HomeBT Newsเฟซบุ๊ก 2020 สร้าง ‘มูลค่า’​ สูงสุดจากแพลตฟอร์ม

เฟซบุ๊ก 2020 สร้าง ‘มูลค่า’​ สูงสุดจากแพลตฟอร์ม

อาจกล่าวได้ว่า Facebook ได้สร้างความเท่าเทียมให้กับทุกคนและทุกธุรกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ให้สามารถมีตัวตนออนไลน์ หน้าร้านออนไลน์ ที่มีสังคมและลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากมาย เพราะคนไทยใช้งาน Facebook มากกว่า 41 ล้านคน/วัน

สิ่งที่สำคัญสำหรับ Facebook คือ ทำอย่างไรที่จะช่วยให้คนไทย ธุรกิจไทย และสังคมไทย สามารถใช้ Facebook ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างสร้างสรรค์ นั่นคือพันธกิจของ จอห์น แวกเนอร์ ผู้อำนวยการบริหาร Facebook ประเทศไทย

จอห์น กล่าวกับ Business Today ว่า ทิศทางการทำธุรกิจในประเทศไทยในปีนี้ คือการสานต่อพันธกิจของเฟซบุ๊ก ที่ต้องการช่วยให้ธุรกิจทุกขนาดในประเทศไทยสามารถใช้สินค้าและบริการของเฟซบุ๊กในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้คนไทยปัจเจกชนมีความรู้เท่าทันดิจิทัล

- Advertisement -

Facebook สร้างความเท่าเทียมให้กับธุรกิจทุกขนาดในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ ทุกธุรกิจ ทุกขนาด สามารถใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการของ Facebook ในฐานะเครื่องมือทางการตลาดบนโลกออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน

พันธกิจแรก คือ Facebook จะช่วยเสริมสร้างการเติบโตธุรกิจทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ผ่านแพลตฟอร์มของ Facebook ด้วยโซลูชันต่างๆ จากแอปในเครือของ Facebook ทั้งหมด

“เรามีทีมที่จะดูแลลูกค้าองค์กรโดยตรงไม่ว่าจะขนนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ทีมงานเราจะช่วยให้เขามีทักษะการใช้งานแพลตฟอร์มและเครื่องมือต่างๆ ของ Facebook ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต สิ่งนี้เราจะเน้นมากขึ้นในปีนี้”​

พันธกิจต่อมา คือ สร้างเสริมทักษะเชิงดิจิทัลเพื่อลดช่องว่างด้านทักษะเชิงดิจิทัลของธุรกิจ ซึ่ง Facebook ได้จัดเวิร์กช็อปเพื่อให้ความรู้แก่ธุรกิจขนาดเล็กและผู้ขายผ่านออนไลน์มาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยสอนให้พวกเขาใช้เครื่องมือเชิงธุรกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างบทบาทธุรกิจของพวกเขาบนโลกออนไลน์บน Facebook และ Instagram

โครงการที่สำคัญของ Facebook ประเทศไทยที่เริ่มดำเนินการในปีที่ผ่านมา และจะเดินหน้าทำต่อในปีนี้ คือ โครงการ Boost with Facebook ซึ่งเป็นความร่วมมือกับมูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย ในการฝึกอบรมชุมชนและบุคคลทั่วไปเรียนการใช้ Facebook ให้เกิดประโยชน์

ปีที่ผ่านมาได้ฝึกอบรมผู้คนกว่า 2,500 คน ทั่วประเทศไทย ครอบคลุมกลุ่มคนจากชุมชนที่มีความหลากหลาย เช่น ชุมชนเพศทางเลือก ชุมชนผู้พิการ และชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล

นอกจากนี้ ยังริเริ่มโครงการ “Instagram Academy” ฝึกอบรมนำร่องเพื่อการใช้งาน Instagram ในการทำธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปี และกลุ่มมิลเลนเนียลชาวไทยจำนวนราว 250 คน เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา

พันธกิจที่ 3 คือ สร้างความรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital Literacy) ซึ่งจอห์นกล่าวว่า Facebook มีความมุ่งมั่นที่จะขยายการดำเนินงานโครงการที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าชุมชนและผู้โฆษณาบนแพลตฟอร์ม Facebook จะมีประสบการณ์บนโลกออนไลน์เชิงบวกและปลอดภัย

อาทิ โครงการ We Think Digital Thailand ถูกออกแบบขึ้นเพื่อเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นให้แก่ชาวไทยเพื่อให้พวกเขาปลอดภัยบนโลกออนไลน์ ซึ่งรวมถึงการสังเกตพฤติกรรมที่น่าสงสัย วิธีการรักษาข้อมูลส่วนตัวของพวกเขาให้ปลอดภัย และการมีส่วนร่วมบนพื้นที่ดิจิทัลอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์

