HomeBT Newsถอดรหัสวิธีบริหารแบรนด์เอ็มเค สไตล์ “ฤทธิ์ ธีระโกเมน”

ถอดรหัสวิธีบริหารแบรนด์เอ็มเค สไตล์ “ฤทธิ์ ธีระโกเมน”

          ปี 2529 คือ ครั้งแรกที่คนไทยได้รู้จักกับชื่อเอ็มเค (MK) ซึ่งในเวลานั้น ยังไม่ได้เป็นร้านสุกี้ ที่มีสัญลักษณ์หม้อสุกี้สีแดง พร้อมกับถาดอาหารสีแดงที่เสิร์ฟกันมาแบบเป็นคอนโดฯที่คนไทยคุ้นเคย เพราะจุดเริ่มต้นของเอ็มเค แท้จริงแล้วเริ่มต้นมาจากธุรกิจร้านอาหารไทย!

            ย้อนวันวานกันไป ธุรกิจร้านอาหารของครอบครัวนี้ ก่อตั้งโดยทองคำ เมฆโต  ซึ่งมีศักดิ์เป็นแม่ยายของฤทธิ์ ธีระโกเมน ซีอีโอวัยเก๋า ที่​ปัจจุบันแม้วัยจะล่วงเลยมาจนถึง 68 ปีแล้ว แต่ยังคงรั้งตำแหน่ง Chairman และ CEO บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งเจ้าตัวกล่าวอย่างติดตลกในโอกาส(ที่หาได้ไม่บ่อย) กับการให้สัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในงานเปิดคลังเก็บสินค้าแบบเย็นแห่งใหม่ล่าสุดของ บริษัท เอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งลงทุนร่วมกับบริษัทญี่ปุ่น โดยใช้งบลงทุนไปกว่า 1,750 ล้านบาท ตอกย้ำภาพลักษณ์ของ “เอ็มเค” ไม่ได้มีแค่สุกี้ แต่กำลังสยายปีกอาณาจักรร้านอาหารสู่สนาม “โลจิสติกส์” ว่า “ผมน่าจะเป็น The Last Samurai แล้วนะ ในธุรกิจ Food Chain ที่ยังไม่วางมือ คนที่เคยอยู่รุ่นราวคราวเดียวกันนี่หายไปหมดแล้ว”

อ่านเพิ่มเติม MK สุกี้ เปิดเกมรุกทำ “โลจิสติกส์ครบวงจร”

             ใครจะคิดว่าจากร้านอาหารไทยที่มีเพียงสาขาเดียว ผ่านไป 30 ปีกว่าๆจะกลายเป็นร้านสุกี้แบรนด์ไทยที่ไม่มีใครไม่รู้จัก แถมยังเป็นร้านอาหารสามัญประจำห้าง (ไม่ว่าไปห้างไหนก็ต้องเจอ) เพราะ มีจำนวนสาขาที่ทำหน้าที่กระจายความอร่อยอยู่ถึง 448 สาขาทั่วประเทศ เมื่อบวกกับบริการและมาตรฐานที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ทำให้แม้สมรภูมิร้านอาหารจะแข่งขันกันดุเดือด มีร้านใหม่ๆเข้ามาเป็นตัวเลือก แต่เอ็มเคก็ยังเป็นร้านสุกี้ที่ยืนหนึ่งในใจคนไทยเสมอ

- Advertisement -

            ก่อนจะไปล้วงลึกถึงวิสัยทัศน์ของซามูไรวัยเก๋าที่บริหารธุรกิจอย่างไรให้ปัง ขอประเดิมด้วยที่มาของเอ็มเค ซึ่งหลายคนไม่เคยรู้กันมาก่อน!

