้วต้องอยู่ตรงนั้นเสมอไป เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กำกับดูแล สะท้อนให้เห็นการทำงานหลายภาคส่วน หลายพรรคทำงานร่วมกันได้
กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงคำสั่งแบ่งงาน เกี่ยวข้องกับกรณีสมศักดิ์ ออกมาชี้แจงเรื่องระเบียบกรมราชทัณฑ์ใหม่ เรื่องขังนอกเรือนจำหรือไม่นั้นว่า ไม่มีเรื่องนี้แน่นอน และไม่เกี่ยวกัน



“สมศักดิ์” บอกดีใจ โดนโยกคุมสาธารณสุข แทนยุติธรรม

สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงคำสั่งนายกรัฐมนตรีเรื่องแบ่งงานใหม่ โดยให้ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม แทน เกี่ยวข้องกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือไม่ว่า ไม่รู้ ไม่มี และเมื่อก่อนเหมือนกล่าวหาตนว่าไปทำระเบียบราชทัณฑ์ใหม่เอื้ออะไรต่างๆ ตอนนี้เมื่อไม่ได้คุมแล้วก็ชัดเจนว่าไม่ได้เอื้อ จึงไม่มีอะไรน่าสงสัยอีกแล้ว


เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้เหตุผลในการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ต้องให้เหตุผลเพราะเป็นอำนาจนายกฯ อยู่แล้ว เปลี่ยนแปลงได้ตลอด

เมื่อถามว่า เกิดความสงสัยหรือไม่ เพราะเคยเป็นอดีต รมว.ยุติธรรม และเป็นรองนายกฯ และเคยกำกับกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่อยากถาม เราเป็นนักการเมืองต้องพร้อมที่จะทำงาน ที่ผ่านมาตนก็เคยทำงานในกระทรวงสาธารณสุข ทั้งรมว.สาธารณสุข และรมช.สาธารณสุข ถือว่ามีงานที่หนาแน่นกว่ากระทรวงยุติธรรมหลายเท่าตัว ถ้าไปถามจะถูกหาว่าเราอยากทำงานเบา

เมื่อถามว่า สาเหตุที่ถูกย้าย เพราะแสดงความเห็นเกี่ยวกับนายทักษิณมากเกินไปหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้สงสัยอะไร ที่ผ่านมาก็ว่าไปตามระเบียบกฎเกณฑ์ เพื่อให้สังคมเกิดความเข้าใจ ก็มีแต่คนพูดว่าดีแล้วที่ทำให้สังคมเข้าใจ

เมื่อถามว่า น้อยใจหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ดีใจ

เมื่อถามว่า รู้สึกโล่งใจที่ไม่ต้องรับเผือกร้อนหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีเผือกร้อนอะไรเลย ทำงานมาตั้งหลายสมัย ทุกอย่างมีทางออก มีคำตอบของเขาอยู่แล้วอย่าไปซีเรียส อย่าซีเรียสแทนตนเลย สบายๆ



“พรหมมินทร์” ชี้ศูนย์กลางบริหารรัฐบาลอยู่ที่ทำเนียบฯไม่ใช่ที่อื่น

นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนทางการเมือง ภายใน 4 ปีนี้จะเห็นน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาเป็นตัวจริงในตำแหน่งรัฐบาลหรือไม่ ว่า ขณะนี้น.ส.แพทองธาร เป็นแคนดิเดต
นายกฯ และเพื่อให้เห็นว่ายังมีบทบาทอยู่ รัฐบาลก็เห็นความสำคัญ แต่แน่นอนที่สุด นายกฯ คือ นายเศรษฐา ทวีสิน ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนนายกฯ อะไร


เมื่อถามว่า ปีหน้าจะเห็นนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาช่วยแนะนำรัฐบาลเกี่ยวกับการบริหารงานประเทศหรือไม่ นพ.พรหมมินทร์ กล่าวว่า ถ้าท่านเป็นคนสำคัญที่ยังมีความคิด ความเห็นที่ทันโลกและเปลี่ยนแปลง ความคิดเห็นทุกทาง ไม่ใช่เฉพาะนายทักษิณเท่านั้น จากทุกทางที่เป็นประโยชน์กับโลก กับประเทศไทย รัฐบาลรับฟังทั้งสิ้น ทุกวันนี้ก็รับฟังตลอด นายกฯ ได้ยินอะไรมา แม้กระทั่งเสียงประชาชน ที่บ่นแป๊บเดียว 3 คำ มันสะท้อนอะไร ก็เอามาสั่งการ นายกฯ เศรษฐาเป็นคนรับฟังความคิดเห็นของใครก็ได้

