HomeBT NewsBusiness Today Thai Politics 26 ธันวาคม 2566 / ภาคค่ำ

Business Today Thai Politics 26 ธันวาคม 2566 / ภาคค่ำ



“เศรษฐา” น้อมรับฉายาสื่อ ชี้ตั้งใจอยู่ในตำแหน่งครบ 4 ปี

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงฉายานายกฯ และรัฐบาล ว่า ก็เข้าใจอยู่ว่าทุกปีต้องมีฉายาถือเป็นสีสัน นายกฯ เซลล์แมน ก็ทราบอยู่แล้ว เพราะตนก็ประกาศตัวอยู่แล้ว ส่วนคำว่าแสตนชิน เป็นคำควบกล้ำระหว่างไทยกับอังกฤษหรือเปล่า แสตนอิน คุณลองอธิบายให้ตนฟังจะได้ตอบได้ ตนก็เข้าใจหลวมๆ ถามได้เลยไม่เป็นไรจะได้อธิบายได้ถูกต้อง

- Advertisement -


เมื่อถามว่า มีการมองว่า เป็นการแสตนบาย เป็นเงาของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ กล่าวว่า อ๋อ โอเคครับ วันนี้ตนก็เป็นนายกฯ อยู่ ก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ พยายามตั้งใจจะเอาให้ครบ4ปีให้ได้ แต่สำคัญมากกว่านั้นไม่ใช่อยู่ให้ครบ4ปีแล้วชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนไม่ดีขึ้น

ส่วนที่บอกว่าแสตนชินคือคอยสำหรับให้ครอบครัวไหนเข้ามา อันนี้คือพี่น้องประชาชนเป็นคนตัดสินมากกว่า ตรงนี้ก็ต้องคอยการเลือกตั้งครั้งต่อไป ก็เข้าใจ ไม่ได้คิดอะไร

เมื่อถามว่า จะรักษาบรรยากาศความเป็นพรรคร่วมให้ถึง4ปีใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนว่าผลงานของเรามากกว่า และดูความตั้งใจของรัฐมนตรีทุกท่าน ไม่ได้มองแยกว่าเป็นรัฐมนตรีจากพรรคไหน เราดูผลงานเป็นหลักของทุกรัฐมนตรี เอาผลงานเป็นที่ตั้ง



“เศรษฐา” มอบ 10 นโยบายเร่งปราบปรามยาเสพติด

วันนี้ (26 ธ.ค.) ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ในพิธีเปิดปฏิบัติการลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติด ระยะ 1 ปี ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล


โดยมีเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเพื่อมอบนโยบายและเปิดปฏิบัติการ โดยเศรษฐา กล่าวว่า ตัวรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาเป็นประธานในการเปิดปฏิบัติการลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติดในระยะเวลา 1 ปีตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งต้องยอมรับว่าปัญหายาเสพติดในปัจจุบันยังคงมีความรุนแรง ตนได้รับเรื่องร้องเรียนมาโดยตลอดตั้งแต่ช่วงเลือกตั้งจนถึงปัจจุบันนี้ ในช่วงเวลาที่ลงพื้นที่หลายๆจังหวัด

