HomeBT News"เงินบาท"ยังแข็งต่อ แม้ลดดอกเบี้ย ก็อาจไม่ช่วยให้อ่อนลง

“เงินบาท”ยังแข็งต่อ แม้ลดดอกเบี้ย ก็อาจไม่ช่วยให้อ่อนลง

ธนาคารกสิกรไทย คาดการณ์ว่า เงินบาทยังมีทิศทางแข็งค่าต่อ  จากปัจจัยกดดันเรื่องสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น  ทำให้นักลงทุนต่างชาติเลือกเข้าถือ “เงินบาท” เนื่องจากผันผวนน้อยกว่าสกุลเงินของประเทศในตลาดเกิดใหม่อื่นๆ

โดย “ธนาคารกสิกรไทย” ได้ปรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเฉลี่ยในปีนี้จาก 31.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ  เป็น 30.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ  เนื่องจากเงินบาทมีทิศทางแข็งค่าต่อเนื่อง  โดยประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด  จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ลงอีก 2 ครั้ง  ส่งผลให้มีเงินในสภาพคล่องเพิ่มขึ้น  ทำให้มีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (ฟันด์โฟลว์)ไหลเข้าไทย  โดยเงินบาท จนถึงวันที่ 27 ส.ค. แข็งค่าขึ้น 5.4%

เปิดสาเหตุฟันด์โฟลว์ทำไมไหลเข้าไทย

ดร.กอบสิทธิ์ ศิลปชัย

ดร.กอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย  ระบุว่า  สาเหตุมีฟันด์โฟล์วไหลมาพักที่ไทย  เพราะนักลงทุนต่างชาติมองว่า “เงินบาท” ไทยมีความผันผวนน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่  เนื่องจากดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลสูง  เงินเฟ้อต่ำ  เงินสำรองระหว่างประเทศต่ำ

- Advertisement -

ทำให้นักลงทุนต่างชาติใช้ประเทศไทยเป็นที่พักเงิน  โดยในช่วงเดือนที่เหลือของปีนี้ เชื่อว่า เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (ฟันด์โฟวล์) ยังไหลเข้าตลาดทุนไทยต่อเนื่อง โดยไหลเข้าตลาดตราสารหนี้เป็นหลัก

แม้ กนง. ลดดอกเบี้ยอีก อาจไม่ช่วยให้บาทอ่อนลง

ดร.กอบสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่น่าจับตามองหลังจากนี้  คือการบริหารจัดการ “นโยบายการเงิน” ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยมองว่า ธปท.ต้องพิจาณราอย่างรอบคอบในการใช้นโยบายด้านดอกเบี้ย  เนื่องจากเชื่อว่าแม้จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย  ก็อาจจะไม่ช่วยทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง

เนื่องจากการถือครองตราสารหนี้ไทยของนักลงทุนต่างชาติปัจจุบันพบว่า  มีการเข้าถือครองตราสารหนี้ระยะยาวมากถึง 876,000 ล้านบาท  ในขณะนี้การถือครองตราสารหนี้ระยะสั้นลดลงเหลือ 70,000 ล้านบาท  หลังจาก ธปท. ใช้มาตรการปรับเกณฑ์ยอดคงค้างของบัญชี NRBS และ NRBA จากเดิม 300 ล้านบาท เป็น 200 ล้านบาทต่อ NR ต่อแระเภทบัญชี  ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา

ดังนั้นหาก กนง. มีการพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยลง อาจส่งผลให้ในทางตรงกันข้ามเป็นการกระตุ้นในเกิดการเข้าถือตราสารหนี้ระยาวมากขึ้น  และไม่ช่วยทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงตามทฤษฎี  ขณะเดียวกันหาก ธปท. ใช้นโยบายแทรกแซงค่าเงินบาท  ก็อาจสุ่มเสี่ยงส่งผลให้สหรัฐฯ ประกาศให้ไทยเป็นประเทศที่บิดเบือนค่าเงิน  ดังนั้นประเมินว่า ธปท. จะต้องพิจารณาให้ดีในการใช้เครื่องมือทางการเงินเข้ามาควบคุมค่าเงินบาท

ดร.กอบสิทธิ์ กล่าวว่า “โอกาสที่ค่าเงินบาทจะหลุด 30.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในสิ้นปีนี้ก็มีเช่นกัน เพราะเราไม่สามารถเดาได้ว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯจะทวิตอะไรออกมาอีก  แต่การกดดันเรื่องดอกเบี้ยเฟดจากประธานาธิบดีฯ ส่งอาจผลให้เฟดมีโอกาสลดลดเบี้ยลงอีก2ครั้งในปีนี้ สภาพคล่องในระบบก็มีมากขึ้น เงินก็ไหลเข้าไทยมากขึ้นเช่นกัน แบงก์ชาติชาติต้องจับจังหวะนี้”

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News