HomeBT Newsครม.เคาะ 14 มาตรการรับมือน้ำท่วม ตั้ง JICC รวมศูนย์ข้อมูล–เตือนหลายจังหวัดเฝ้าระวัง

ครม.เคาะ 14 มาตรการรับมือน้ำท่วม ตั้ง JICC รวมศูนย์ข้อมูล–เตือนหลายจังหวัดเฝ้าระวัง

ครม.นัดพิเศษรับทราบ 14 มาตรการเร่งด่วนรับมือสถานการณ์น้ำท่วม ครอบคลุมการบริหารจัดการน้ำ การแจ้งเตือน การอพยพ การจัดพื้นที่จอดรถฟรี การระดมกำลังทหาร เครื่องสูบน้ำ การดูแลสาธารณูปโภค และ Work from Home พร้อมตั้งศูนย์ JICC เป็นศูนย์กลางข้อมูล ลดความสับสนจากข่าวสารบนโซเชียลมีเดีย

วันที่ 27 กันยายน 2569 นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง

ที่ประชุม ครม.รับทราบและมีข้อสั่งการตาม 14 มาตรการเร่งด่วน ประกอบด้วย

- Advertisement -

  1. ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติและกรมชลประทานเป็นหน่วยงานหลักติดตามสถานการณ์น้ำและการระบายน้ำ ขณะที่กระทรวงมหาดไทย ปภ. และ กทม. ดูแลการแจ้งเตือนและสนับสนุนการอพยพ
  2. จัดระบบข้อมูลสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำ และภัยพิบัติ พร้อมแจ้งประชาชนอย่างรวดเร็ว
  3. เปิดพื้นที่ราชการให้ประชาชนนำรถเข้าจอดได้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
  4. ให้กระทรวงกลาโหมและทุกเหล่าทัพสนับสนุนกำลังพล รถบรรทุก และทรัพยากรสำหรับอพยพและเคลื่อนย้ายสิ่งของ
  5. ให้กรมบัญชีกลางพิจารณาขยายวงเงินช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยตามกรอบกฎหมาย
  6. ให้ ปภ.รายงานสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง
  7. ตรวจสอบความพร้อมของเครื่องมือ เครื่องจักร และเครื่องสูบน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำให้เต็มประสิทธิภาพ
  8. ให้จังหวัดในภาคตะวันออกติดตามสถานการณ์และเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชน
  9. ติดตามความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม รวมถึงบริหารการปล่อยน้ำจากเขื่อนโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนท้ายเขื่อน
  10. ให้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนการจราจร เคลื่อนย้ายรถออกจากพื้นที่เสี่ยง และดูแลความปลอดภัย
  11. ให้หน่วยงานประปาและไฟฟ้าเตรียมรับมือปัญหาสาธารณูปโภค ตรวจสอบคุณภาพน้ำ ระบบไฟฟ้า และจัดเตรียมเครื่องปั่นไฟสำรอง
  12. เร่งดูแลกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียง พร้อมจัดศูนย์พักพิง อาหาร ยา ถุงยังชีพ และสถานพยาบาลรองรับ
  13. จัดตั้งศูนย์แถลงข่าวเพื่อให้การสื่อสารสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
  14. ให้สำนักงาน ก.พ.พิจารณามาตรการ Work from Home สำหรับภาครัฐ พร้อมขอความร่วมมือภาคเอกชนในช่วงที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

ตั้ง JICC รวมศูนย์ข้อมูล แถลงทุกวัน 10.00 น.

รัฐบาลยังจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม หรือ Joint Information and Communication Center (JICC) เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมและสื่อสารข้อมูลอย่างเป็นเอกภาพ ลดความสับสนจากข้อมูลจำนวนมากบนโซเชียลมีเดีย

ศูนย์ JICC จะมีการแถลงสถานการณ์อย่างเป็นทางการทุกวัน เวลา 10.00 น. ผ่านสถานีโทรทัศน์ NBT และแฟนเพจ “ไทยคู่ฟ้า” พร้อมอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมตลอดทั้งวัน

ประชาชนในกรุงเทพฯ สามารถแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1555 ส่วนต่างจังหวัดติดต่อ ปภ. ผ่านสายด่วน 1784

รัฐบาลชี้สถานการณ์ต่างจากน้ำท่วมปี 2554

สำหรับข้อกังวลว่าสถานการณ์ครั้งนี้อาจรุนแรงเหมือนน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 หรือไม่ โฆษกรัฐบาลระบุว่า ลักษณะสถานการณ์แตกต่างกัน โดยปี 2554 เกิดจากพายุหลายลูกที่ทำให้มีฝนตกหนักในภาคเหนือ ก่อนมวลน้ำไหลลงสู่ภาคกลาง

ส่วนสถานการณ์ปัจจุบัน รัฐบาลระบุว่าเป็นผลจากสภาพอากาศสุดขั้ว ทำให้เกิดฝนตกหนักครอบคลุมภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑลตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน โดยมีปริมาณฝนสะสมสูงสุด 340 มิลลิเมตร คิดเป็นมวลน้ำประมาณ 248 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งรัฐบาลระบุว่าสูงที่สุดในรอบ 43 ปีนับตั้งแต่ปี 2526

ขณะเดียวกัน 4 เขื่อนหลักยังมีความสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 7,260 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วน กทม.เร่งระบายน้ำผ่านสถานีสูบน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

รัฐบาลประเมินว่า หากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติม สถานการณ์น้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ อาจทยอยคลี่คลายภายใน 2–3 วัน

เตือนตะวันออก–กาญจนบุรี เฝ้าระวัง

พื้นที่ที่รัฐบาลแจ้งให้เพิ่มการเฝ้าระวัง ได้แก่ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก จันทบุรี และกาญจนบุรี โดยประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามระดับน้ำและคำเตือนจากเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด

รัฐบาลยังสั่งให้เริ่มการฟื้นฟูและเยียวยาในพื้นที่ที่ระดับน้ำลดลงแล้วได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอให้สถานการณ์คลี่คลายพร้อมกันทุกพื้นที่

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News