พันธกิจสุดท้าย คือ สร้างผลกระทบเชิงบวกเพื่อสังคม จอห์น กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของ Facebook คือ การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้คนเชื่อมต่อกันได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น และมอบพลังให้กับพวกเขาในการสร้างชุมชน จอห์นเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่ Facebook ต้องการทำ คือ การสร้างความรู้เท่าทันการใช้งานใช้ชีวิตบนโลกดิจิทัลให้กับคนไทย

“เราต้องการที่จะสร้างคุณค่าให้กับแต่ละแอปของเรา ให้ความสำคัญกับการมอบคุณค่าให้กับผู้คนผ่านชุมชนและการเชื่อมต่อ และสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือการใช้งานกลุ่ม (Groups) ในประเทศไทย มีการใช้งานกลุ่มทั้งหมดบน Facebook มากกว่า 1 ล้านกลุ่ม”

ช่วยอ่านหน่อยนะ ชุมชนที่มีสมาชิกอาสาสมัครและผู้มีความบกพร่องทางสายตากว่า 18,000 คน จากการใช้งานฟีเจอร์ที่เปลี่ยนข้อความเป็นเสียงพูดบนโทรศัพท์ทำให้ผู้มีความบกพร่องทางสายตาสามารถ “อ่าน”  เนื้อหาที่ช่วยให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายยิ่งขึ้น

“เมื่อปีที่ผ่านมา เรายังได้ทำงานร่วมกับชุมชน “Read for the Blind” ชุมชนที่มีสมาชิกกว่า 180,000 คน เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาด้วยการอ่านหนังสือและบทความผ่านแอพพลิเคชั่น โดยร่วมมือกับบริษัทพัฒนาบ็อตในการสร้างแช็ตบ็อตบน Messenger ให้กับชุมชนดังกล่าว เพื่อเฟ้นหาและให้ข้อมูลกับอาสาสมัครที่สนใจ”

นอกจากพันธกิจที่จอห์นมุ่งมั่นจะสานต่อบทบาทของ Facebook ในไทยแล้ว จอห์นยังเสริมว่า Facebook จะใช้แพลตฟอร์มและบริการต่างๆ ของ Facebook เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและการเติบโตได้ท่ามกลางเทรนด์ดิจิทัลที่เป็นไปในปีนี้

จอห์น กล่าวว่า เทรนด์ในปีนี้ เทรนด์แรก คือ การตลาดแบบสร้างความร่วมมือของธุรกิจและแบรนด์ (Collaborative Marketing) ซึ่ง Faecbook จะนำเสนอ Collaborative Ads หรือโฆษณาร่วมจะช่วยนำเสนอวิธีใหม่ๆ ให้แบรนด์และบรรดาผู้ค้าปลีกได้ทำงานร่วมกันอย่างง่ายดายและปลอดภัยเพื่อสร้างยอดขายที่มากขึ้น

รูปแบบของการโฆษณาร่วมนั้นสร้างขึ้นเพื่อให้แบรนด์สามารถดึงดูดลูกค้ามาเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์หรือแอปของผู้ค้าปลีก ดังนั้น เมื่อผู้ค้าปลีกมีการแบ่งปันกลุ่มสินค้าจากแค็ตตาล็อก แบรนด์จะสามารถเข้าถึงเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่แสดงความสนใจในผลิตภัณฑ์ของแบรนด์และผ่านทางโฆษณาร่วม

กรณีศึกษาจากเป๊บซี่โค (ประเทศไทย) ซึ่งเป๊ปซี่โคได้ร่วมมือกับลาซาด้า ใช้ Collaborative Ads โฆษณาถูกโพสต์ลงบนแพลตฟอร์มทั้ง Facebook และ Instagram โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายไปที่ลูกค้า ซึ่งแสดงความสนใจในเป๊ปซี่โคหรือสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ

การนำ Collaborative Ads บนแพลตฟอร์ม Facebook มาใช้ ช่วยให้เป๊ปซี่โค (ประเทศไทย) ประสบความสำเร็จในการปรับค่าคอนเวอร์ชัน สามารถเพิ่มยอดขายด้วยอัตราคอนเวอร์ชันสูงขึ้นถึงร้อยละ 15 และได้รับผลตอบแทนจากการใช้จ่ายโฆษณาเพิ่มขึ้นถึง 3.7 เท่า

เทรนด์ต่อมาคือ การรับชมเนื้อหาในรูปแบบวิดีโอ พฤติกรรมคนไทย วิดีโอไปจะส่งข้อความสนทนาไปด้วย ซึ่ง Facebook ตั้งใจจะสร้างชุมชนคนดูวิดีโอบนโลกออนไลน์

Facebook สังเกตเห็นประสบการณ์การรับชมวิดีโอ 2 ประเภทหลักที่เติบโตขึ้นจากการใช้งานโทรศัพท์มือถือ ได้แก่ กลุ่มที่รับชมวิดีโอระหว่างเดินทาง หรือ “On-The-Go” และกลุ่มที่ชื่นชอบและตั้งใจที่จะรับชมวิดีโอ หรือ “Captivated Viewing”

