HomeBT Newsช่อง 3 เตรียมปรับผังยึด 6 โมง - 4 ทุ่ม พร้อมเน้นออนไลน์ มองคู่แข่งคือ ทุกคนที่แย่งเวลาคนดู

ช่อง 3 เตรียมปรับผังยึด 6 โมง – 4 ทุ่ม พร้อมเน้นออนไลน์ มองคู่แข่งคือ ทุกคนที่แย่งเวลาคนดู

ช่อง 3 เปิดแผนปี 63 เตรียมเปลี่ยนแปลง BEC ปรับผังขอยึดเวลาคนดู 6 โมง – 4 ทุ่ม ขยายธุรกิจไม่ใช่แค่ทีวี แต่เป็นคนทำ-ขายคอนเทนต์ เน้นขายออนไลน์และต่างประเทศมากขึ้น มองเลิกออกอากาศ ช่อง 3 อนาล็อก ไม่ลดต้นทุนมากเท่า เลิกฉาย 2 ช่องดิจิทัล ไม่ได้มองแค่ทีวีเป็นคู่แข่งแต่คือ ทุกคนที่แย่งเวลาคนดู

นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.บีอีซี เวิลด์ ระบุว่า ปี 2563 จะเป็นปีที่เหนื่อยอีกหนึ่งปี ทั้งภาวะเศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจต่าง ๆ จากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า ตั้งแต่มีทีวีดิจิทัลเพิ่มขึ้นมาจนถึงปัจจุบันผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น

- Advertisement -

หากมองในเชิงธุรกิจจะพบว่า การเข้ามาของเทคโนโลยีที่เข้ามาสร้างผลกระทบในการทำธุรกิจและการใข้ชีวิตของผู้บริโภค ซึ่งหากย้อนกลับมาให้เห็นภาพคือ ไทยเป็นอันดับ 6 ของผู้ใช้ยูทูปบนโลก และ อันดับ 2 ของผู้ใช้ไลน์ ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือการแย่งเวลาของผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันมองว่าคู่แข่งของช่อง 3 ปัจจุบัน คือ ทุกแพลตฟอร์มที่แย่งเวลาของผู้ชม นายอริยะ กล่าว

“สิ่งที่เทคโนโลยีเพื่อให้ไม่ได้ คือ เวลา และ เวลาไม่ได้เข้าข้างเราหรือใคร” นายอริยะ พนมยงค์ กล่าว

แม้ผลประกอบการ 3 ไตรมาสของ BEC World จะยังคงติดลบอยู่ 138 ล้านบาท และ โทรทัศน์ยังคงติดลบอยู่ ร้อยละ 7 ซึ่งในปีที่ผ่านมา BEC ได้มีการพยายามเปลี่ยนภาพลักษณ์ของข่าว ช่อง 3 เป็น ข่าวที่น่าเชื่อถือ และเป็นกลาง และยังเขื่อว่า ข่าวโทรทัศน์ยังคงเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญของประชาชน

รถออกอากาศนอกสถานที่ ของช่อง 3 (นพฤทธิ์ กมลสุวรรณ/BusinessToday)

กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.บีอีซี เวิลด์ ระบุว่า สิ่งหนึ่งที่ ช่อง 3 เชื่อว่าทำได้ดีในปี 2562 คือ การขยายไปยังตลาดต่างประเทศ เดิมผู้ชมต่างชาติรู้จักละครไทย แต่ไม่รู้จักว่า BEC World เป็นใคร ซึ่งมีการรู้จัก BEC World มากขึ้นและเริ่มมีลูกค้าวิ่งเข้ามา จากเดิมที่ต้องวิ่งหาลูกค้าอย่างเดียว ซึ่งก็ยังจำเป็นที่ต้องเข้าหาอยู่ นอกจากการสร้างรายได้แล้ว เชื่อว่าจะสร้างชื่อเสียงให้ชาติด้วย

นายอริยะ มองว่า ในปี 2563 สหรัฐฯ , อังกฤษ และจีน ยังคงเป็นประเทศที่น่าสนใจ และคาดการณ์ว่ามูลค่าโฆษณาจะลดลง โดยเป้าหมายในปีนี้ คือ เป็นผู้นำทางคอนเทนต์และธุรกิจบันเทิงของประเทศไทย เพราะช่อง 3 ไม่ใช่ธุรกิจโทรทัศน์อีกต่อไป แต่เป็นธุรกิจคอนเทนต์ที่จะมาแย่งเวลาของผู้บริโภค เพราะคอนเทนต์เป็นสิ่งที่คนต้องการ

แม้การยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก จะพบว่าลดต้นทุนได้ไม่มากเท่าการยุติการออกอากาศ 2 ช่องดิจิทัล ซึ่งตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาบริหารก็พบว่าในอุตสาหกรรมนี้มีแต่จะแข่งขันมากขึ้น และเมื่อคืนช่องไปก็จะพบว่าการแข่งขันก็เพิ่มขึ้นจริง ๆ ซึ่งหลังจากนี้อาจมีการพิจารณาลดพนักงานประจำเสาส่งสัญญาณอนาล็อกบ้าง