ทั้งนี้ ตนขอมอบนโยบาย 10 ข้อ ซึ่งจะเป็นแนวทางในการลดปัญหายาเสพติดดังต่อไปนี้

1. ลดความรุนแรงและความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาอาการจิตเวชที่เกิดจากการเสพยา 2. ลดจำนวนผู้เสพยาเสพติดด้วยการบำบัดรักษาและต่อยอดการแก้ไขปัญหาผู้ผ่านการบำบัดอย่างครบวงจร 3. ดำเนินนโยบายร่วมมือกับต่างประเทศเชิงรุกและเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนให้ครอบคลุม 4. การยกระดับการปราบปรามทำลายโครงสร้างเครือข่ายกลุ่มการค้ายาเสพติดระดับต่างๆ 5. ป้องกันยาเสพติดไม่ให้เกิดผู้เสพติดรายใหม่ 6.ปลุกประชาชนให้ตื่นและเข้าร่วมการแก้ไขปัญหายาเสพติด 7.สร้างนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหายาเสพติด 8. กำหนดเป้าหมายและ KPI ลดปัญหายาเสพติดภายใน 4 ปีตามนโยบายเชิงรุกของรัฐบาล 9. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นกำลังสำคัญยิ่งในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในครั้งนี้ที่ผ่านมาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนบางอย่างเท่านั้นซึ่งไม่เต็มศักยภาพที่มีโดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนคร เทศบาลเมือง องค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งในครั้งนี้ขอความร่วมมือองค์กรเหล่านี้เข้าร่วมการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังทั้งการคัดกรอง บำบัด ฟื้นฟู แก่ผู้ขาดการบำบัด 10. การบริหารจัดการที่เป็นเอกภาพในทุกระดับโดยส่วนกลางกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุขกระทรวงยุติธรรม กระทรวงศึกษาธิการกระทรวงกลาโหม กระทรวงแรงงานกระทรวงพัฒนาสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติและอีกหลายหน่วยงานต้องผนึกกำลังร่วมกันประสานงานในส่วนกลางให้เป็นเอกภาพผ่านกลไกขับเคลื่อน ของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด นอกจากนี้ยังต้องจัดตั้งกลไกระดับจังหวัด และระดับอำเภอ เพื่อให้การกำกับติดตามแก้ปัญหายาเสพติดอย่างใกล้ชิด และให้กลไกในทุกระดับเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายและ KPI ในปีแรกนี้ให้ได้



“รมช.เกรียง” ลงพื้นที่นราธิวาส สั่งการแก้น้ำท่วม

วันนี้ที่ จ.นราธิวาส เกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงมหาดไทย นายสมชัย อัศวชัยโสภณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะที่ปรึกษาฯ ลงพื้นที่เพื่อติดตาม กำกับ ดูแลให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย


โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยนายประพันธ์ ขันพระแสง ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 สงขลา นายวสันต์ ไชยทวีวงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส นายกฤษณนันท์ กำไร หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนราธิวาส นายเร๊าะมันคาน โอราสะมันนี ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาส และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่

เกรียง กล่าวว่า จากการที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง และมีน้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 11 อำเภอ ของจังหวัดนราธิวาส (อ.แว้ง อ.สุคิริน อ.จะแนะ อ.ระแงะ อ.สุไหงปาดี อ.เมืองฯ อ.บาเจาะ อ.ศรีสาคร อ.เจาะไอร้อง อ.ยี่งอ และ อ.รือเสาะ) ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างนั้น เห็นควรให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส บูรณาการร่วมกันของหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่

โดยตนมาลงพื้นที่เพื่อวางแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเป็นระบบ และตรวจเยี่ยมศูนย์อพยพผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเมืองนราธิวาส ณ หอประชุม 100 ปี อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาสในวันนี้ เพื่อกำชับการดำเนินการช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว

จังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่รับน้ำ ที่สามารถดำเนินการวางแผนและบูรณาการรับมือน้ำอย่างเป็นระบบได้ โดยต้องให้ทุกหน่วยงานเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อป้องกันและบรรเทาภัยที่จะเกิดขึ้น โดยกำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และตนถือเป็นตัวแทนของรัฐบาล ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกด้านอย่างเต็มที่



“บิ๊กป้อม” ฝากกรรมการบริหารพรรคทำ “พปชร.” ให้เข้มแข็ง

26 ธันวาคม 2566 มูลนิธิป่ารอยต่อฯ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ( สส.)ของพรรค ได้เข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ เพื่อกราบ สวัสดีปีใหม่ 2567 นำโดย


พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฯ และประธานยุทธศาสตร์พรรค ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ เลขาธิการพรรค สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรองหัวหน้าพรรค ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรค ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค ตรีนุช เทียนทอง รองหัวหน้าพรรค วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค วราเทพ รัตนากร กรรมการนโยบายฝ่ายอำนวยการพรรคพลังประชารัฐ

