HomeBT Newsเวิลด์แบงก์ ปรับเพิ่มจีดีพีไทย 3.1% มองบริโภค ท่องเที่ยว ส่งออกหนุน

เวิลด์แบงก์ ปรับเพิ่มจีดีพีไทย 3.1% มองบริโภค ท่องเที่ยว ส่งออกหนุน

ธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ ปรับประมาณการเศรษฐกิจ(จีดีพี)ของไทย จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 2.9% เป็น 3.1% เนื่องจากภาคการบริโภค การท่องเที่ยว และการส่งออกฟื้นตัว แต่ยังคงได้รับผลกระทบจากการชะงักงันของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งประเทศไทยจะได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะสินค้ายานยนต์ โดยเศรษฐกิจไทยในปี 66 ธนาคารโลกคาดการเศรษฐกิจไทยเติบโตที่ 4.1%

ขณะที่ภาครัฐได้มีการตอบรับมาตรการการด้านคลัง ทั้งเรื่องหนี้ครัวเรือน ปัญหาเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่งเริ่มปรับขึ้น ในส่วนของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเช่นเดียวกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค มาจากแรงกดดันของเงินเฟ้อ และผลกระทบของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่ทำให้สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่า

นางมานูเอลา วี เฟอโร  รองประธาน ธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เปิดเผยว่า การเติบโตของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกยกเว้นประเทศจีน คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 5.3% ในปี 65 จาก 2.6% ในปี 64  โดยการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจกำลังเกิดขึ้นในหลาย ๆ ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ในขณะที่หลายประเทศกำลังเตรียมรับมือกับการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ประเทศต่าง ๆ ควรจัดการกับการบิดเบือนนโยบายภายในประเทศที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาในระยะยาว

- Advertisement -

ทั้งนี้การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกเริ่มส่งผลกระทบต่อความต้องการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์และสินค้าที่ผลิตในภูมิภาค อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในต่างประเทศได้กระตุ้นให้เกิดการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลให้เกิดการไหลออกของเงินทุนและค่าเงินที่อ่อนลงในบางประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก การพัฒนาเหล่านี้ได้เพิ่มภาระในการชำระหนี้และลดพื้นที่การคลัง ซึ่งส่งผลต่อประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดใหญ่พร้อมภาระหนี้ที่สูง

นายอาดิตยา แมททู หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกของธนาคารโลก กล่าวว่า ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้พยายามออกมาตรการช่วยเหลือภาคครัวเรือนและบริษัทต่างๆจากราคาอาหารและพลังงานที่สูงขึ้น มาตรการเชิงนโยบายในปัจจุบันช่วยบรรเทาได้เป็นอย่างมาก แต่ทว่าเป็นการเพิ่มการบิดเบือนนโยบายที่มีอยู่ในปัจจุบัน การควบคุมราคาอาหารและเงินอุดหนุนด้านพลังงานเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มั่งคั่งและเป็นการดึงค่าใช้จ่ายของรัฐบาลจากค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน สุขภาพ และการศึกษา การผ่อนปรนความเข้มงวดของการกำกับดูแลที่ยังมีอยู่ในปัจจุบันมีจุดมุ่งหมายเพื่อผ่อนคลายการกู้ยืมเงินตลอดช่วงที่เกิดการระบาดใหญ่ จะสามารถนำทรัพยากรในบริษัทที่ล้มเหลวมาและเปลี่ยนเส้นทางเงินทุนจากภาคส่วนหรือธุรกิจที่มีพลวัตมากที่สุดได้

“ผู้กำหนดนโยบายต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบากระหว่างการแก้ปัญหาเงินเฟ้อและการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การควบคุมและการให้เงินอุดหนุนมีผลต่อสัญญาณราคาและส่งผลเสียต่อผลิตภาพ  นโยบายที่ดีในการจัดการด้านอาหาร เชื้อเพลิง และการเงินจะกระตุ้นการเติบโตและประกันเงินเฟ้อ”

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News