สำหรับภารกิจของปี 2563 คือ ปรับเปลี่ยน BEC World ให้เป็นองค์กรที่คล่องตัวและมีความคิดไปข้างหน้า โดยยกระดับคนของช่อง 3 มีความคิดสร้างสรรค์เพื่อส่งมอบความสดใหม่ เพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ชมและลูกค้าของช่อง ผ่านทุกแพลตฟอร์มและออนดีมานด์ ทั่วไทยและต่างประเทศ

ทิศทางของช่อง 3 หลังจากนี้ คือ การเข้าไปยังธุรกิจสื่อใหม่และสื่อออนไลน์ให้มากขึ้น ส่งตรงสู่ผู้บริโภคมากขึ้น ด้วยการเรียนรู้ข้อมูลของลูกค้ามากขึ้น (Direct to Consumers) เช่น ปีที่ผ่านมามีตัว Qr code ขึ้นมาแจกส่วนลดในร้านสะดวกซื้อ เพื่อส่งตรงไปยังผู้บริโภคมากขึ้นโดยตรง

“นี่เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในสื่อเก่า ที่ปรับตัวให้เข้ากับโลกปัจจุบัน” นายอริยะ พนมยงค์ กล่าว

โดยกลุ่มประเทศเป้าหมายนอกเหนือจากประเทศไทย คือ จีนและภูมิภาคอินโดจีน ตั้งเป้าการเติบโตของธุรกิจดิจิทัลถึง 2 เท่าตัว ซึ่งแอปพลิเคชัน Ch3+ ที่จะเปิดตัวสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ก็เป็นหนึ่งในแนวทางหนึ่งที่จะรุกตลาดออนไลน์ และจะจับมือกับผู้ให้บริการ OTT ทุกแพลตฟอร์ม

หลังจากนี้ การปรับผังจะเกิดขึ้น ช่อง 3 จะเจาะช่วงเวลา 18.00-22.30 น. โดยช่วง 18.00-19.00 น. น. ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของเวลาที่มีคนดูเพิ่มขึ้น เป็นกลุ่มครอบครัวจะมีรายการใหม่ ๆ เข้ามา ทั้งจากการสร้างรายการใหม่ ๆ 3 รายการ และคอนเทนต์ใหม่ ๆ และช่วง 19.00-20.00 น. เป็นช่วงที่พีคมากที่สุด ไม่จำกัดทั้งกลุ่มคนในเมืองและต่างจังหวัด ซึ่งในปีที่ผ่านมา ละครช่วง 19.00 น. เป็นช่วงที่ได้รับความนิยมช่วงหนึ่ง และ หลังจาก 20.00 น. จะเป็นกลุ่มคนในเมืองและยังคงเป็นละครแบบเดิม แต่เปลี่ยนวิธีเล่าเรื่องให้กระชับมากขึ้น เช่น ละครเรื่อง ซ่อนเงารัก ที่คนไม่สามารถคลาดสายตาจากจอได้

“สำหรับช่วงเวลาอื่นแม้เปลี่ยนผัง แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบชัดเจนเท่าช่วงเวลา 6 โมงเย็นถึงสี่ทุ่มครึ่ง ดังกล่าว” นายอริยะ พนมยงค์ กล่าว

ขณะที่เรื่องศิลปินของช่อง 3 เอง ก็จะพยายามเพิ่มเวลาออกอากาศมากกว่าแค่ละคร คือ การสร้างรายการที่ใช้ดารา ช่อง 3 ในการออกอากาศ ที่มีกว่า 200 ชีวิต ทั้งเป็นแขกรับเชิญและผู้ดำเนินรายการ รวมถึงจะชูเรื่องความสามารถของแต่ละคนให้มากขึ้นมากกว่าแค่การแสดง

ขณะเดียวกันเป้าหมายด้านรายได้ปีที่ผ่านมายังเป็น โทรทัศน์ : ออนไลน์และธุรกิจอื่น ๆ (Beyond TV) ร้อยละ 83 : 17 โดยภายในอีก 4 ปีข้างหน้าจะเพิ่มรายได้ในส่วนออนไลน์เป็นร้อยละ 35 เพื่อกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจสื่อ ซึ่งการสร้างธุรกิจใหม่หลังจากนี้ต้องสร้างไวและเรียนรู้ให้เร็ว หากล้มเหลวต้องรู้ตัวให้เร็ว หากมองย้อนไปจะพบว่าภาพรวมอยู่ได้ในจุดที่ทรงตัวมากกว่าจะเติบโตในปัจจุบัน

“เชื่อว่าปี 2563 จะทำให้ช่อง 3 กลับมามีผลกำไรได้ และจะเติบโตในแง่ของรายได้ ถึง 2 เท่าตัว” นายอริยะ พนมยงค์ กล่าว

ซึ่งช่อง 3 อาจเข้าสู่ธุรกิจ โฮมช้อปปิ้ง แต่มีรูปแบบที่แตกต่าง โดยปัจจุบันเริ่มมีรายการ โฮมช้อปปิ้ง ในช่องแล้ว แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่า อะไรคือสิ่งใหม่ที่จะเกิดขึ้น เพราะอยู่ในขั้นตอนศึกษาอยู่

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News