HomeBT Newsเงินบาทเปิดตลาด 36.70 บาท/ดอลลาร์ กังวลเศรษฐกิจโลกชะลอ เสี่ยงถดถอย

เงินบาทเปิดตลาด 36.70 บาท/ดอลลาร์ กังวลเศรษฐกิจโลกชะลอ เสี่ยงถดถอย

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 27 ก.ค.65 ที่ระดับ 36.70 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดวันก่อนหน้า โดยมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.60-36.80 บาทต่อดอลลาร์

ทั้งนี้ผู้เล่นในตลาดต่างอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงหนักและเสี่ยงเข้าสู่สภาวะถดถอย (Recession) หลังจากที่ IMF ได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจโลกในปีนี้และปีหน้าลง พร้อมเตือนว่าเศรษฐกิจโลกอาจเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ในปีหน้า จากผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ ปัญหาเงินเฟ้อสูง การขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลาง รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน

ทางด้านตลาดบอนด์ แม้ว่าตลาดจะอยู่ในภาวะระมัดระวังตัว แต่ผู้เล่นบางส่วนก็ยังคงรอผลการประชุมเฟดอย่างระมัดระวัง เนื่องจากผู้เล่นบางส่วนคงมุมมองว่าเฟดมีโอกาสราว 25% ในการขึ้นดอกเบี้ย 1.00% ในการประชุมครั้งนี้ ทำให้โดยรวมบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงแกว่งตัว sideways ใกล้ระดับ 2.80% ซึ่งเราคาดว่าบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ มีแนวโน้มแกว่งตัว sideways จนกว่าตลาดจะรับรู้แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

- Advertisement -

ในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY Index) ได้ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 107.2 จุด หนุนโดยภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาด รวมถึงการอ่อนค่าลงของเงินยูโร (EUR) จากความกังวลวิกฤติพลังงาน ทั้งนี้ แม้ตลาดจะปิดรับความเสี่ยงต่อเนื่อง แต่การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ได้กดดันให้ราคาทองคำยังคงแกว่งตัวใกล้ระดับ 1,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง อนึ่งการปรับตัวลดลงของราคาทองคำอาจหนุนให้ผู้เล่นบางส่วนทยอยเข้ามาซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว ซึ่งธุรกรรมดังกล่าวอาจเป็นปัจจัยกดดันเงินบาทในฝั่งอ่อนค่าได้

สำหรับวันนี้ มองว่า ตลาดจะรอจับตารายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ซึ่งหากผลประกอบการออกมาดีกว่าคาดก็อาจช่วยหนุนให้ตลาดเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงและกดดันให้เงินดอลลาร์ย่อตัวลงหรือแกว่งตัว sideways ได้

นอกจากนี้ ไฮไลท์สำคัญที่ตลาดจะให้ความสนใจ คือ ผลการประชุมเฟดที่จะทราบในช่วงเช้าตรู่ของวันพฤหัสฯ นี้ โดยเราคาดว่า แนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงมากขึ้น กอปรกับเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางที่ลดลงต่อเนื่อง จะทำให้เฟดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพียง 0.75% สู่ระดับ 2.25-2.50% ซึ่งเรามองว่า หากเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณพร้อมเร่งขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงต่อเนื่อง ก็อาจบอกได้ว่า นโยบายการเงินเฟดได้มาถึงจุด Peak Hawkishness เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่กดดันให้เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลงได้

ขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาท มองว่า เงินบาทมีแนวโน้มผันผวนอ่อนค่าและอาจทดสอบโซนแนวต้านใกล้ระดับ 36.80 บาทต่อดอลลาร์ ได้ หากเงินดอลลาร์ยังคงได้แรงหนุนจากภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาด รวมถึงแรงกดดันต่อเงินยูโร (EUR) จากปัญหาวิกฤติพลังงาน นอกจากนี้ มองว่า ต้องระมัดระวังความผันผวนของเงินบาทที่อาจสูงขึ้นมากในช่วงระหว่างการรับรู้ผลการประชุมเฟดในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาวของตลาดการเงินไทย ซึ่งปริมาณการซื้อ ขาย ในตลาดอาจเบาบางลงกว่าช่วงปกติ

อย่างไรก็ดี มองว่า หากเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณพร้อมเร่งขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงต่อเนื่อง เงินดอลลาร์ก็สามารถจะทยอยอ่อนค่าลงได้ ซึ่งก็จะช่วยให้เงินบาทเริ่มมีทิศทางกลับมาแข็งค่าขึ้นได้บ้าง แต่ยังคงต้องระวังความเสี่ยงในกรณีที่สินทรัพย์ฝั่ง EM Asia เผชิญแรงเทขาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นหากทางการจีนตัดสินใจใช้มาตรการ Lockdown เพื่อควบคุมสถานการณ์การระบาดของ COVID-19

“ในช่วงที่ตลาดการเงินยังมีความผันผวนสูง ดังจะเห็นได้จากความผันผวนของเงินบาทที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปี ที่ระดับ +2 S.D. (Standard Deviation) แนะนำว่า ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน”

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News