พร้อมด้วยคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค อดีตผู้สมัครพปชร. และบุคลากร ทีมงานของพรรคที่เข้ามาร่วมอวยพรอย่างพร้อมเพรียง ที่ บ้านป่ารอยต่อ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวทักทายสมาชิกด้วยสีหน้ายิ้มแย้มสดใส เปี่ยมไปด้วยความร่าเริงอย่างเป็นกันเอง

พล.อ.ประวิตร ยังได้อวยพรปีใหม่ให้ ผู้บริหารพรรค สส.พปชร.ทุกคน พร้อมขอขอบคุณที่มาอวยพรในวันนี้ โดยกล่าวกับสมาชิกพรรคทุกคน ขอฝากพรรคไว้กับทุกคน ช่วยกันดูแลพรรคให้มีความเข้มแข็ง เพราะเราอยากจะพัฒนาเป็นสถาบันการเมือง ที่เดินหน้าดูแลพี่น้องประชาชน และประเทศชาติต่อไป และพรที่ทุกคนให้มา ขอส่งกลับไปให้กับผู้บริหาร และสส.ทุกคน ให้ได้ร้อยเท่าพันทวี มีสุขภาพแข็งแรงเป็นหลักชัยให้พรรคพลังประชารัฐ ทำเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป



รัฐบาลคิกออฟโครงการตัดอ้อยสด ลดฝุ่น PM2.5 จริงจัง

รัฐบาล กดปุ่ม Kick off จ่ายเงินโครงการสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดี กว่า 7 พันล้านบาท เป็นของขวัญปีใหม่ ยืนยันรัฐบาลมุ่งหมายที่จะแก้ปัญหา PM2.5 อย่างจริงจัง


วันนี้ (26 ธ.ค. 66) ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหาร เข้าพบนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรม Kick off โครงการสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อลดฝุ่น PM2.5 ฤดูการผลิตปีที่ผ่านมา โดยมีจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมด้วย

รัฐบาลมีจุดมุ่งหมายที่จะแก้ปัญหา PM2.5 เนื่องจากขณะนี้ปัญหา PM2.5 เป็นปัญหารุกรามไปเกือบทั่วประเทศ ส่วนหนึ่งเกิดจากการทำไร่อ้อยในลักษณะเดิม ๆ คือ การเผาอ้อย ซึ่งจะก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ รัฐบาลได้ใช้ประเด็นนี้เป็นเงื่อนไขในการเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรเข้ามาร่วมโครงการนี้ อีกทั้งมาตรการการค้า ระเบียบโลกนั้นกำลังเปลี่ยนแปลง การซื้อขายสินค้าหากสินค้าเหล่านั้นมีการกระทบกับสิ่งแวดล้อมก็จะก่อให้เกิดปัญหา โครงการนี้จึงเป็นมาตรการจูงใจให้กับเกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและเป็นส่วนที่จะทำให้การค้าขายระหว่างประเทศในระเบียบโลกใหม่สามารถเดินไปได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับโครงการสนับสนุนเกษตรกรตัดอ้อยสดเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ในฤดูการผลิตปีที่ผ่านมา ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.66 ด้วยกรอบวงเงิน 7,990 ล้านบาท โดยให้เร่งจ่ายเงินให้ทันในเดือน ม.ค.67 ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว มีเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เข้าหลักเกณฑ์และมีสิทธิ์ได้รับเงินสนับสนุนทั้งสิ้น 125,139 ราย ปริมาณอ้อยสด 64.53 ล้านตัน วงเงิน 7,744 ล้านบาท กระทรวงอุตสาหกรรมได้เร่งดำเนินการร่วมกับ ธ.ก.ส. โดยสามารถจ่ายเงินสนับสนุนในรอบแรกได้ในวันที่ 26 ธ.ค.66 นี้ โดยมีชาวไร่ที่จะได้รับเงินจำนวน 105,411 ราย ปริมาณอ้อยสด 57.65 ล้านตัน วงเงิน 6,918 ล้านบาท

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News