เปิดที่มา “เอ็มเค” ชื่อนี้ที่ทุกครอบครัวไว้วางใจ

            จุดเริ่มต้นของเอ็มเคมาจากร้านอาหารไทย ในย่านสยาม สแควร์ ซึ่งแรกเริ่มทองคำ เมฆโต  (แม่ยายของฤทธิ์) ทำงานเป็นแม่ครัวอยู่ กระทั่งต่อมาเจ้าของร้านมาคอง คิงยี (Makong King Yee)จะย้ายกลับไปอยู่ที่บอสตัน เลยขายกิจการต่อให้ ด้วยฝีไม้ลายมือในการทำอาหาร ทำให้ร้านอาหารไทยแห่งนี้เป็นที่รู้จักกิจการก้าวหน้า มีเมนูขึ้นชื่อตั้งแต่ข้าวมันไก่ เนื้อตุ๋น ผัดไทย ผัดขี้เมา เนื้อย่างเกาหลี (เตาถ่าน) ยำแซ่บๆ กระทั่งปี 2527 ซึ่งเป็นยุคที่ธุรกิจห้างสรรพสินค้าในไทยเริ่มบูม มีการเปิดห้างใหม่ๆหลายแห่ง ร้านอาหารที่บริหารด้วยหัวใจของทองคำก็ได้รับการทาบทามจากเซ็นทรัล กรุ๊ป ให้มาเปิดร้านในเซ็นทรัล ลาดพร้าว และใช้ชื่อร้านใหม่ว่า ร้านกรีน เอ็มเค โดยยังคงคอนเซ็ปท์อาหารไทยเช่นเดิม  

            ผ่านไป 2 ปี ประตูแห่งโอกาสทางธุรกิจเปิดกว้างอีกครั้ง เมื่อทองคำได้รับการชักชวนให้แตกไลน์ธุรกิจร้านอาหารไทยมาเปิดร้านสุกี้ MK สาขาแรกในห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งถ้าจินตนาการไปเมื่อ 30 ปีก่อน ร้านสุกี้ ชาบู ยังไม่มีให้เลือกมากมายเช่นนี้ แม้กระทั่งทองคำและครอบครัวก็ไม่มีใครมีประสบการณ์ในธุรกิจร้านสุกี้มาก่อน จึงตัดสินใจลองดูสักตั้ง หลังจากนัั้น เอ็มเค สุกี้ จึงได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2529 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ฤทธิ์ อดีตวิศวกรไฟฟ้า ตัดสินใจเบนเข็มชีวิตมาร่วมปลุกปั้นแบรนด์เอ็มเค

เขาได้นำความรู้ด้านวิศวกรรมที่มีมาสร้างมิติใหม่ให้กับวงการอาหารหลายอย่าง ตั้งแต่การคิดค้นเตาไฟฟ้าแทนเตาแก๊สสำหรับหม้อสุกี้เป็นเจ้าแรกในตลาดไทย, การออกแบบภาชนะให้ประหยัดเนื้อที่บนโต๊ะ ด้วยการนำแรงบันดาลใจจากปิ่นโตไทยมาผสมกับเบนโต๊ะญี่ปุ่น ทำเป็นคอนโดฯเสิร์ฟอาหาร พร้อมกันนี้ยังนำระบบการบริหารองค์กรแบบตะวันตกมาใช้โดยเพิ่มมาตรฐานการจัดการ พัฒนาระบบการรับออเดอร์ด้วยพีดีเอ (คอมพิวเตอร์ผู้ช่วยส่วนบุคคล) ก่อนจะเปลี่ยนมาเอาใจผู้บริโภคยุคดิจิทัลด้วยการสั่งงานผ่านไอแพด เพื่อเตรียมความพร้อมว่าในอนาคตร้านเอ็มเค อาจไม่ต้องง้อเมนูกระดาษอีกต่อไป  

ก้าวต่อไปของ MK จากนี้

            เจาะลึกถึงที่มาของ MK แล้ว มาถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารในการนำพาธุรกิจวัย 33 ปี สยายปีกและเติบโตในสมรภูมิอาหารที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด

            “ปกติเอ็มเคจะมีการเปลี่ยนแปลงทุก 7 ปี เหมือนกับการลอกคราบของงู ทุกครั้งหลังจากลอกคราบก็จะโตเพิ่มขึ้นทุกครั้ง​ จะเห็นว่าช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เรามีความเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลสูงมาก ทุกวันนี้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารหรือเรียกแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นดิจิทัลจึงเป็นโจทย์ใหม่ที่ทำให้เราต้องกลับมาดูว่ามีอะไรจะมากระทบอุตสาหกรรมอาหารบ้าง อย่างตอนนี้ผมเห็นเครื่องพิมพ์สามมิติที่ใช้พิมพ์อาหารออกมาได้เลย น่ากลัวมาก

            ผมว่าสิ่งที่สำคัญคือ เราต้อง Aware เวลามีเทคโนโลยีอะไรใหม่มา เราจะซื้อมาทดลอง 1-2 สาขาดูก่อนว่าเวิร์กไหม ถ้าเวิร์กเราจะลงทุกสาขา ซึ่งการทำแบบนี้ช่วยให้เราเป็นผู้นำเสมอในธุรกิจ หรือ ต่อให้บางทีคู่แข่ง เขาอาจจะทดลองอะไรใหม่ๆ ก่อนเรา แต่ผมเชื่อว่าเขาไม่สามารถมีสาขาเท่าเราตั้งแต่แรก ดังนั้นถ้าเขาทดลองอะไรในร้านเขาแล้วมันเวิร์ก เราทำตามได้เลยทั้งเครือ อย่าคิดว่าเอ็มเคฯ ไม่ copy ใครนะครับ! (หัวเราะ)”