เมื่อถามว่า แสดงว่าปีหน้าจะมีนายกฯ 2 คน มาช่วยกันบริหารประเทศ นพ.พรหมมินทร์ ย้อนถามสื่อมวลชนกลับ ว่า สองคนไหน
เมื่อถามว่า ทักษิณ กับเศรษฐา นพ.พรหมมินทร์ กล่าวว่า ตนไม่ได้พูดเลยนะ ตนพูดชัดเจนว่า มีนายกฯคนเดียว ความคิดเห็นที่ดีมีรับฟังมาทั้งหมด ไม่ตกหลุมคุณหรอก

เมื่อถามว่า ถ้านายทักษิณออกจากการคุมขังแล้ว ศูนย์กลางอำนาจยังอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ นพ.พรหมมินทร์ กล่าวว่า ไม่เคยออกไปจากที่ไหนเลย อยู่ที่นายกฯ ชื่อ เศรษฐา เป็นการสั่งการต่างๆ ที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นข้อที่เป็นการสั่งการ ที่เป็นกรอบของกฎหมาย



“รัดเกล้า” เผยเส้นทางมอเตอร์เวย์ – ทางด่วนฟรี ของขวัญปีใหม่จาก รัฐบาล

รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้มอบของขวัญปีใหม่ ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พ.ศ. 2567 โดยได้เตรียมมาตรการและโครงการต่างๆ เพื่อมอบให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่ต้องเดินทางสัญจร เพื่อกลับภูมิลำเนาและการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว 4 วัน


รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวอย่างมีความสุข สะดวก ปลอดภัย กระทรวงคมนาคมได้เตรียมของขวัญปีใหม่ภายใต้แนวคิด “Gifts : คมนาคมส่งความสุข 2567” ที่ส่งมอบความสุขด้วยการเปิดให้ใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ทางด่วน และรถไฟฟ้าฟรี อาทิ มอเตอร์เวย์ หมายเลข 7 (กรุงเทพฯ-บ้านฉาง) และหมายเลข 9 ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ (ถนนกาญจนาภิเษก) ตอนบางปะอิน-บางพลี และตอนพระประแดง-บางแค ช่วงพระประแดง-ต่างระดับบางขุนเทียน รวมทั้งเปิดให้บริการฟรีบนทางพิเศษ (ทางด่วน) บูรพาวิถี และกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) และทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) ศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) และอุดรรัถยา (บางปะอิน-ปากเกร็ด) รวม 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2566 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 3 มกราคม 2567 เวลา 24.00 น. และเปิดให้บริการฟรีมอเตอร์เวย์ หมายเลข 6 ช่วงปากช่อง-ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา และเปิดให้ทดลองวิ่งมอเตอร์เวย์ หมายเลข 81 ช่วงด่านฯ นครปฐมฝั่งตะวันตก-ด่านฯ กาญจนบุรี ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2566 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป

มอเตอร์เวย์ หมายเลข 6 ช่วงปากช่อง-ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ระยะทาง 77 กิโลเมตร ซึ่งเปิดให้บริการฟรี จนกว่าการก่อสร้างช่วงบางปะอิน-ปากช่องจะเสร็จสมบูรณ์ และกำหนดเก็บค่าผ่านทางในปี 2568 มีทางเข้า-ออกทั้งหมด 4 จุดสำคัญ แต่ตลอดเส้นทางยังไม่มีสถานีบริการน้ำมัน จึงขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางสัญจรให้ดี เนื่องจากไม่มีสถานีบริการน้ำมัน และห้องน้ำให้เข้าตลอดระยะทาง และยังมีข้อห้ามหยุดรถ เพื่อถ่ายภาพเซลฟี่เป็นที่ระลึก และห้ามจอดรถบนไหล่ทางโดยพลการอีกด้วย หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ 2,000 บาท

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News