HomeBT Newsการกลับมาของ “Target” กับไม้เด็ด delivery

การกลับมาของ “Target” กับไม้เด็ด delivery

เมื่อปี 2560 แทบทุกคนในสหรัฐต่างหัวเราะเยาะห้างอย่าง Target ซึ่งยอดขายลดลงอย่างต่อเนื่อง ห้างอยู่ในสภาพทรุดโทรม บรรดาผู้บริหารดิ้นรนอย่างหนักเพื่อปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เมื่อผู้คนจำนวนมากหันไปชอปปิงทางออนไลน์ และชอปกับยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon

ตอนนั้นนักวิเคราะห์คาดว่าชะตากรรมของ Target คงไม่ต่างจากห้างต่างๆ ที่พากันปิดสาขาไปจำนวนมาก

แต่ผู้บริหารของ Target นำโดย Brian Cornell ซีอีโอ กลับมีแนวคิดต่างออกไป และมองว่ากุญแจสำคัญในการชุบชีวิตกิจการ คือรวบรวมกำลังลุกขึ้นสู้

- Advertisement -

ในเดือนมี.ค. 2560 Target ประกาศแผนการลงทุนกว่า 7,000 ล้านดอลลาร์เพื่อพลิกฟื้นธุรกิจ พร้อมกำหนดกลยุทธ์ เริ่มจากปรับปรุงสาขาต่างๆ, เปิดตัวแบรนด์ใหม่ๆ ของทางห้าง และยกระดับประสบการณ์ชอปปิงดิจิทัล แต่นักลงทุนในตลาดหุ้นวอลสตรีทไม่ขานรับแผนการนี้ ส่งผลให้หุ้นของบริษัทดำดิ่งลงเกือบต่ำสุดในรอบทศวรรษ

มาในวันนี้ ปรากฏว่าธุรกิจของ Target สุดเฟื่อง ผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2562 สูงเกินการคาดหมายของนักวิเคราะห์ แถมแบรนด์สินค้าของทางห้างก็ได้รับความนิยม และยอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อันส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทสูงเป็นประวัติการณ์

สาเหตุหนึ่งที่หนุนนำให้ธุรกิจของ Target กลับมาเฟื่องฟู เพราะทุ่มทุนเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักชอปให้ซื้อของทางออนไลน์และได้รับของภายในวันเดียวกับที่สั่งของ อันทำให้บริการ delivery ภายในวันเดียวกับที่สั่งของ มีสัดส่วนถึง 80% ของรายได้ไตรมาสล่าสุด

บริการรับของในวันเดียวกับที่สั่ง ประกอบด้วย curbside pickup ที่ใช้ชื่อว่า “Drive Up” บริการนี้เปิดโอกาสให้ลูกค้าชอปทางออนไลน์แล้วขับรถไปยังจุดรับของที่สาขาใกล้บ้าน จากนั้นพนักงานของ Target จะนำสินค้ามาส่งให้ถึงรถ โดย curbside pickup เป็นเทรนด์ล่าสุดในธุรกิจค้าปลีก และ Target ก็ได้ขยายบริการนี้จนครอบคลุมทุกรัฐในสหรัฐ

นอกจาก curbside pickup แล้ว บริการส่งของในวันเดียวกับที่สั่ง ยังรวมถึงการ delivery ผ่านเครือข่ายจัดส่ง “Shipt” ที่ Target ซื้อกิจการมาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และสุดท้ายคือการซื้อของทางออนไลน์แล้วไปรับสินค้าที่ร้าน

จริงๆ แล้วนักวิเคราะห์และนักลงทุนวิตกกับการที่ร้านค้าต่างๆ เริ่มหันไปขายของทางออนไลน์ เพราะหวั่นว่าจะทำกำไรได้น้อยลงจากยอดขายเหล่านี้ แถมยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มในการส่งของไปยังบ้านลูกค้า โดยวอลมาร์ทยังขาดทุนอยู่ในการทำธุรกิจทางออนไลน์ แต่ Target บอกว่ามีวิธีลดต้นทุนและทำเงินจากธุรกิจออนไลน์

Cornell อธิบายว่าเมื่อ Target นำสินค้าที่เก็บสำรองไว้หลังร้านไปส่งให้ลูกค้าที่สั่งมาทางออนไลน์ สามารถช่วยลดต้นทุนการจัดส่งไปได้ 40% แทนที่จะต้องไปขนสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าแล้วไปส่งให้ลูกค้า นอกจากนั้น เมื่อลูกค้าสั่งของทางออนไลน์แล้วไปรับของที่ร้าน,  ใช้บริการนัดจุดรับ (curbside pickup) หรือเลือก delivery ผ่าน Shipt จะช่วยลดต้นทุนการจัดส่งได้ถึง 90%

บริการทำนองนี้เป็นสิ่งที่ Amazon สู้ไม่ได้ เพราะไม่มีเครือข่ายร้านค้าเหมือน Target ที่เปิดโอกาสให้นักชอปไปรับสินค้า แต่ Amazon ก็ได้ติดตั้งลอคเกอร์ไว้ตามร้านขายของชำ Whole Foods และห้างต่างๆ

รายได้สุทธิของ Target ที่เพิ่มขึ้น 15.5% เป็น 706 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 20,000 ล้านบาทในไตรมาสล่าสุด ทำให้บริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรของทั้งปี ขณะเดียวกันราคาหุ้นก็พุ่งไปอยู่ที่ 127.20 ดอลลาร์ โดยปีนี้ราคาหุ้นของบริษัททะยานขึ้นกว่า 90% จนมูลค่าตามราคาตลาดของบริษัท ไปอยู่ที่ประมาณ 64,600 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1,900,000 ล้านบาท

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News