            ในส่วนของการขยายอาณาจักรเอ็มเคจากนี้ ฤทธิ์ย้ำว่า พร้อมเปิดกว้างทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการซื้อแฟรนไชส์ การพัฒนาแบรนด์ใหม่ของตัวเอง การร่วมกิจการ หรือซื้อกิจการ ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีที่แตกต่างกันไป ส่วนเซ็กเม็นต์ธุรกิจที่เล็งไว้ว่าจะนำมาเติมในพอร์ต น่าจะเป็นอาหารต่างประเทศที่ไม่ใช่กลุ่มฟาสต์ฟู้ด สมมติเฉยๆนะ เช่น อาหารอิตาเลียน คนไทยชอบ แต่ราคาอาจจะสูง เราอาจจะทำให้ราคาที่จับต้องได้มากขึ้น หรืออาจจะปัดฝุ่นแบรนด์ ณ สยาม ร้านอาหารไทย ซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมของกรุ๊ป ทำมาก่อนเอ็มเค ทุกวันนี้มี 3 สาขา แม่ครัวคนแรกที่ทำงานกับเรามาตั้งแต่ 40 ปีที่แล้วก็ยังอยู่”

ข้อคิดสำหรับคน(อยาก)ทำธุรกิจ(อาหาร)

          สุดท้ายนี้ ผู้บริหารคนเก่งยังฝากข้อคิดถึงคนที่อยากทำธุรกิจร้านอาหารว่า “สมัยนี้อนาคต 5 ปีไม่มีแล้วนะครับ เมื่อก่อนทุกบริษัททำแผน short term กับ long term ทุกวันนี้คิดแผนไปปีหน้าก็ใช้ไม่ได้แล้ว สิ่งที่ต้องทำ คือ ตัดสินใจเมื่อมีโอกาสเข้ามาว่าจะฉวยไว้หรือปล่อยผ่าน สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมในยุคนี้คือ เตรียมตัวเองให้พร้อมรับมือ ไม่ว่าโอกาสหรือวิกฤตจะผ่านเข้ามา ที่ขาดไม่ได้ คือ สร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน ไม่อย่างนั้นมีวิกฤตมาทีหนึ่งเราเจ๊งเลย เรามีกองทุนเงินสำรองไว้หลายกองและเราไม่มีหนี้สิน แต่ที่ขาดไม่ได้คือ ต้องทำธุรกิจแบบตอบแทนสังคม เพราะถ้าวันหนึ่งเราล้มเขาจะช่วยสนับสนุนเราได้

เป้าหมายของ The Last Samurai       

            “จริงๆ ผมก็อยากถอยมาเป็นที่ปรึกษา แต่การจะวางตัว ก็ต้องทำในจังหวะที่เหมาะสม เพราะตอนนี้คนหนุ่มสาวที่วางไว้ยังเชี่ยวชาญแค่ในส่วนงานที่ตัวเองรับผิดชอบ แต่การจะเป็นซีอีโอต้องรู้รอบ รู้กว้าง มีความเข้าใจในหลายๆ เรื่อง ซึ่งเราก็กำลังสร้างคนอยู่” ฤทธิ์บอกเล่าอย่างออกรส ก่อนทิ้งท้ายด้วยเคล็ดลับการใช้ชีวิต ที่วงการอินฟลูเอ็นเซอร์ต้องสะเทือน เพราะ Tie in แบรนด์ได้อย่างเหลือร้าย

            “ตอนนี้ผมยังแข็งแรง และเชื่อว่าจะแข็งแรงไปได้อีกอย่างน้อยจนถึงอายุ 75 ปี เพราะผมกิน MK บ่อย ลดข้าว ลดแป้ง ​หันมากินผัก เต้าหู้ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เต็มที่ ดูแลจิตใจ ไม่เครียด เริ่มศึกษาธรรมะมากขึ้น”

            เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งซีอีโอที่เก๋าเกมทั้งในแง่การทำธุรกิจและการใช้ชีวิตตัวจริง เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมเอ็มเค ในวัย 33 ปีถึงยังเจ๋งและแจ๋ว

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News