ปัจจุบันมีผู้คนจำนวนกว่า 720 ล้านคน/เดือน และกว่า 140 ล้านคน/วัน ที่ใช้เวลาอย่างน้อย 1 นาที ในการรับชมวิดีโอผ่าน Watch โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ใช้ที่รับชมวิดีโอผ่านช่องทางนี้ใช้เวลามากกว่า 26 นาที/วัน

โฆษณา In-stream ที่ชื่อ Ad Breaks ของ Facebook เป็นบริการที่บริษัทตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงเชื่อมต่อกับผู้บริโภคได้ในขณะที่เขาดูวิดีโอ ซึ่งเขาใช้เวลาอยู่บนนั้นค่อนข้างนาน เกม บันเทิง และข่าว คือ เนื้อหาที่มีการดูมากที่สุดบน Watch จำนวนเพจที่ใช้การคั่นโฆษณาที่เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าในปีที่ผ่านมา

เทรนด์ต่อมา คือ Ephemeral หรือการแชร์ประสบการณ์แบบชั่วคราว คนรุ่นใหม่นิยมแชร์ประสบการณ์แบบชั่วคราวผ่าน Stories ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

การเล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือกลายเป็นช่องทางสำคัญสำหรับผู้บริโภคและแบรนด์ต่างๆ ในการนำเสนอเนื้อหาด้วยวิธีการใหม่ๆ

ในปัจจุบันมียอดผู้ใช้งาน Stories บน Instagram กว่า 500 ล้านคน/เดือน และมีผู้ใช้ Stories บน Facebook และ Messenger กว่า 300 ล้านคน/วัน

โฆษณาใน Stories ช่วยธุรกิจสามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันธุรกิจกว่า 3 ล้านรายใช้งานโฆษณาใน Stories ผ่านแอปในเครือของ Facebook ทั้งหมด

เทรนด์สุดท้าย คือ มีการส่งข้อความเพิ่มขึ้น จำนวนผู้คนใช้งานแอปส่งข้อความมีเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ในแต่ละเดือนจะมีการส่งข้อความกว่า 2 หมื่นล้านข้อความบนแพลตฟอร์มของเฟซบุ๊ก

ประเทศไทยมียอดการทำธุรกรรมจากการซื้อขายผ่านแชตออนไลน์มากที่สุดเป็นอันดับแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คือประมาณ​ 40% จาก 9 ประเทศ

สถิติทั่วโลกของแอปในเครือของ Facebook

  • โดยเฉลี่ยแล้วมีผู้ใช้งานแอปในเครือของ Facebook หนึ่งแอปเป็นอย่างน้อยมากกว่า 2,900 ล้านคน/เดือน * (ณ ไตรมาสที่ 3 ปี 2562)
  • โดยเฉลี่ยแล้วมีผู้ใช้งาน Facebook, WhatsApp, Instagram หรือ Messenger มากกว่า 2,300 ล้านคนในแต่ละวัน
  • ทั่วโลกมีผู้ใช้งาน Facebook มากกว่า 2,450 ล้านคน/เดือน
  • มีผู้ใช้งาน WhatsApp มากกว่า 1,500 ล้านคน/เดือน
  • มีผู้ใช้งาน Messenger มากกว่า 1,300 ล้านคน/เดือน
  • มีผู้ใช้งาน Instagram มากกว่า 1,000 ล้านคน/เดือน

Facebook ในประเทศไทย

  • มีผู้ใช้งาน Facebook มากกว่า 56 ล้านคน/เดือน * (ณ ไตรมาสที่ 4 ปี 2562)
  • มีผู้ใช้งานที่เข้า Facebook ผ่านโทรศัพท์มือถือมากกว่า 55 ล้านคน/เดือน
  • มีผู้ใช้งาน Facebook มากกว่า 41 ล้านคน/วัน

Messenger

  • มีการส่งข้อความกว่า 2 หมื่นล้านข้อความบนแพลตฟอร์ม
  • มีธุรกิจที่ใช้ Messenger เป็นประจำทุกเดือนมากกว่า 40 ล้านราย

Facebook Watch

  • มีผู้ใช้จำนวนกว่า 720 ล้านคน/เดือน
  • กว่า 140 ล้านคน/วัน ที่ใช้เวลาอย่างน้อย 1 นาที
  • ผู้ใช้ที่รับชมวิดีโอผ่านช่องทางนี้มากกว่า 26 นาที/วัน

Stories

  • ผู้ใช้งาน Stories บน Instagram กว่า 500 ล้านคน/เดือน
  • ผู้ใช้ Stories บน Facebook และ Messenger กว่า 300 ล้านคน/วัน
  • ธุรกิจกว่า 3 ล้านราย ใช้งานโฆษณาใน Stories ผ่านแอปในเครือของ​ Facebook ทั้งหมด
Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News